ซาอุฯ เดือด! จากน้ำมันสู่เงินลงทุนโลก อินเด็กซ์ฯ ฟันธงจังหวะทองของธุรกิจไทยเดินหน้าปักหมุดเจดดาห์ปลายปี 2569

อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ เผยอินไซต์โอกาสธุรกิจซาอุดีอาระเบีย ปี 2569 ท่ามกลางความผันผวนของสถานการณ์โลกที่อาจพลิกเกมส์

บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านการจัดงานแสดงสินค้าและนิทรรศการระดับนานาชาติ จับสัญญาณเศรษฐกิจและโอกาสทางธุรกิจในราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย ประจำปี 2569 ชี้ชัดว่าซาอุดีอาระเบียกำลังก้าวผ่านจุดเปลี่ยนสำคัญ จากเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยน้ำมัน สู่การเป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์ การลงทุน และเทคโนโลยีระดับโลก ภายใต้วิสัยทัศน์ Saudi Vision 2030

ซาอุดีอาระเบียไม่ได้เป็นเพียง “ประเทศน้ำมัน” อีกต่อไป แต่กำลังเร่งเครื่องสู่การเป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์และการลงทุนในระดับโลก โดยเศรษฐกิจนอกภาคน้ำมันทะยานขึ้น 55% ของ GDP ที่แท้จริงเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ขับเคลื่อนโดยโครงการเมกะโปรเจกต์ระดับโลก อาทิ NEOM และ Red Sea Project ภายใต้วิสัยทัศน์ Saudi Vision 2030

ขณะเดียวกัน การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) เติบโตมากกว่า 119% ภายหลังการปรับปรุงกฎหมายเอื้อให้ต่างชาติสามารถถือหุ้นได้ 100% ในเกือบทุกภาคส่วน ส่งผลให้ผู้ประกอบการ SME เพิ่มขึ้นเกิน 1.7 ล้านราย ก่อให้เกิดการจ้างงานเกือบ 9 ล้านตำแหน่ง และเปิดโอกาสทางธุรกิจใหม่สำหรับสินค้าและบริการจากประเทศไทย 

ด้านความต้องการสินค้าและบริการจากประเทศไทย ตลาดซาอุดีอาระเบียแสดงให้เห็นถึงความสนใจอย่างสูงในสินค้ากลุ่ม อาหารและเครื่องดื่มฮาลาล ซึ่งไทยมีศักยภาพสูงในฐานะครัวของโลก รวมถึงสินค้ากลุ่ม สุขภาพและความงาม ผลิตภัณฑ์สมุนไพรและเครื่องหอม ที่ตรงกับวัฒนธรรมของชาวอาหรับ ตลอดจน บริการด้านการแพทย์และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่ไทยมีชื่อเสียงระดับโลก 

นอกจากนี้ ความต้องการด้านวัสดุก่อสร้างและตกแต่งภายในคุณภาพสูง ชิ้นส่วนยานยนต์ และอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป ล้วนเป็นโอกาสทองที่ผู้ประกอบการไทยสามารถเข้าถึงตลาดซาอุดีอาระเบียได้โดยตรง โดยเฉพาะในยุคที่ซาอุดีอาระเบียกำลังลงทุนมหาศาลในโครงสร้างพื้นฐานและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

ปัจจัยเร่งที่สำคัญอีกประการหนึ่ง คือ เทศกาลแสวงบุญฮัจญ์และอุมเราะห์ ที่กรุงเจดดาห์ ซึ่งเป็นประตูสู่            มักกะฮ์และมาดินะฮ์ โดยในแต่ละปีมีผู้แสวงบุญจากทั่วโลกเดินทางผ่านเจดดาห์กว่า 2 ล้านคน ก่อให้เกิดความต้องการสินค้าอุปโภคบริโภค อาหารฮาลาล ผลิตภัณฑ์สุขภาพ และของที่ระลึกคุณภาพสูงในปริมาณมหาศาล ทำให้ขยายตัวไปสู่ภาคธุรกิจโรงแรม โลจิสติกส์ และค้าปลีกทั่วเมือง ทำให้เจดดาห์กลายเป็นตลาดที่มีกำลังซื้อสูงและมีความต้องการ สินค้าไทยตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในช่วงปลายปี ซึ่งตรงกับกำหนดการจัดงาน Thailand International Mega Fair 2026 (4TH) ณ. กรุงเจดดาห์ ในเดือนธันวาคม ถือเป็นจังหวะที่บริษัทฯ วางกลยุทธ์เพื่อเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ตลาดที่มีพลังซื้อสูงที่สุดแห่งหนึ่งในตะวันออกกลางได้อย่างตรงจุด

ตลอดระยะเวลา 3 ปีของการจัดงานในกรุงริยาด อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ ได้พิสูจน์ศักยภาพของตลาดซาอุดีอาระเบียในฐานะ “ตลาดจริง” สำหรับสินค้าไทย โดยมีผู้เข้าชมงานสะสมกว่า 38,778 ราย แบรนด์ไทยเข้าร่วมรวม 550 แบรนด์ และก่อให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกว่า 3,020 ล้านบาท พร้อมได้รับความสนใจและการเผยแพร่ข่าวสารอย่างต่อเนื่องจากสื่อระดับนานาชาติในซาอุดีอาระเบีย

ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนถึงความเชี่ยวชาญของอินเด็กซ์ฯ ในฐานะผู้บุกเบิกตลาด ทั้งในด้านเครือข่ายผู้ซื้อ ในซาอุดีอาระเบีย และความเข้าใจเชิงลึกของตลาด ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการผลักดันโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการไทย

จากความสำเร็จที่ผ่านมา อินเด็กซ์ฯ เตรียมต่อยอดสู่การจัดงาน Thailand International Mega Fair 2026 Jeddah – 4th Edition โดยนำโมเดลความสำเร็จที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว มาปรับใช้ในนครเจดดาห์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการค้าสำคัญของประเทศ

Thailand International Mega Fair 2026 Jeddah – 4th Edition
      วันที่ 5–7 ธันวาคม 2569 ณ กรุงเจดดาห์ ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย

ภายในงานรวบรวมสินค้าและบริการจากประเทศไทยครอบคลุม 9 กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ อาหารและเครื่องดื่ม, สุขภาพและการบริการทางการแพทย์, เครื่องหอมและไม้กฤษณา, การท่องเที่ยวและบริการ, การก่อสร้างและตกแต่ง, การเกษตรอัจฉริยะและนวัตกรรม, สินค้าไลฟ์สไตล์, รถยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ และอุตสาหกรรมไมซ์.

LATEST NEWS

ถ้าคุณกำลังมองหา “หุ้นเติบโต” งาน JUMP+ Investor Day 2026 คือคำตอบ ลงทะเบียนเข้างานฟรี!

“หุ้นเติบโต” แต่ยังไม่รู้ว่าจะเลือกอย่างไร?

📈 มาหาคำตอบและเปิดมุมมองการลงทุนให้รอบด้านที่งาน JUMP+ Investor Day 2026

พบกับข้อมูลเศรษฐกิจ มุมมองธุรกิจ และแนวคิดการลงทุนจากผู้เชี่ยวชาญ พร้อมเจาะลึกแผนธุรกิจและโอกาสการเติบโตของบริษัทจดทะเบียน

GC เสนอขายหุ้นกู้ต่อประชาชนทั่วไป 2 ชุด อายุ 7 ปีที่อัตราดอกเบี้ย 2.65% ต่อปีและ 10 ปีที่อัตราดอกเบี้ย 3.00% ต่อปี พร้อมเดินหน้าบริหารโครงสร้างเงินทุนเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต

บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ผู้นำในธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากลและแกนนำธุรกิจเคมีภัณฑ์ของกลุ่ม ปตท. เสนอขายหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ซึ่งผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนก่อนครบกำหนด ต่อประชาชนเป็นการทั่วไป (Public Offering) โดยหุ้นกู้แบ่งเป็น 2 ชุด ได้แก่ หุ้นกู้รุ่นอายุ 7 ปี อัตราดอกเบี้ย 2.65% ต่อปี และรุ่นอายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ย 3.00% ต่อปี เปิดจองซื้อ 3 ช่วง ระหว่างวันที่ 14–21 กันยายน 2569 โดยหุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ AA-(tha) จากฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569

WHART ทุ่ม 2.5 พันล้านฮุบ WGCL ล็อกสัญญาเช่า 30 ปี ชูจุดแข็งคลังสินค้า Built-to-Suit เคาะราคาขายสูงสุด 11.10 บาท เปิดจองหน่วยเพิ่มทุน 21 ก.ย.-1 ต.ค.

กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดับบลิวเอชเอ พรีเมี่ยม โกรท (WHART) เดินหน้าขยายพอร์ตต่อเนื่องด้วยการเข้าลงทุนใน WGCL ศูนย์กระจายสินค้าระดับสากลบนทำเลยุทธศาสตร์ EEC มาบตาพุด จ.ระยอง มูลค่ารวมไม่เกิน 2,507.60 ล้านบาท สินทรัพย์คุณภาพสูงแบบ Built-to-Suit พื้นที่รวม 99,390 ตร.ม. พร้อมสัญญาเช่าระยะยาว 30 ปี ดันมูลค่าทรัพย์สินรวมทะลุ 56,000 ล้านบาท เปิดจองซื้อหน่วยทรัสต์เพิ่มทุน ผู้ถือหน่วยเดิมจอง 21 – 25 ก.ย. และประชาชนทั่วไป 28 ก.ย.-1 ต.ค.69 นี้

RELATED