STARK เข้าข่ายถูกเพิกถอนเพิ่มเติม เหตุแจงงบการเงินเท็จ

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ประกาศให้ “STARK” มีเหตุเข้าข่ายอาจถูกเพิกถอนเพิ่มเติม จากกรณีบริษัทเปิดเผยข้อมูลอันเป็นเท็จในงบการเงิน กำหนดต้องแก้ไขโดยนำส่งงบการเงินประจำปี 2566 ภายใน 31 มี.ค.67

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) แจ้งว่า ตามที่เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2566 ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ประกาศให้หุ้นสามัญของบริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (STARK) มีเหตุเข้าข่ายอาจถูกเพิกถอนเนื่องจากงบการเงินประจำปี 2565 ซึ่งผ่านการตรวจสอบจากผู้สอบบัญชีปรากฏส่วนของผู้ถือหุ้นมีค่าน้อยกว่าศูนย์ 

ต่อมาได้ปรากฏข้อเท็จจริงเพิ่มเติมจากรายงานความเห็นผู้สอบบัญชีในงบการเงินประจำปี 2565 ที่ให้ความเห็นว่า พบรายการผิดปกติจำนวนหลายรายการที่แสดงข้อมูลที่ขัดต่อข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญและมีผลกระทบต่องบการเงินรวมของบริษัท ซึ่งผู้สอบบัญชีได้รายงานความผิดปกติดังกล่าวให้คณะกรรมการและผู้บริหาร STARK ได้รับทราบข้อมูลแล้ว โดยผู้บริหารของ STARK ได้พิจารณาและปรับปรุงรายการบัญชีทั้งในงบการเงินประจำปี 2565 และงบการเงินประจำปี 2564 ด้วยแล้ว 

หลังจากนั้นเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2566 สำนักงาน ก.ล.ต. ได้ดำเนินการกล่าวโทษ STARK และบุคคลที่เกี่ยวข้องอีก 9 รายต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ข้อหาร่วมกันกระทำหรือยินยอมให้มีการลงข้อความเท็จ ทำบัญชีไม่ถูกต้อง ไม่เป็นปัจจุบัน หรือไม่ตรงต่อความเป็นจริง ในบัญชีหรือเอกสารของ STARK และบริษัทย่อย ในปี 2564 – 2565 เพื่อลวงบุคคลใดๆ (รายละเอียดปรากฏตามข่าวสำนักงาน ก.ล.ต. ฉบับที่ 116/2566 ลงวันที่ 6 กรกฎาคม 2566) ซึ่งข้อเท็จจริงดังกล่าวถือเป็นเหตุที่ทำให้หุ้นสามัญของ STARK เข้าข่ายอาจถูกเพิกถอนเพิ่มเติม

ดังนั้น ตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงขอแจ้งการดำเนินการกับ STARK ดังนี้

1. ประกาศให้หุ้นสามัญของ STARK มีเหตุเข้าข่ายอาจถูกเพิกถอนเพิ่มเติมอีก 1 เหตุจากการที่ STARK มีการเปิดเผยข้อมูลอันเป็นเท็จในงบการเงิน ตามข้อ 7(3) ของข้อบังคับตลาดหลักทรัพย์ฯ เรื่อง การเพิกถอนหลักทรัพย์จดทะเบียน พ.ศ. 2564 ตั้งแต่วันที่ 31 กรกฎาคม 2566 โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ จะยังคงขึ้นเครื่องหมาย NC (Non – Compliance) เพื่อให้ผู้ลงทุนทราบว่าหลักทรัพย์ STARK เข้าข่ายอาจถูกเพิกถอน และเครื่องหมาย SP (Suspension) เพื่อสั่งห้ามซื้อหรือขายหลักทรัพย์ STARK ต่อไป จนกว่า STARK จะสามารถดำเนินการแก้ไขเหตุเข้าข่ายอาจถูกเพิกถอนทั้งหมดให้หมดไปภายในระยะเวลาที่กำหนดได้

2. กำหนดให้ STARK ต้องแก้ไขเหตุเข้าข่ายอาจถูกเพิกถอนตามข้อ 1 ข้างต้น ด้วยการนำส่งงบการเงิน ประจำปี 2566 ที่ผ่านการตรวจสอบจากผู้สอบบัญชีต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ ภายในวันที่ 31 มีนาคม 2567 และความเห็น ของผู้สอบบัญชีที่มีต่องบการเงินดังกล่าวจะต้องไม่มีประเด็นดังต่อไปนี้

  • ความไม่ถูกต้องของข้อมูลที่เป็นสาระสำคัญ
  • ระบบการควบคุมภายในของ STARK ที่ไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ
  • ถูกจำกัดขอบเขตการสอบบัญชีโดย STARK หรือกรรมการหรือผู้บริหารของ STARK
  • ไม่สามารถหาหลักฐานการสอบบัญชีที่เหมาะสมอย่างเพียงพอ

สำหรับปัจจุบัน รายละเอียดของการแก้ไขเหตุเข้าข่ายอาจถูกเพิกถอนและกำหนดระยะเวลาดำเนินการในแต่ละเหตุที่ STARK จะต้องดำเนินการ มีดังนี้

  • กรณีเปิดเผยข้อมูลอันเป็นเท็จในงบการเงิน : มีกำหนดแก้ไขเหตุเข้าข่ายอาจถูกเพิกถอนถึงภายในวันที่ 31 มีนาคม 2567
  • กรณีส่วนของผู้ถือหุ้นมีค่าน้อยกว่าศูนย์ : มีกำหนดแก้ไขเหตุเข้าข่ายอาจถูกเพิกถอนถึงภายในวันที่ 19 มิถุนายน 2569

ทั้งนี้ STARK มีหน้าที่ต้องดำเนินการแก้ไขเหตุเข้าข่ายอาจถูกเพิกถอนทั้งหมดดังกล่าวข้างต้นให้หมดไป และดำเนินการให้มีคุณสมบัติเพื่อกลับมาซื้อขายภายในกำหนดระยะเวลาของแต่ละเหตุ ซึ่งเมื่อครบกำหนดเวลาแล้ว หาก STARK ยังไม่สามารถแก้ไขเหตุเข้าข่ายอาจถูกเพิกถอนให้หมดไปได้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ อาจพิจารณาดำเนินการเพิกถอนหลักทรัพย์ STARK ต่อไป

LATEST NEWS

ผู้บริหาร NOVOCOCONUT ตรวจความพร้อมโรงงานฟิลิปปินส์พร้อมลุยเปิดปีนี้

นางสาวพัฒรา ทัศจันทร์ กรรมการผู้จัดการ สายงานสนับสนุนธุรกิจ บริษัท ไทย โคโคนัท จำกัด (มหาชน) หรือ COCOCO และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท NOVOCOCONUT INC. (NOVO) ในประเทศฟิลิปปินส์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและทีมงาน ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าของโครงการก่อสร้างอย่างใกล้ชิด

GC เดินหน้ายกระดับมาบตาพุดสู่ฐานธุรกิจมูลค่าสูง-คาร์บอนต่ำระดับภูมิภาคต่อยอด Green & Bio และ Specialty Chemicals ผ่านความร่วมมือกับ Toray และ Mitsubishi Corporation

บริษัท พีทีทีโกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC เดินหน้าต่อยอดความร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำจากประเทศญี่ปุ่นทั้ง Toray Industries, Inc. และ Mitsubishi Corporation เพื่อเร่งพัฒนาธุรกิจ Green & Bio ตั้งแต่การต่อยอดวัตถุดิบเหลือใช้ทางการเกษตรสู่วัสดุชีวภาพมูลค่าสูงไปจนถึงการขยายตลาดผลิตภัณฑ์ที่ต่อยอดมาจากโรงกลั่นชีวภาพสู่ลูกค้าและเจ้าของแบรนด์ในระดับสากล สอดคล้องกับกลยุทธ์ของ GC ในการยกระดับมาบตาพุดให้เป็นฐานอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ที่มีความสามารถในการแข่งขันระดับภูมิภาคและรองรับการเปลี่ยนผ่านไปสู่ธุรกิจมูลค่าสูง-คาร์บอนต่ำในระยะยาว

ปักหมุดสระบุรี! แพทยสภา-มธพ. ผนึกทรูและพันธมิตร ยกทัพ 52 คลินิกเฉพาะทาง ออกหน่วยแพทย์อาสาฯครั้งใหญ่

กรุงเทพฯ 2 มิถุนายน 2569 – มูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์ (มธพ.) ร่วมกับ แพทยสภา สถาบันมหิตลาธิเบศร สถาบันพระปกเกล้า พร้อมด้วยนักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรธรรมาภิบาลทางการแพทย์สำหรับผู้บริหารระดับสูง รุ่นที่ 12 (ปธพ.12) และนักศึกษาหลักสูต ประกาศนียบัตรผู้นำทางการแพทย์ (ปนพ.3) จัด “โครงการหน่วยแพทย์อาสาเฉพาะทางร่วมใจเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ 3 มิถุนายน 2569 ครั้งที่ 11 ประจำปี 2569” ระหว่างวันที่ 22-24 พฤษภาคม 2569 ณ ศูนย์ราชการจังหวัดสระบุรี และโรงพยาบาลสระบุรี เพื่อเพิ่มโอกาสการเข้าถึงบริการทางการแพทย์เฉพาะทาง ลดความเหลื่อมล้ำด้านสาธารณสุข และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่จังหวัดสระบุรีและจังหวัดใกล้เคียง โครงการครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในภารกิจแพทย์อาสาครั้งสำคัญแห่งปี ด้วยการระดมทีมแพทย์เฉพาะทาง บุคลากรสาธารณสุขและพันธมิตรจากหลากหลายภาคส่วนทั่วประเทศ เปิดให้บริการรวม  18 กลุ่มคลินิก ครอบคลุม 52 คลินิกเฉพาะทาง ตั้งแต่การตรวจรักษาโรคทั่วไป การคัดกรองโรค การตรวจหัวใจ การตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม การผ่าตัดส่องกล้อง ไปจนถึงการฝึกปฏิบัติการกู้ชีพพื้นฐาน พร้อมรองรับประชาชนที่เข้ารับบริการกว่า 10,000 ราย ตอกย้ำพลังความร่วมมือของภาคการแพทย์ ภาครัฐ ภาคเอกชน และจิตอาสา ในการนำบริการสุขภาพคุณภาพไปใกล้ชิดประชาชนมากขึ้น

RELATED