ก.ล.ต.ร่อนหนังสือถึง ตลท.ทบทวนเงื่อนไข Short Sell-โปรแกรมเทรด พร้อมเข้าเช็คประสิทธิภาพระบบตรวจสอบ

ก.ล.ต.ส่งหนังสือถึง ตลท.ทบทวนเงื่อนไขธุรกรรมของ Short Sell – โปรแกรมเทรด ให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและเท่าเทียมแก่นักลงทุนทุกกลุ่ม พร้อมเข้าตรวจสอบประสิทธิภาพระบบมอนิเตอร์ Naked Short Selling ของ ตลท.- บล.

นางสาวจอมขวัญ คงสกุล รองเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า วันนี้ได้ส่งหนังสือถึง ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เพื่อสื่อสาร 2 ประเด็นสำคัญดังนี้

1. เกี่ยวกับธุรกรรมการขายชอร์ต (Short Selling) โดยก.ล.ต.ให้อำนาจคณะกรรมการตลาดหลักทรัพยฯ สามารถปรับปรุงเงื่อนไขต่าง ๆ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันได้ เช่น การยกระดับเกณฑ์ Price Rule ให้ธุรกรรมขายชอร์ตต้องทำที่ระดับราคาสูงกว่าราคาตลาดครั้งสุดท้ายเท่านั้น (Uptick rule) เพื่อป้องกันการ Dump ราคา จากตอนนี้ที่สามารถทำได้ที่ราคาเท่ากับหรือสูงกว่าราคาตลาดครั้งสุดท้าย (Zero Uptick Rule) ซึ่งคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯ สามารถใช้วิจารณญาณแก้ไขได้ รวมถึงเงื่อนไขอื่น ๆ ที่จะทำให้การดูแลสภาพตลาดมีเสถียรภาพมากขึ้น และหากว่ามาตรการที่มีอยู่ไม่เพียงพอ ตลาดหลักทรัพย์ฯ สามารถทบทวนและเสนอให้ ก.ล.ต. พิจารณาเห็นชอบได้

“บอร์ดตลาดหลักทรัพย์ฯ มีอำนาจเต็ม และเป็นผู้ที่มอนิเตอร์ภาพรวมตลาดอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา หากมีอะไรต้องปรับปรุงแก้ไข เพื่อสร้างเสถียรภาพของตลาดฯ และความเชื่อมั่นของนักลงทุน สามารถทำได้เลยตามวิจารณญาณของตลาดหลักทรัพย์ฯ หรือหากติดขัดด้านกฎเกณฑ์ต้องการเพิ่มเติมอะไรก็สามารถส่งเรื่องมาที่ ก.ล.ต.ได้เลย พร้อมจะสนับสนุนเต็มที่” นางสาวจอมขวัญ กล่าว

2.ตลาดหลักทรัพย์ฯ ควรเพิ่มกลไกการตรวจสอบธุรกรรมของโปรแกรมเทรด ซึ่ง ก.ล.ต.มองว่ามีความเสี่ยงสูง เพราะปัจจุบันสัดส่วนปริมาณและมูลค่าซื้อขายสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยแบ่งเป็น 2 เรื่องสำคัญ ประกอบด้วย

2.1.การระบุตัวตนผู้ธุรกรรม จากปัจจุบันจะเห็นเพียงคำสั่งซื้อขายที่มาผู้ดูแลรับฝากทรัพย์สิน (Custodian) ซึ่งควรต้องเจาะไปว่าลูกค้าของคัสโตเดี้ยนที่ส่งคำสั่งมาคือใคร เพื่อป้องกันการขายชอร์ตที่ไม่มีการยืมหลักทรัพย์ (Naked Short Selling) เพราะเมื่อรู้ว่าใครคือผู้ส่งคำสั่ง ก็จะได้รู้ว่าผู้นั้นมีหุ้นอยู่ในมือหรือไม่

2.2.การควบคุมต้นทุนซื้อขายของโปรแกรมเทรดที่มาจากนักลงทุนบุคคลซึ่งต่ำกว่าต้นทุนการซื้อขายของนักลงทุนรายย่อยอย่างมีนัยสำคัญ

“หลักในการคิดค่าคอมมิชชั่น หากเป็นกลุ่มลูกค้าสถาบัน ซึ่งมีความเสี่ยงต่ำ ต้นทุนในการทำธุรกรรมซื้อขายจะต่ำกว่าปกติอยู่แล้ว โดยจะส่งคำสั่งผ่านโปรแกรมเทรดหรือส่งผ่านโบรกเกอร์โดยตรง ก็นับว่าแฟร์ แต่หากผู้ที่ใช้โปรแกรมเทรดเป็นนักลงทุนบุคคล ซึ่งมีความเสี่ยงสูงกว่า ดังนั้นต้นทุนการซื้อขายที่ต้องจ่าย ก็ควรสูงกว่ากลุ่มสถาบัน หลักการคิดควรเป็นแบบนั้น

แต่ปัญหาตอนนี้คือเราไม่รู้เลยว่าผู้ที่ใช้โปรแกรมเทรดเป็นใคร เพราะส่วนใหญ่จะดำเนินการผ่านคัสโตเดี้ยนมาอีกที ดังนั้นจึงอยากให้ตลาดหลักทรัพย์ฯ เพิ่มกลไกการตรวจสอบ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมไม่ให้มีการได้เปรียบหรือเสียเปรียบกันในทุกกลุ่มนักลงทุน ที่จริงไม่ควรโทษโปรแกรมเทรด แต่ควรหาให้ได้ว่าผู้ที่ใช้โปรแกรมเทรดนั้นเป็นใคร” รองเลขาธิการ เพิ่มเติม

นอกจากนี้ ก.ล.ต.เตรียมเข้าตรวจสอบระบบของตลาดหลักทรัพย์ฯ และบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ที่ใช้ในการตรวจสอบ Naked Short Selling เพื่อให้มั่นใจว่ามีประสิทธิภาพเพียงพอหรือไม่ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มดำเนินการเร็ว ๆ นี้ โดยได้แจ้งกับตลาดหลักทรัพย์ฯ แล้ว

LATEST NEWS

NER ท็อปฟอร์ม! โบรกฯคาด Q3/69 กำไรโตแรง 52-58% รับอานิสงส์ราคายางพาราพุ่งกระฉูด จับตาโค้งสุดท้ายทำนิวไฮ ลุ้นปันผลครึ่งปีหลังยีลด์สูง

บมจ.นอร์ทอีส รับเบอร์ (NER) สุดแกร่ง! โบรกเกอร์พร้อมใจเชียร์ซื้อ คาดโชว์ไตรมาส 3/69 กำไรสุทธิอยู่ที่ 500-534 ล้านบาท เติบโต 52-58% จากงวดเดียวกันของปีก่อน รับแรงหนุนราคาขายยางพาราเร่งตัวแรง เกาะติดผลงานไตรมาส 4/69 ทำสถิติสูงสุดรายไตรมาส ขณะที่ บล.หยวนต้า คงคำแนะนำ “ซื้อ” เคาะราคาเป้าหมายสูงสุด 7.20 บาท พร้อมลุ้นจ่ายปันผลครึ่งปีหลัง 0.26 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราผลตอบแทน 5.6%

BVG แจง THRE ปรับโครงสร้างสู่ “Holding Company” ไม่กระทบโครงสร้างนโยบายธุรกิจ

BVG ยืนยันแผน THRE ปรับโครงสร้างการถือหุ้น และการจัดการสู่ Holding Company ไม่กระทบแนวนโยบาย – โครงสร้างการบริหารจัดการธุรกิจ เดินหน้าพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ๆ พร้อมขยายตลาดต่างประเทศ ชู 4 ยุทธศาสตร์หลัก อัพการเติบโตแกร่ง สร้างผลตอบแทนที่ดีให้ผู้ถือหุ้นต่อเนื่อง

TRUE รวมพลังฝ่าวิกฤตน้ำท่วม ส่ง “ถุงกำลังใจ” พร้อมดูแลสัญญาณให้ชุมชนคลองจั่น

เพราะในทุกวิกฤต “น้ำใจ” คือพลังสำคัญที่ช่วยให้ผู้คนก้าวผ่านช่วงเวลายากลำบากไปด้วยกัน บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น เดินหน้าส่งต่อความห่วงใยถึงประชาชนและเพื่อนพนักงานที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ผนึกกำลังผู้บริหารและพนักงานทรูจิตอาสาจากหลากหลายหน่วยงาน ร่วมแพ็ก “ถุงกำลังใจ” ณ อาคารทรู ทาวเวอร์ เพื่อเร่งนำสิ่งของจำเป็นส่งตรงไปยังพื้นที่ที่กำลังต้องการความช่วยเหลือ พร้อมลงพื้นที่เคหะชุมชนคลองจั่น ซึ่งยังเผชิญน้ำท่วมสูงและมีประชาชนติดค้างในที่พัก นำน้ำดื่มและสิ่งของจำเป็นเข้าช่วยเหลือเบื้องต้น ควบคู่กับการดูแลสัญญาณมือถือ เพื่อให้ประชาชนสามารถติดต่อสื่อสารและประสานขอความช่วยเหลือได้อย่างต่อเนื่อง

RELATED