“เจเน็ท เยลเลน” ปฏิเสธ FDIC ประกันเงินฝากทั้งหมด ในระบบธนาคาร

ทางเลือกในสมติฐานด้านบวกของราคาหุ้นธนาคาร First Republic Bank ซึ่งกำลังถูกมรสุมกระหน่ำอย่างรุนแรงอยู่ในขณะนี้ ดูจะมีโอกาสที่จะเป็นไปได้น้อยลงในวันพุธ (เวลาสหรัฐ) หลังจาก รมว. คลังสหรัฐ เจเน็ท เยลเลน กล่าวว่า ยังไม่มีการพิจารณาเรื่องที่จะให้รัฐบาลกลางของสหรัฐประกันเงินฝากทั้งหมดในระบบธนาคารโดยไม่ขออนุมัติจากสภาคองเกรสเสียก่อน

First Republic ซึ่งเห็นมูลค่าราคาหุ้นของตนหายไปเกือบหมดนับตั้งแต่วิกฤตธนาคารที่เริ่มมาตั้งแต่วันที่ 8 มี.ค. เป็นหนึ่งในบรรดาธนาคารที่กำลังคุยกับสถาบันการเงินใหญ่ๆ ที่มั่นคงเกี่ยวกับโอกาสที่จะให้ธนาคารอื่นเข้ามาถือหุ้นหรือเทกโอเวอร์ หลังจากที่ทางการสั่งปิดธนาคาร Silicon Valley Bank และ Signature Bank เพราะปัญหา “แบงก์รัน”

มานาน โกซาเลีย นักวิเคราะห์ของ Morgan Stanley กล่าวในรายงานวิเคราะห์ในสัปดาห์นี้ว่า ในมุมมองในด้านบวกมากที่สุด ราคาเป้าหมายที่เป็นไปได้ของ หุ้น First Republic น่าจะตกอยู่ที่หุ้นละ 54 ดอลลาร์

ราคาหุ้น First Republic ปิดตลาดในวันพุธที่ 13.33 ดอลลาร์ต่อหุ้น หรือปรับลดลงอีก 15.5%

ในกรณีสมติฐานที่เป็นบวกมากที่สุดของ First Republic นั้น บรรษัทประกันเงินฝากแห่งรัฐบาลกลาง (FDIC) จะตัดสินใจประกันเงินฝากทั้งหมดของธนาคารแห่งนี้ไปจนถึงเวลาที่วิกฤตในภาคธนาคารผ่านพ้นไป และเงินฝากส่วนใหญ่ของลูกค้ากลับเข้ามาในสถาบันการเงินแห่งนี้

แต่ความหวังนี้ได้ลดลงในวันพุธ หลังจากคุณเยลเลนกล่าวต่อคณะอนุกรรมาธิการว่าด้วยการบริการการเงินของวุฒิสภาสหรัฐว่า เธอยังไม่ได้พิจารณาที่จะทำเช่นนั้นโดยไม่ได้รับการอนุมัติจากสภาเสียก่อน และรัฐบาลกำลังทบทวนปัญหาความเสี่ยงของแต่ละธนาคารเป็นรายกรณีเท่านั้น

เธอกล่าวว่า “ดิฉันยังไม่ได้พิจารณาหรือหารือเรื่องใดที่เกี่ยวกับการประกันเงินฝากทั้งหมดที่ครอบคลุมไปทั่วทุกแบงก์”

ก่อนหน้านี้ในวันอังคาร คุณเยลเลน กล่าวว่า กระทรวงการคลังและหน่วยงานกำกับสถาบันการเงินมี “พันธะและความมุ่งมั่น” ที่จะคุ้มครองเงินฝากของธนาคารที่มีขนาดเล็กลงมา รวมทั้งธนาคารของชุมชนท้องถิ่น

อาร์ เจ แกรนท์ หัวหน้าฝ่ายซื้อขายหลักทรัพย์ของ Keefe, Bruyette & Woods กล่าวว่า คำพูดล่าสุดของเธอกระทบถึงหุ้นของธนาคารทุกแห่งในระดับภูมิภาค

คุณแกรนท์ กล่าวว่า “คุณเยลเลนมีน้ำเสียงที่ไม่เหมือนกับครั้งก่อน และความเข้าใจของตลาดคือ ทางการมีการพิจารณาลับที่กรุงวอชิงตันเรื่องการปกป้องเงินฝากในธนาคาร”

ที่มา:
https://www.reuters.com/business/finance/first-republic-could-rally-if-fdic-insures-deposits-analyst-2023-03-22/

moneychat

ช่องทางการรับชมอื่นๆ
YOUTUBE : https://bit.ly/3ncRWhf
LINE Official Account : https://bit.ly/31YqP1j
IG : https://bit.ly/3CeSw2p
Blockdit : https://bit.ly/31ZzWPi
Podcasts : https://apple.co/3DdAEpT
Tiktok : https://bit.ly/3n9vZ2D
Twitter : https://bit.ly/3HHkJmo

LATEST NEWS

GC เสนอขายหุ้นกู้ต่อประชาชนทั่วไป 2 ชุด อายุ 7 ปีที่อัตราดอกเบี้ย 2.65% ต่อปีและ 10 ปีที่อัตราดอกเบี้ย 3.00% ต่อปี พร้อมเดินหน้าบริหารโครงสร้างเงินทุนเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต

บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ผู้นำในธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากลและแกนนำธุรกิจเคมีภัณฑ์ของกลุ่ม ปตท. เสนอขายหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ซึ่งผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนก่อนครบกำหนด ต่อประชาชนเป็นการทั่วไป (Public Offering) โดยหุ้นกู้แบ่งเป็น 2 ชุด ได้แก่ หุ้นกู้รุ่นอายุ 7 ปี อัตราดอกเบี้ย 2.65% ต่อปี และรุ่นอายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ย 3.00% ต่อปี เปิดจองซื้อ 3 ช่วง ระหว่างวันที่ 14–21 กันยายน 2569 โดยหุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ AA-(tha) จากฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569

WHART ทุ่ม 2.5 พันล้านฮุบ WGCL ล็อกสัญญาเช่า 30 ปี ชูจุดแข็งคลังสินค้า Built-to-Suit เคาะราคาขายสูงสุด 11.10 บาท เปิดจองหน่วยเพิ่มทุน 21 ก.ย.-1 ต.ค.

กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดับบลิวเอชเอ พรีเมี่ยม โกรท (WHART) เดินหน้าขยายพอร์ตต่อเนื่องด้วยการเข้าลงทุนใน WGCL ศูนย์กระจายสินค้าระดับสากลบนทำเลยุทธศาสตร์ EEC มาบตาพุด จ.ระยอง มูลค่ารวมไม่เกิน 2,507.60 ล้านบาท สินทรัพย์คุณภาพสูงแบบ Built-to-Suit พื้นที่รวม 99,390 ตร.ม. พร้อมสัญญาเช่าระยะยาว 30 ปี ดันมูลค่าทรัพย์สินรวมทะลุ 56,000 ล้านบาท เปิดจองซื้อหน่วยทรัสต์เพิ่มทุน ผู้ถือหน่วยเดิมจอง 21 – 25 ก.ย. และประชาชนทั่วไป 28 ก.ย.-1 ต.ค.69 นี้

NER โดดเด่นครึ่งปีหลัง โบรกเกอร์เชียร์ “ซื้อ” เคาะราคาเป้าหมายสูงสุด 6.50 บาท รับอานิสงส์ราคายางฟื้น-Supply ตึงตัว คาดกำไรปี 69 แตะ 1.8 พันลบ. ชูจุดเด่น PE ต่ำกลุ่มสินค้า EUDR

นักวิเคราะห์แนะนำ “ซื้อ” หุ้น บมจ.นอร์ทอีส รับเบอร์ (NER) ให้ราคาเป้าหมายสูงสุด 6.50 บาท/หุ้น มองแนวโน้มผลการดำเนินงานครึ่งหลังปี 69 มีโอกาสฟื้นตัวโดดเด่น ตามทิศทางราคายางที่ปรับตัวสูงขึ้นจากภาวะ Supply ในตลาดที่ตึงตัว พร้อมมอง NER เป็นหนึ่งในผู้ผลิตยางแท่งไทยที่มีโอกาสได้รับประโยชน์จากมาตรการ EUDR ของยุโรป หากเริ่มบังคับใช้ ขณะที่คาดกำไรทั้งปีมีโอกาสแตะ 1.8 พันล้านบาท และราคาหุ้นยังมีจุดเด่นจากค่า PE ที่อยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับกลุ่มผู้ผลิตสินค้า EUDR

RELATED