ศิครินทร์ ขึ้นแท่นหุ้นยั่งยืน คว้า “ESG100” 6 ปีซ้อน ตอกย้ำโมเดลธุรกิจโตคู่สังคม-สิ่งแวดล้อม-ธรรมาภิบาล

บมจ.ศิครินทร์ ติดทำเนียบหลักทรัพย์ ESG100 ที่มีผลดำเนินงานโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ปี 2569 จากสถาบันไทยพัฒน์ ต่อเนื่อง 6 ปีซ้อน สะท้อนโมเดลธุรกิจเน้นการเติบโตคุณภาพแบบยั่งยืน ภายใต้ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล

นายเสนีย์ จิตตเกษม ประธานกรรมการ บริษัท ศิครินทร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SKR ผู้ดำเนินธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนขนาดใหญ่ เปิดเผยว่า ล่าสุดบริษัทฯได้รับคัดเลือกเป็น 1 ในบริษัทหลักทรัพย์ ESG100 กลุ่มบริการ/การแพทย์ ประจำปี 2569 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 นับตั้งแต่ปี 2564 (พ.ศ.2564-2569) จากสถาบันไทยพัฒน์ ที่ได้มีการคัดเลือกจากทั้งหมด 931 หลักทรัพย์จดทะเบียน ตอกย้ำโมเดลธุรกิจมุ่งเดินหน้าสร้างการเติบโตแบบมีคุณภาพและยั่งยืน ด้วยการมีระบบกำกับดูแลกิจการที่ดี และระบบบริหารจัดการความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ ภายใต้การคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม (Environmental, Social and Governance : ESG)

โดยบริษัทฯได้บูรณาการหลักการความยั่งยืนเข้าในทุกกิจกรรม และกระบวนการตัดสินใจ เพื่อส่งเสริมการดูแลสุขภาพที่ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย โดยเดินหน้าดำเนินโครงการ Sikarin Connect หรือโรงพยาบาลเคลื่อนที่ เพื่อช่วยให้ประชาชนในชุมชนสามารถเข้าถึงบริการสุขภาพได้สะดวกขึ้น ลดต้นทุน และระยะเวลาในการเดินทาง พร้อมเพิ่มโอกาสในการตรวจพบความเสี่ยงทางสุขภาพตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางการส่งเสริมสุขภาพเชิงป้องกันและนโยบาย Healthy Thailand ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพก่อนเกิดภาวะเจ็บป่วยรุนแรง รวมถึงโครงการสนับสนุนบริการตรวจสุขภาพและการรักษาในราคาที่เข้าถึงได้

นอกจากนี้ บริษัทฯยังแสดงถึงการมีส่วนร่วมในการเป็นพลเมืองโลกที่ช่วยอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ด้วยการยกระดับการดำเนินงานตามกรอบ ESG ที่มุ่งเน้นเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการพลังงาน เช่น การติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) ของโรงพยาบาลศิครินทร์ กรุงเทพ ซึ่งสามารถผลิตไฟฟ้าได้ 147.96 เมกะวัตต์-ชั่วโมง และช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 70.28 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า เป็นการลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมจากการดำเนินงานของโรงพยาบาลอย่างเป็นรูปธรรม

“ปัจจุบันธุรกิจโรงพยาบาลเผชิญความท้าทายหลากหลายด้าน ซึ่งบริษัทได้ตระหนักถึงความเสี่ยงดังกล่าวเป็นอย่างดี จึงมุ่งเน้นให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลให้การบริหารความเสี่ยงและการพัฒนาอย่างยั่งยืนเป็นส่วนหนึ่งของการกำหนดทิศทางเชิงกลยุทธ์ขององค์กร ด้วยการบูรณาการประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล เข้ากับกระบวนการกำหนดนโยบาย การวางแผนธุรกิจ และการติดตามผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การเติบโตของบริษัทฯ เป็นไปอย่างมั่นคงและรับผิดชอบ” นายเสนีย์ กล่าว 

ทั้งนี้ สถาบันไทยพัฒน์ ได้ดำเนินการรวบรวมและเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนของบริษัทจดทะเบียนที่มีการดำเนินงานโดดเด่นด้าน ESG ต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 12 ในปี 2569 ซึ่งเป็นการประเมินอย่างเป็นอิสระในฐานะหน่วยงานภายนอก โดยอ้างอิงจากข้อมูลที่บริษัทเปิดเผยต่อสาธารณะ เทียบกับชุดตัวชี้วัดด้าน ESG ตามเกณฑ์และหลักการภายใต้แนวทางการประเมินและมาตรฐานการรายงานด้านความยั่งยืนซึ่งเป็นที่ยอมรับในระดับสากล อาทิ WFE, GRI, IFRS, UN PRI

LATEST NEWS

GC เสนอขายหุ้นกู้ต่อประชาชนทั่วไป 2 ชุด อายุ 7 ปีที่อัตราดอกเบี้ย 2.65% ต่อปีและ 10 ปีที่อัตราดอกเบี้ย 3.00% ต่อปี พร้อมเดินหน้าบริหารโครงสร้างเงินทุนเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต

บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ผู้นำในธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากลและแกนนำธุรกิจเคมีภัณฑ์ของกลุ่ม ปตท. เสนอขายหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ซึ่งผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนก่อนครบกำหนด ต่อประชาชนเป็นการทั่วไป (Public Offering) โดยหุ้นกู้แบ่งเป็น 2 ชุด ได้แก่ หุ้นกู้รุ่นอายุ 7 ปี อัตราดอกเบี้ย 2.65% ต่อปี และรุ่นอายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ย 3.00% ต่อปี เปิดจองซื้อ 3 ช่วง ระหว่างวันที่ 14–21 กันยายน 2569 โดยหุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ AA-(tha) จากฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569

WHART ทุ่ม 2.5 พันล้านฮุบ WGCL ล็อกสัญญาเช่า 30 ปี ชูจุดแข็งคลังสินค้า Built-to-Suit เคาะราคาขายสูงสุด 11.10 บาท เปิดจองหน่วยเพิ่มทุน 21 ก.ย.-1 ต.ค.

กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดับบลิวเอชเอ พรีเมี่ยม โกรท (WHART) เดินหน้าขยายพอร์ตต่อเนื่องด้วยการเข้าลงทุนใน WGCL ศูนย์กระจายสินค้าระดับสากลบนทำเลยุทธศาสตร์ EEC มาบตาพุด จ.ระยอง มูลค่ารวมไม่เกิน 2,507.60 ล้านบาท สินทรัพย์คุณภาพสูงแบบ Built-to-Suit พื้นที่รวม 99,390 ตร.ม. พร้อมสัญญาเช่าระยะยาว 30 ปี ดันมูลค่าทรัพย์สินรวมทะลุ 56,000 ล้านบาท เปิดจองซื้อหน่วยทรัสต์เพิ่มทุน ผู้ถือหน่วยเดิมจอง 21 – 25 ก.ย. และประชาชนทั่วไป 28 ก.ย.-1 ต.ค.69 นี้

NER โดดเด่นครึ่งปีหลัง โบรกเกอร์เชียร์ “ซื้อ” เคาะราคาเป้าหมายสูงสุด 6.50 บาท รับอานิสงส์ราคายางฟื้น-Supply ตึงตัว คาดกำไรปี 69 แตะ 1.8 พันลบ. ชูจุดเด่น PE ต่ำกลุ่มสินค้า EUDR

นักวิเคราะห์แนะนำ “ซื้อ” หุ้น บมจ.นอร์ทอีส รับเบอร์ (NER) ให้ราคาเป้าหมายสูงสุด 6.50 บาท/หุ้น มองแนวโน้มผลการดำเนินงานครึ่งหลังปี 69 มีโอกาสฟื้นตัวโดดเด่น ตามทิศทางราคายางที่ปรับตัวสูงขึ้นจากภาวะ Supply ในตลาดที่ตึงตัว พร้อมมอง NER เป็นหนึ่งในผู้ผลิตยางแท่งไทยที่มีโอกาสได้รับประโยชน์จากมาตรการ EUDR ของยุโรป หากเริ่มบังคับใช้ ขณะที่คาดกำไรทั้งปีมีโอกาสแตะ 1.8 พันล้านบาท และราคาหุ้นยังมีจุดเด่นจากค่า PE ที่อยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับกลุ่มผู้ผลิตสินค้า EUDR

RELATED