AURA กำไร Q1/69 โต 75% All Time High ต่อเนื่อง รับแรงหนุนทองคำพุ่ง-ธุรกิจขายฝากแรง

AURA โชว์ผลงานไตรมาส 1/2569 เติบโตแข็งแกร่งต่อเนื่อง กำไรสุทธิทำระดับสูงสุดใหม่รายไตรมาสอีกครั้ง อยู่ที่ 700.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 75.7% YoY ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 15,767.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 77.9% รับแรงหนุนจากทั้งธุรกิจค้าปลีกทองคำ และธุรกิจขายฝากทองคำ “ทองมาเงินไป” ที่ยังเติบโตโดดเด่น พร้อมเดินหน้าขยายสาขาครอบคลุมหลายจังหวัดทั่วประเทศ รองรับความต้องการสภาพคล่องของผู้บริโภค หนุนพอร์ตลูกหนี้และรายได้ดอกเบี้ยขยายตัว เป็นหนึ่งในเครื่องยนต์หลักในการสร้างกำไรให้บริษัท ขณะที่การบริหารต้นทุนและ SG&A ยังทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ  พร้อมได้รับการสนับสนุนแหล่งเงินทุนจากสถาบันการเงินอย่างต่อเนื่อง สะท้อนความเชื่อมั่นต่อศักยภาพการเติบโตระยะยาวของธุรกิจขายฝากและแผนขยายธุรกิจในอนาคต

นายอนิพัทย์ ศรีรุ่งธรรม ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการตลาด บริษัท ออโรร่า ดีไซน์ จำกัด (มหาชน) หรือ AURA เปิดเผยว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 ยังคงเติบโตแข็งแกร่งต่อเนื่อง โดยบริษัทมีกำไรสุทธิทำสถิติสูงสุดรายไตรมาสอีกครั้ง อยู่ที่ 700.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 75.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 59.7% จากไตรมาสก่อนหน้า สะท้อนการเติบโตของทั้งธุรกิจค้าปลีกทองคำ และธุรกิจ Gold Financing หรือธุรกิจขายฝากทองคำ “ทองมาเงินไป” แม้ราคาทองคำจะยังอยู่ในระดับสูงและมีความผันผวน โดยจำนวนธุรกรรมทั้งฝั่งขายออกและรับซื้อคืนทองคำยังคงอยู่ในระดับสูง สะท้อนความแข็งแกร่งของแบรนด์ AURORA และความเชื่อมั่นของผู้บริโภคต่อบริการแบบ One Stop Service

ขณะที่ รายได้จากการดำเนินงานรวมอยู่ที่ 15,767.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 77.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนผลการดำเนินงานในไตรมาสนี้ มาจากธุรกิจค้าปลีกทองคำที่เข้าสู่ช่วง High Season ทั้งเทศกาลปีใหม่ ตรุษจีน และวาเลนไทน์ ประกอบกับความต้องการซื้อทองคำเพื่อการออมและการลงทุนที่เพิ่มขึ้นตามทิศทางราคาทองคำ ส่งผลให้ยอดขายกลุ่มธุรกิจค้าปลีกทองรูปพรรณ (Modern Gold) ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนรายได้ประมาณ 95% เติบโตโดดเด่น ขณะที่กลุ่มสินค้า High-margin Products ทั้ง Diamond และ Design Gold เริ่มเห็นสัญญาณการกลับมาเติบโตได้ดีขึ้น จากการจับมือพันธมิตร การออกสินค้าใหม่ และกลยุทธ์การตลาดที่ตอบโจทย์ผู้บริโภครุ่นใหม่มากขึ้น  

โดยในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมา บริษัทประสบความสำเร็จในการเปิดตัว “ทองแผ่นและการ์ดลายดิสนีย์รุ่นพิเศษ Mickey & Friends” ในราคาที่เริ่มต้นสะสมได้ง่าย เพื่อขยายฐานลูกค้ากลุ่ม Young Gen และลูกค้าสายคอลเลกชัน ซึ่งได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค พร้อมตอกย้ำแนวคิด “ของขวัญแห่งความสุขที่มีคุณค่า”  

ขณะเดียวกัน ธุรกิจ Gold Financing หรือธุรกิจขายฝากทองคำ “ทองมาเงินไป” ยังคงขยายตัวแข็งแกร่ง และกลายเป็นหนึ่งในธุรกิจสำคัญที่ช่วยสนับสนุนการเติบโตของกำไรของบริษัทมากขึ้น โดยพอร์ตลูกหนี้ขายฝาก (AR Balance) เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 9,139.8 ล้านบาท จากสิ้นปี 2568 ที่ 8,211.2 ล้านบาท ส่งผลให้รายได้ดอกเบี้ยเติบโตโดดเด่นต่อเนื่อง

ทั้งนี้ บริษัทเดินหน้าขยายสาขา “ทองมาเงินไป” ครอบคลุมหลายจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อรองรับความต้องการสภาพคล่องของผู้บริโภคในแต่ละพื้นที่ พร้อมได้รับการสนับสนุนจากสถาบันการเงินอย่างต่อเนื่อง สะท้อนความเชื่อมั่นต่อศักยภาพการเติบโตของธุรกิจ Gold Financing ในระยะยาว และผลักดันให้ธุรกิจดังกล่าวกลายเป็นหนึ่งในธุรกิจหลักที่สร้างรายได้และกำไรที่แข็งแกร่งให้กับบริษัท

ด้านอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) อยู่ที่ 10.2% แม้ Product Mix จะมีสัดส่วนยอดขายทองแผ่นเพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลต่ออัตรากำไรบางส่วน แต่บริษัทยังคงสามารถบริหารค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ภาพรวมความสามารถในการทำกำไรยังอยู่ในระดับที่ดี ขณะที่โครงสร้างเงินทุนมีความแข็งแกร่งและยืดหยุ่นมากขึ้นจากการออกหุ้นกู้ชั่วนิรันดร์ (Perpetual Bond)

สำหรับภาพรวมการขยายเครือข่ายสาขา บริษัทเดินหน้าขยายธุรกิจภายใต้แบรนด์ AURORA, เซ่งเฮง, ทองมาเงินไป, AURORA Diamond และ ของขวัญ by AURORA เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคทั่วประเทศ โดย ณ สิ้นไตรมาส 1/2569 บริษัทมีสาขารวมทั้งสิ้น 629 สาขา พร้อมเดินหน้าพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลและ Application เพื่อยกระดับ Customer Experience และเพิ่มฐานสมาชิก Active Member อย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ บริษัทอยู่ระหว่างเดินหน้าตามแผนธุรกิจระยะ 3 ปี (2569–2571) ภายใต้โครงการ Jump+ ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยมุ่งสร้างการเติบโตผ่าน 3 ธุรกิจหลัก ได้แก่ Modern Gold, High-margin Products และ Gold Financing พร้อมต่อยอดธุรกิจใหม่และ Financial Ecosystem เพื่อผลักดันการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

LATEST NEWS

ถ้าคุณกำลังมองหา “หุ้นเติบโต” งาน JUMP+ Investor Day 2026 คือคำตอบ ลงทะเบียนเข้างานฟรี!

“หุ้นเติบโต” แต่ยังไม่รู้ว่าจะเลือกอย่างไร?

📈 มาหาคำตอบและเปิดมุมมองการลงทุนให้รอบด้านที่งาน JUMP+ Investor Day 2026

พบกับข้อมูลเศรษฐกิจ มุมมองธุรกิจ และแนวคิดการลงทุนจากผู้เชี่ยวชาญ พร้อมเจาะลึกแผนธุรกิจและโอกาสการเติบโตของบริษัทจดทะเบียน

GC เสนอขายหุ้นกู้ต่อประชาชนทั่วไป 2 ชุด อายุ 7 ปีที่อัตราดอกเบี้ย 2.65% ต่อปีและ 10 ปีที่อัตราดอกเบี้ย 3.00% ต่อปี พร้อมเดินหน้าบริหารโครงสร้างเงินทุนเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต

บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ผู้นำในธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากลและแกนนำธุรกิจเคมีภัณฑ์ของกลุ่ม ปตท. เสนอขายหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ซึ่งผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนก่อนครบกำหนด ต่อประชาชนเป็นการทั่วไป (Public Offering) โดยหุ้นกู้แบ่งเป็น 2 ชุด ได้แก่ หุ้นกู้รุ่นอายุ 7 ปี อัตราดอกเบี้ย 2.65% ต่อปี และรุ่นอายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ย 3.00% ต่อปี เปิดจองซื้อ 3 ช่วง ระหว่างวันที่ 14–21 กันยายน 2569 โดยหุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ AA-(tha) จากฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569

WHART ทุ่ม 2.5 พันล้านฮุบ WGCL ล็อกสัญญาเช่า 30 ปี ชูจุดแข็งคลังสินค้า Built-to-Suit เคาะราคาขายสูงสุด 11.10 บาท เปิดจองหน่วยเพิ่มทุน 21 ก.ย.-1 ต.ค.

กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดับบลิวเอชเอ พรีเมี่ยม โกรท (WHART) เดินหน้าขยายพอร์ตต่อเนื่องด้วยการเข้าลงทุนใน WGCL ศูนย์กระจายสินค้าระดับสากลบนทำเลยุทธศาสตร์ EEC มาบตาพุด จ.ระยอง มูลค่ารวมไม่เกิน 2,507.60 ล้านบาท สินทรัพย์คุณภาพสูงแบบ Built-to-Suit พื้นที่รวม 99,390 ตร.ม. พร้อมสัญญาเช่าระยะยาว 30 ปี ดันมูลค่าทรัพย์สินรวมทะลุ 56,000 ล้านบาท เปิดจองซื้อหน่วยทรัสต์เพิ่มทุน ผู้ถือหน่วยเดิมจอง 21 – 25 ก.ย. และประชาชนทั่วไป 28 ก.ย.-1 ต.ค.69 นี้

RELATED