NER โดดเด่นครึ่งปีหลัง โบรกเกอร์เชียร์ “ซื้อ” เคาะราคาเป้าหมายสูงสุด 6.50 บาท รับอานิสงส์ราคายางฟื้น-Supply ตึงตัว คาดกำไรปี 69 แตะ 1.8 พันลบ. ชูจุดเด่น PE ต่ำกลุ่มสินค้า EUDR

นักวิเคราะห์แนะนำ “ซื้อ” หุ้น บมจ.นอร์ทอีส รับเบอร์ (NER) ให้ราคาเป้าหมายสูงสุด 6.50 บาท/หุ้น มองแนวโน้มผลการดำเนินงานครึ่งหลังปี 69 มีโอกาสฟื้นตัวโดดเด่น ตามทิศทางราคายางที่ปรับตัวสูงขึ้นจากภาวะ Supply ในตลาดที่ตึงตัว พร้อมมอง NER เป็นหนึ่งในผู้ผลิตยางแท่งไทยที่มีโอกาสได้รับประโยชน์จากมาตรการ EUDR ของยุโรป หากเริ่มบังคับใช้ ขณะที่คาดกำไรทั้งปีมีโอกาสแตะ 1.8 พันล้านบาท และราคาหุ้นยังมีจุดเด่นจากค่า PE ที่อยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับกลุ่มผู้ผลิตสินค้า EUDR

บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เผยแพร่บทวิเคราะห์หุ้น บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) (NER) โดยระบุว่า NER เป็นหนึ่งในผู้ผลิตยางแท่งไทยที่คาดว่าจะได้อานิสงส์หากมาตรการ EUDR ของยุโรปเริ่มบังคับใช้ตามกำหนดโดยไม่มีการเลื่อนออกไปอีก ปัจจุบันบริษัทเริ่มได้รับคำสั่งซื้อยาง EUDR แล้วราว 2,000 ตัน และมีสินค้าที่ผ่านเกณฑ์พร้อมส่งมอบราว 10,000 ตัน ตั้งเป้ายอดขายยาง EUDR ที่ประมาณ 40,000 ตัน/ปี หรือไม่เกิน 10% ของปริมาณขายรวม หากมีการบังคับใช้เต็มรูปแบบ อย่างไรก็ตาม กลยุทธ์หลักของ NER ยังคงมุ่งเน้นตลาด Non-EUDR ซึ่งเป็นตลาดที่มีความเชี่ยวชาญและมีฐานลูกค้าเดิมแข็งแกร่ง อีกทั้งไม่ต้องแบกรับต้นทุนเพิ่มเติมเพื่อรองรับข้อกำหนด EUDR 

“เรามองว่าบริษัทมีโอกาสได้ประโยชน์ทางอ้อมจาก Supply ยางบางส่วนที่ถูกดึงเข้าสู่ตลาด EUDR ซึ่งอาจช่วยหนุนราคา และเปิดโอกาสให้ NER เพิ่มส่วนแบ่งตลาด Non-EUDR”

สำหรับราคาขายยางแท่งปัจจุบันปรับขึ้นสู่ 77-80 บาท/กก. ตามราคายาง SICOM ที่ทำระดับสูงสุดในรอบกว่า 10 ปี จาก Supply ยางในตลาดที่ตึงตัว ขณะที่ยางบางส่วนมีแนวโน้มถูกดึงไปผลิตสินค้า EUDR มากขึ้น ส่งผลให้ราคายาง Non-EUDR ปรับตัวสูงขึ้นตาม สำหรับ Q3/2569  ปัญหาการจัดหา Supply ไม่รุนแรงอย่างที่บริษัทคาด หนุนปริมาณขายเพิ่มเป็นราว 1.2 แสนตัน (+10% QoQ, +7% YoY) 

ขณะที่ GPM มีโอกาสยืนเหนือ 10% (เทียบกับทั้งปีคาดเพียง 9.3%) ทำให้กำไรปกติมีโอกาสเข้าใกล้ระดับสูงสุดเดิมที่ 619 ล้านบาท ส่วน Q4/2569  หาก El Niño รุนแรงขึ้น ปริมาณขายอาจลดลงสู่ราว 1.1 แสนตัน แต่ยังได้แรงหนุนจากราคาขายและ GPM ที่สูง เราคาดกำไรปกติ 2H2569 ที่ 1.0-1.1 พันล้านบาท หนุนกำไรทั้งปีมีโอกาสแตะ 1.8 พันล้านบาท +/- สูงกว่าประมาณการราว 4%   Supply ยางที่คาดว่ายังตึงตัวต่อเนื่องในปี 2570 จะช่วยหนุนราคาขายและ GPM ทำให้กำไรมีแนวโน้มเติบโตต่อและประมาณการยังมี Upside 

สำหรับประมาณการกำไรปี 2569 อาจดีกว่าที่ประเมินไว้ ทำให้กำไรปี 2570 มีโอกาสปรับขึ้นขึ้นเช่นกัน โดยคาดรายได้เติบโตตามการเพิ่มขึ้นของราคาขายเฉลี่ย หากเกิด El Niñoในปี 2570 และหนุนให้ GPM มีโอกาสดีกว่าที่คาดไว้ที่ 9.8% ปัจจุบัน NER ถูกซื้อขายที่ PER2569 ต่ำเพียง 5.0 เท่า เทียบ TEGH  และ STA ที่ 6.0 เท่า และ 12.7 เท่า ตามลำดับ ให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ 7% ต่อปี (เหลือส่วนของ 2H2569 อีก 0.26 บาทให้ผลตอบแทน 6%) ด้วยภาพธุรกิจที่เป็นบวกเราปรับเพิ่ม PER ในการประเมินมูลค่าจาก 6 เท่าเป็น 7 เท่า ได้ราคาเป้าหมายสิ้นปี 2569 เพิ่มขึ้นเป็น 6.50 บาท มี Upside gain 40.1% คงคำแนะนำ “ซื้อ”

ด้านบริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุว่า เป้า Consensus ของ NER อยู่ที่ 5.40 บาท ประเมินราคายางพาราปรับขึ้นแรงทดสอบ High รอบ 9 ปี ผลจาก El Niño ขณะที่ Valuation ไม่แพง Forward PE 5 เท่า โดย Consensus คาดปันผลปีนี้ 0.35 บาท (Dividend Yield 7.6%) ครึ่งแรกปี 2569 จ่ายไปแล้ว 0.05 บาท/หุ้น เหลืออีก 0.30 บาท/หุ้น (Yield 6.5%)

LATEST NEWS

GC เสนอขายหุ้นกู้ต่อประชาชนทั่วไป 2 ชุด อายุ 7 ปีที่อัตราดอกเบี้ย 2.65% ต่อปีและ 10 ปีที่อัตราดอกเบี้ย 3.00% ต่อปี พร้อมเดินหน้าบริหารโครงสร้างเงินทุนเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต

บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ผู้นำในธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากลและแกนนำธุรกิจเคมีภัณฑ์ของกลุ่ม ปตท. เสนอขายหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ซึ่งผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนก่อนครบกำหนด ต่อประชาชนเป็นการทั่วไป (Public Offering) โดยหุ้นกู้แบ่งเป็น 2 ชุด ได้แก่ หุ้นกู้รุ่นอายุ 7 ปี อัตราดอกเบี้ย 2.65% ต่อปี และรุ่นอายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ย 3.00% ต่อปี เปิดจองซื้อ 3 ช่วง ระหว่างวันที่ 14–21 กันยายน 2569 โดยหุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ AA-(tha) จากฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569

WHART ทุ่ม 2.5 พันล้านฮุบ WGCL ล็อกสัญญาเช่า 30 ปี ชูจุดแข็งคลังสินค้า Built-to-Suit เคาะราคาขายสูงสุด 11.10 บาท เปิดจองหน่วยเพิ่มทุน 21 ก.ย.-1 ต.ค.

กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดับบลิวเอชเอ พรีเมี่ยม โกรท (WHART) เดินหน้าขยายพอร์ตต่อเนื่องด้วยการเข้าลงทุนใน WGCL ศูนย์กระจายสินค้าระดับสากลบนทำเลยุทธศาสตร์ EEC มาบตาพุด จ.ระยอง มูลค่ารวมไม่เกิน 2,507.60 ล้านบาท สินทรัพย์คุณภาพสูงแบบ Built-to-Suit พื้นที่รวม 99,390 ตร.ม. พร้อมสัญญาเช่าระยะยาว 30 ปี ดันมูลค่าทรัพย์สินรวมทะลุ 56,000 ล้านบาท เปิดจองซื้อหน่วยทรัสต์เพิ่มทุน ผู้ถือหน่วยเดิมจอง 21 – 25 ก.ย. และประชาชนทั่วไป 28 ก.ย.-1 ต.ค.69 นี้

NER โดดเด่นครึ่งปีหลัง โบรกเกอร์เชียร์ “ซื้อ” เคาะราคาเป้าหมายสูงสุด 6.50 บาท รับอานิสงส์ราคายางฟื้น-Supply ตึงตัว คาดกำไรปี 69 แตะ 1.8 พันลบ. ชูจุดเด่น PE ต่ำกลุ่มสินค้า EUDR

นักวิเคราะห์แนะนำ “ซื้อ” หุ้น บมจ.นอร์ทอีส รับเบอร์ (NER) ให้ราคาเป้าหมายสูงสุด 6.50 บาท/หุ้น มองแนวโน้มผลการดำเนินงานครึ่งหลังปี 69 มีโอกาสฟื้นตัวโดดเด่น ตามทิศทางราคายางที่ปรับตัวสูงขึ้นจากภาวะ Supply ในตลาดที่ตึงตัว พร้อมมอง NER เป็นหนึ่งในผู้ผลิตยางแท่งไทยที่มีโอกาสได้รับประโยชน์จากมาตรการ EUDR ของยุโรป หากเริ่มบังคับใช้ ขณะที่คาดกำไรทั้งปีมีโอกาสแตะ 1.8 พันล้านบาท และราคาหุ้นยังมีจุดเด่นจากค่า PE ที่อยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับกลุ่มผู้ผลิตสินค้า EUDR

RELATED