จับตา ศก.สหรัฐเสี่ยงเข้าสู่ภาวะถดถอย เตือนนักลงทุนในตลาดหุ้นรับมือผลกระทบ

บริษัทที่ปรึกษาทางการเงิน กล่าวว่า ข้อมูลตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐชี้ว่าประเทศนี้กำลังจะเดินเข้าสู่สภาวะถดถอย และนักลงทุนในตลาดหุ้นควรเตรียมตัวรับผลกระทบที่จะตามมา

คริส วาทลิ่ง CEO ของบริษัทที่ปรึกษาการเงิน Longview Economics เชื่อว่า สภาพเศรษฐกิจถดถอยกำลังจะมาโดยดูได้จากตัวเลขคาดการเศรษฐกิจล่วงหน้า “ที่ชัดเจนมากว่าคงจะย่ำแย่อย่างเจ็บปวด”

ดัชนีตัวเลขเศรษฐกิจชี้นำล่วงหน้า (Leading Economic Index) ของสหรัฐ ที่จัดทำโดย The Conference Board ได้ดิ่งลง 1.2% ในเดือน มี.ค. ไปอยู่ในระดับต่ำสุดตั้งแต่เดือน พ.ย.2020

เขากล่าวว่า ตัวเลขล่าสุดนี้ชี้ว่าสภาพเศรษฐกิจสหรัฐที่อ่อนแอมีแนวโน้มที่จะย่ำแย่ลงเร็วยิ่งขึ้นในเดือนต่อไปข้างหน้า และจะกระจายไปทั่วทุกภาคส่วนของสหรัฐ

คุณวาทลิ่ง กล่าวว่า นอกเหนือจากสัญญาณจากดัชนีที่สำคัญตัวนี้แล้ว สิ่งที่ยืนยันแนวโน้มที่น่าวิตกอีกอย่างหนึ่งคือเส้นกราฟผกผันกลับข้างกันระหว่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 2 ปี และ 10 ปี ที่ได้เห็นมานานประมาณ 1 ปีแล้ว

เขาย้ำว่า เมื่อไรที่เส้นกราฟนี้ออกมาในลักษณะนี้เป็นเวลาติดต่อกันนาน เศรษฐกิจสหรัฐจะเผชิญกับภาวะถดถอย โดยสิ่งเดียวที่ยังไม่ชัดเจน คือ มันจะเกิดขึ้นเมื่อไรเท่านั้นเอง

ถึงแม้นักเศรษฐศาสตร์หลายคนได้เตือนถึงภาวะถดถอยที่คอยอยู่ข้างหน้า แต่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เพิ่งแถลงเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่าตลาดแรงงานสหรัฐและตัวเลขการบริโภคยังชี้ถึงสภาพที่แข็งแกร่งอย่างน่าประหลาดใจ

รายงาน World Economic Outlook ของ IMF ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 11 เม.ย. คาดว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะขยายตัว 1.6% ในปีนี้ หลังจากที่โตประมาณ 1.0% ในปี 2022

จิทา โกพิแนธ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ IMF กล่าวกับ CNBC เมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า สัญญาณการอ่อนตัวลงของเงินเฟ้อ ทำให้ IMF มีความหวังว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะหลีกเลี่ยงสภาพที่ถดถอยได้ในปีนี้

อย่างไรก็ตาม เธอกล่าวว่า โอกาสที่สหรัฐจะเผชิญกับสภาพการชะลอตัวอย่างรุนแรงก็ยังเป็นสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้

แต่ คุณวาทลิ่ง กล่าวว่า ตลาดหุ้นสหรัฐคงไม่สามารถหลีกเลี่ยงผลกระทบจากสภาพเศรษฐกิจถดถอยได้โดยสิ้นเชิง

ที่มา: https://www.cnbc.com/2023/04/21/a-recession-is-coming-and-equity-markets-may-incur-some-pain-strategist-says.html?__source=androidappshare&fbclid=IwAR2XzS0E2MTzO0pSeWcwbJlc-Wehqdw15HtjyJQUtjfE6hLJ9A0WMa925Vs

LATEST NEWS

SCB WEALTH แนะจับตา 5 ปัจจัยเสี่ยงต้องติดตามช่วงครึ่งหลังปี 67

SCB WEALTH เดินหน้าจัดงานสัมมนา Exclusive Investment Talk ในหัวข้อ “รู้ทันเศรษฐกิจโลกจัดสรรความมั่งคั่งแบบมีเป้าหมาย” ให้แก่กลุ่มลูกค้า High Net Worth Individuals (HNWIs) โดยมองว่ามี 5 ปัจจัยเสี่ยงที่มีผลต่อการจัดพอร์ตลงทุนในครึ่งหลังปี 2567 เศรษฐกิจสหรัฐฯมีแนวโน้มขยายตัวได้ดีในช่วงที่เหลือของปี 2567 อัตราเงินเฟ้อชะลอลงเศรษฐกิจยุโรปหลุดพ้นจากภาวะเศรษฐกิจถดถอย (Recession)

สรุปภาพรวมภาวะตลาดหลักทรัพย์เดือนพฤษภาคม 2567

แนวโน้มการดำเนินนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯจะยังคงดอกเบี้ยสูงไปอีกระยะ (Higher for Longer) หลังจาก IMF ประเมินสถานการณ์ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในทะเลแดงทำให้สายการเดินเรือใหญ่ปรับเส้นทางขนส่งซึ่งเป็นการเพิ่มต้นทุนค่าระวางเรือและราคาสินค้าโภคภัณฑ์หลายชนิดจะยังทรงตัวในระดับสูงกระทบอัตราเงินเฟ้อที่ปรับลดลงช้ากว่าคาดแม้ว่าตลาดแรงงานส่งสัญญาณชะลอตัวขณะที่เศรษฐกิจจีนมีสัญญาณฟื้นตัวแต่ยังคงอ่อนแอรัฐบาลจีนประกาศมาตรการรักษาเสถียรภาพและกระตุ้นตลาดหุ้นทำให้ดัชนีตลาดหลักทรัพย์จีนและฮ่องกงเริ่มฟื้นตัว

ตลาดหลักทรัพย์ฯ พัฒนาระบบ SET Carbon จับมือพันธมิตรร่วมยกระดับคุณภาพข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สู่เป้าหมาย Net Zero ค.ศ.2050

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ก้าวสู่ปีที่ 50 มุ่งพัฒนาตลาดทุนอย่างยั่งยืน สู่เป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net-zero Commitment) เดินหน้าพัฒนาระบบ SET Carbon เปิดเผยข้อมูลการจัดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของตลาดทุน ตามแผนกลยุทธ์ปี 2567 โดยนำเทคโนโลยีมาพัฒนาการจัดการข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากการดำเนินธุรกิจของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) และเชื่อมต่อข้อมูลกับหน่วยงานด้านพลังงานและทรัพยากร หวังยกระดับข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (Environmental, Social, Governance: ESG) เพื่อประโยชน์ของการใช้ข้อมูล พร้อมลดกระบวนการทำงานของ บจ. ล่าสุดร่วมกับ กฟผ.แลกเปลี่ยนข้อมูลการใช้พลังงาน บจ. โดยระบบ SET Carbon เฟสแรกจะเปิดให้บริการสำหรับ บจ.ที่สนใจ ภายในไตรมาสแรกปี 2568

RELATED