ผู้ถือหุ้น AH เห็นชอบจ่ายปันผลเพิ่ม 0.48 บาท/หุ้น รวมปี 67 จ่าย 0.78 บาท/หุ้นกำหนดจ่าย 23 พ.ค.นี้

ผู้ถือหุ้น AH ไฟเขียวจ่ายเงินปันผลเพิ่มอีก 0.48 บาทต่อหุ้น รวมทั้งปี 2567 จ่าย 0.78 บาทต่อหุ้น คิดเป็น 36.3% ของกำไรสุทธิ สูงกว่านโยบายการจ่ายปันผลของบริษัทฯ Record Date 14 มีนาคม กำหนดจ่าย 23 พฤษภาคม 2568 ผู้บริหารแย้มแผนธุรกิจปี 68 เดินหน้าขยายความร่วมมือพันธมิตรสากล ขยายโอกาสต่อยอดการเติบโตแกร่ง ดันรายได้และอัตรากำไรสุทธิเติบโตสูงขึ้น

นายเย็บ ซู ชวน ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.อาปิโก ไฮเทค (AH) เปิดเผยถึงผลการประชุมผู้ถือหุ้นประจำปี 2568 ซึ่งจัดขึ้น ณ โรงแรมอีสติน แกรนด์ สาทร กรุงเทพ เมื่อเร็วๆนี้ว่า ที่ประชุมมีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลเพิ่ม 0.48 บาทต่อหุ้น คิดเป็นวงเงิน 161 ล้านบาท แบ่งเป็นการจ่ายเงินปันผลในอัตราหุ้นละ 0.02 บาท จากกำไรสุทธิของกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล (BOI) และเงินปันผลอัตราหุ้นละ 0.46 บาท จากกำไรสุทธิของกิจการที่ไม่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล (Non-BOI) 

รวมทั้งปี 2567 บริษัทฯ จ่ายเงินปันผลรวมทั้งสิ้น 0.78 บาทต่อหุ้น คิดเป็นวงเงินรวมประมาณ 265 ล้านบาท หรือราว 36.3% ของกำไรสุทธิ ซึ่งสูงกว่านโยบายจ่ายเงินปันผลที่กำหนดไว้ 30% ของกำไรสุทธิ โดยกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิ์ได้รับเงินปันผล (Record Date) วันที่ 14 มีนาคม 2568 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 23 พฤษภาคม 2568 ซึ่งเป็นไปตามแนวทางการบริหารจัดการทางการเงินที่ให้ความสำคัญกับการสร้างมูลค่าสูงสุดให้แก่ผู้ถือหุ้น

นายเย็บ กล่าวเพิ่มเติมว่า ภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศไทยคาดจะฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป อย่างไรก็ตามด้วยงานในอนาคตที่ทางบริษัทฯได้รับ บริษัทฯมั่นใจการเติบโตในระยะกลางถึงระยะยาว สำหรับทิศทางในอนาคต บริษัทฯมุ่งเน้นขับเคลื่อนการเติบโต ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจในอุตสาหกรรมยานยนต์ และเทคโนโลยีชั้นนำ โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า ระบบอัตโนมัติ และการเพิ่มประสิทธิภาพในการลดต้นทุน ขณะเดียวกัน การเติบโตจากภายในองค์กร ยังคงเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความแข็งแกร่ง และเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในตลาดโลก

นอกจากนี้ บริษัทฯยังคงมีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง และมีสภาพคล่องเพียงพอในการรับมือกับความผันผวนของตลาด โดยยังคงรักษาความแข็งแกร่งของฐานะการเงิน ผ่านการลดระดับหนี้สิน และบริหารอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นที่ต่ำเพียง 0.5 เท่า จึงเชื่อมั่นว่า บริษัทฯ จะสามารถสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงให้แก่ผู้ถือหุ้น พร้อมรักษาความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมยานยนต์ทั้งในและต่างประเทศได้อย่างยั่งยืนต่อไป

LATEST NEWS

GC เสนอขายหุ้นกู้ต่อประชาชนทั่วไป 2 ชุด อายุ 7 ปีที่อัตราดอกเบี้ย 2.65% ต่อปีและ 10 ปีที่อัตราดอกเบี้ย 3.00% ต่อปี พร้อมเดินหน้าบริหารโครงสร้างเงินทุนเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต

บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ผู้นำในธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากลและแกนนำธุรกิจเคมีภัณฑ์ของกลุ่ม ปตท. เสนอขายหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ซึ่งผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนก่อนครบกำหนด ต่อประชาชนเป็นการทั่วไป (Public Offering) โดยหุ้นกู้แบ่งเป็น 2 ชุด ได้แก่ หุ้นกู้รุ่นอายุ 7 ปี อัตราดอกเบี้ย 2.65% ต่อปี และรุ่นอายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ย 3.00% ต่อปี เปิดจองซื้อ 3 ช่วง ระหว่างวันที่ 14–21 กันยายน 2569 โดยหุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ AA-(tha) จากฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569

WHART ทุ่ม 2.5 พันล้านฮุบ WGCL ล็อกสัญญาเช่า 30 ปี ชูจุดแข็งคลังสินค้า Built-to-Suit เคาะราคาขายสูงสุด 11.10 บาท เปิดจองหน่วยเพิ่มทุน 21 ก.ย.-1 ต.ค.

กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดับบลิวเอชเอ พรีเมี่ยม โกรท (WHART) เดินหน้าขยายพอร์ตต่อเนื่องด้วยการเข้าลงทุนใน WGCL ศูนย์กระจายสินค้าระดับสากลบนทำเลยุทธศาสตร์ EEC มาบตาพุด จ.ระยอง มูลค่ารวมไม่เกิน 2,507.60 ล้านบาท สินทรัพย์คุณภาพสูงแบบ Built-to-Suit พื้นที่รวม 99,390 ตร.ม. พร้อมสัญญาเช่าระยะยาว 30 ปี ดันมูลค่าทรัพย์สินรวมทะลุ 56,000 ล้านบาท เปิดจองซื้อหน่วยทรัสต์เพิ่มทุน ผู้ถือหน่วยเดิมจอง 21 – 25 ก.ย. และประชาชนทั่วไป 28 ก.ย.-1 ต.ค.69 นี้

NER โดดเด่นครึ่งปีหลัง โบรกเกอร์เชียร์ “ซื้อ” เคาะราคาเป้าหมายสูงสุด 6.50 บาท รับอานิสงส์ราคายางฟื้น-Supply ตึงตัว คาดกำไรปี 69 แตะ 1.8 พันลบ. ชูจุดเด่น PE ต่ำกลุ่มสินค้า EUDR

นักวิเคราะห์แนะนำ “ซื้อ” หุ้น บมจ.นอร์ทอีส รับเบอร์ (NER) ให้ราคาเป้าหมายสูงสุด 6.50 บาท/หุ้น มองแนวโน้มผลการดำเนินงานครึ่งหลังปี 69 มีโอกาสฟื้นตัวโดดเด่น ตามทิศทางราคายางที่ปรับตัวสูงขึ้นจากภาวะ Supply ในตลาดที่ตึงตัว พร้อมมอง NER เป็นหนึ่งในผู้ผลิตยางแท่งไทยที่มีโอกาสได้รับประโยชน์จากมาตรการ EUDR ของยุโรป หากเริ่มบังคับใช้ ขณะที่คาดกำไรทั้งปีมีโอกาสแตะ 1.8 พันล้านบาท และราคาหุ้นยังมีจุดเด่นจากค่า PE ที่อยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับกลุ่มผู้ผลิตสินค้า EUDR

RELATED