บอร์ด AH ไฟเขียวปันผลเพิ่ม 0.48 บาท หลังทำผลงานปี 67 แกร่งกว่าอุตสาหกรรม ปักหมุดปี 68 ขยายพันธมิตรระดับสากลต่อยอดการเติบโต

บมจ.อาปิโกไฮเทค เคาะจ่ายเงินปันผลเพิ่มอีก 0.48 บาทต่อหุ้น รวมทั้งปี 2567 จ่าย 0.78 บาทต่อหุ้น หลังทำผลงานปี 2567 ได้ดีกว่าภาพรวมอุตสาหกรรม มีกำไรสุทธิ 747 ล้านบาท รายได้รวมแตะ 27,002 ล้านบาท อานิสงค์การเติบโตของธุรกิจในต่างประเทศเป็นสำคัญ ปักหมุดปี 68 เร่งเดินหน้าขยายความร่วมมือพันธมิตรระดับสากล ต่อยอดโอกาสการเติบโตระยะยาว 

นายเย็บ ซู ชวน ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.อาปิโก ไฮเทค (AH) ผู้ดำเนินธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ ธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์และศูนย์บริการหลังการขาย และธุรกิจบริการด้านเทคโนโลยีการเชื่อมต่อและ IoT (Internet of Things) เปิดเผยภาพรวมผลการดำเนินงานปี 2567 ว่า บริษัทมีรายได้รวม 27,002 ล้านบาท ปรับตัวลดลงราว 11% เทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน แต่นับว่าดีกว่าภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยที่หดตัวถึง 20% จากแรงกดดันที่ภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว 

ขณะที่กำไรสุทธิลดลงจากปีก่อนอยู่ที่ 747 ล้านบาท ผลจากการขาดทุนในประเทศโปรตุเกส ซึ่งเกิดจากผลกระทบทางบัญชีจาก Inventory reduction และการตัดบัญชีสินทรัพย์ภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี (Deferred Tax Asset Write-off) อย่างไรก็ตาม การขาดทุนดังกล่าวเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว (One-time Event) และจะไม่กระทบต่อแนวโน้มการเติบโตของบริษัทในอนาคตอย่างแน่นอน

นายเย็บ กล่าวเพิ่มเติมว่า แม้กำไรสุทธิโดยรวมลดลง แต่ AH ยังคงเติบโตได้จากกลยุทธ์กระจายความเสี่ยงผ่านธุรกิจในต่างประเทศ โดยเฉพาะธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ในประเทศมาเลเซียที่เติบโตสูงถึง 8.2% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และธุรกิจชิ้นส่วนยานยนต์ในมาเลเซียที่ AH เข้าซื้อกิจการ สามารถขยายตัวได้ถึง 218.7% ที่เป็นปัจจัยสนับสนุนหลัก อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรสุทธิยังคงอยู่ในระดับที่สามารถแข่งขันได้

ขณะที่สถานะทางการเงินของบริษัทยังคงแข็งแกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถลดหนี้สินรวมลง 12.8% และบริหารต้นทุนทางการเงินได้ดี ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยลดลง 11.2% ในขณะเดียวกัน อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน (IBD/Equity) คงที่ที่ระดับ 0.5 เท่า สะท้อนถึงการบริหารสภาพคล่องและความสามารถในการรองรับการเติบโตของธุรกิจ 

ทั้งนี้ ล่าสุดคณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลอีก 0.48 บาทต่อหุ้น รวมทั้งปี 2567 จ่ายเงินปันผลรวม 0.78 บาทต่อหุ้น คิดเป็นวงเงินรวมประมาณ 265 ล้านบาท หรือราว 36.3% ของกำไรสุทธิ ซึ่งสูงกว่านโยบายจ่ายเงินปันผลที่กำหนดไว้ 30% ของกำไรสุทธิ โดยกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิ์ได้รับเงินปันผล (Record Date) วันที่ 14 มีนาคม 2568 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 23 พฤษภาคม 2568 ซึ่งเป็นไปตามแนวทางการบริหารจัดการทางการเงินที่ให้ความสำคัญกับการสร้างมูลค่าสูงสุดให้แก่ผู้ถือหุ้น

“แม้สถานการณ์อุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลกจะยังมีความไม่แน่นอนจากภาวะการค้าโลกและสถานการณ์สงครามการค้า AH ยังคงมั่นใจในศักยภาพการเติบโตระยะกลาง บริษัทมองว่าการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์จะเริ่มเห็นผลในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการสนับสนุนการเติบโตของบริษัทในอนาคต” นายเย็บกล่าว

นายเย็บกล่าวทิ้งท้ายว่า AH ยังคงเดินหน้าต่อยอดธุรกิจ ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการเจรจากับพันธมิตรในต่างประเทศ เพื่อขยายโอกาสทางธุรกิจ รองรับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมยานยนต์ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก โดยบริษัทให้ความสำคัญกับการสร้างความแข็งแกร่งทางการเงิน ควบคู่กับการลงทุนเชิงกลยุทธ์ โดยเตรียมใช้เงินสดที่มีอยู่เพื่อสนับสนุนการขยายธุรกิจและกระจายการลงทุนให้สอดคล้องกับแนวทางเติบโตระยะยาว ด้วยแนวทางดังกล่าว จึงเชื่อมั่นว่า บริษัทจะสามารถสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงให้แก่ผู้ถือหุ้น พร้อมเดินหน้าสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ เพื่อรักษาความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมยานยนต์ทั้งในไทยและต่างประเทศ

LATEST NEWS

GC เสริมแกร่งตลอดปี 68 ลุยปรับโครงสร้างเงินทุน ดันดิจิทัล-พันธมิตรขับเคลื่อนธุรกิจ

บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC สรุปการดำเนินงานตามกลยุทธ์ เพื่อเสริมความแข็งแกร่ง ตลอดปี 2568 จากการดำเนินงานตามแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพแบบองค์รวม (Holistic Optimization) ควบคู่กับการประยุกต์ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลในทุกมิติ ภายใต้กรอบ 3 Smarts ได้แก่ Smart Plant, Smart Sales & Marketing และ Smart Work Process ส่งผลให้สามารถยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน ควบคู่กับการเสริมความแข็งแกร่งทางการเงิน โดย GC ประสบความสำเร็จในการออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นครั้งแรก มูลค่า 1,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และการออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ สกุลเงินบาท ชุดใหม่ มูลค่ารวม 10,000 ล้านบาท ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีมากจากนักลงทุน สะท้อนความเชื่อมั่นต่อฐานะทางการเงินและศักยภาพการดำเนินธุรกิจของ GC

บทความ Session : Family Business

ท่ามกลางพายุเศรษฐกิจที่โหมกระหน่ำจากภายนอก ความท้าทายที่แท้จริงของการส่งต่อความมั่งคั่งอาจไม่ได้มาจากสภาวะตลาด แต่กลับเป็น “พายุภายใน” ครอบครัวที่กำลังก่อตัวขึ้นจากความไม่เข้าใจ ช่องว่างระหว่างวัย และการขาดการวางแผนที่ดี ในงานสัมมนา SCB WEALTH Holistic Wealth Forum 2025: Storm Shift

The Storm Shift: บทใหม่ของความมั่งคั่ง ในโลกที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป”

ท่ามกลางพายุเศรษฐกิจและความผันผวนรอบด้านที่ทำให้ โลกวันนี้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป แนวคิดเรื่องการบริหารความมั่งคั่งจึงต้องปรับตัวครั้งใหญ่ SCB WEALTH จึงจัดงานสัมมนา SCB WEALTH: Holistic Wealth Forum 2025 ภายใต้ธีม The Storm Shift เพื่อทำหน้าที่เสมือน “ประภาคาร” คอยชี้ทางให้นักลงทุนท่ามกลางความไม่แน่นอน

RELATED