AH ผลงาน 2Q25 เข้าเป้า รายได้ 6.6 พันลบ. กำไรหลักแตะ 113 ลบ. เคาะปันผล 0.31 บ./หุ้นกำหนดจ่าย 10 ก.ย. 68

บมจ.อาปิโก ไฮเทค ประกาศผลงานงวดไตรมาส 2/2568 เข้าเป้า กำไรสุทธิหลักโต 13.4% แตะ 113 ล้านบาท รายได้รวม 6,630 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.1% จากช่วงเดียวกันปีก่อน อานิสงค์ยอดผลิตรถยนต์ไทยฟื้น ดันยอดขายธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ – ธุรกิจตัวแทนจำหน่ายฯในประเทศยังเติบโตได้ดี มุ่งเน้นเดินหน้าเจรจาความร่วมมือพันธมิตรธุรกิจ ลุยขยายฐานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไฟฟ้า ระบบอัตโนมัติ ต่อยอดการเติบโตแกร่ง ล่าสุดบอร์ดเคาะปันผลงวดครึ่งปีแรก 0.31 บาท/หุ้น กำหนดจ่าย 10 กันยายน 2568  

นายเย็บ ซู ชวน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาปิโก ไฮเทค จำกัด (มหาชน) หรือ AH เปิดเผยภาพรวมผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 2 ปี 2568 ว่า แม้บริษัทฯจะเผชิญกับสภาวะทางเศรษฐกิจที่ค่อนข้างท้าทาย แต่ยังคงสามารถรักษาความแข็งแกร่ง และความพร้อมในการปรับตัวต่อความผันผวนของตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยภาพรวมผลการดำเนินงานยังคงอยู่ในระดับที่น่าพอใจ มีกำไรสุทธิในส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น (ไม่รวมกำไร (ขาดทุน) จากอัตราแลกเปลี่ยน) อยู่ที่ 113 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.4% เทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน 

รายได้รวมยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 2.1% จากช่วงเดียวกันปีก่อนอยู่ที่ 6,630 ล้านบาท ตามการเติบโตของรายได้ธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ และธุรกิจตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทยเป็นสำคัญ อานิสงค์จากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมรถยนต์ โดยยอดผลิตรถยนต์ในประเทศไทยช่วงไตรมาส 2/2568 เพิ่มขึ้น 7.6% ส่งผลให้ปริมาณคำสั่งซื้อจากลูกค้ารายหลักเพิ่มขึ้น ขณะที่ธุรกิจตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทยมีรายได้เพิ่มขึ้น 7.6% 

นอกจากนี้ บริษัทฯยังได้รับแรงหนุนจากส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นจากบริษัทร่วมและกิจการร่วมค้าในประเทศไทย ที่เพิ่มขึ้น 29.9% แตะ 65 ล้านบาท ขณะเดียวกัน บริษัทสามารถลดค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลง 6.5% เหลือ 426 ล้านบาท พร้อมรักษาระดับหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นให้อยู่ในระดับต่ำที่ 0.5 เท่า แม้จะมีต้นทุนเพิ่มจากเหตุไฟฟ้าดับในฐานการดำเนินงานในประเทศโปรตุเกสในช่วงปลายเมษายนที่ผ่านมา

นายเย็บ กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทฯมุ่งมั่นในการขยายธุรกิจสู่ระดับโลกอย่างต่อเนื่อง เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตของรายได้และความสามารถในการทำกำไร โดยผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจในอุตสาหกรรมยานยนต์และเทคโนโลยีชั้นนำ โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาชิ้นส่วนสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า ระบบอัตโนมัติ และเพิ่มประสิทธิภาพในการลดต้นทุน ควบคู่ไปกับการเติบโตตามกลไกของธุรกิจ ซึ่งบทบาทของประเทศไทยภายใต้กลยุทธ์ China Plus One นับเป็นส่วนสำคัญในการเสริมสร้างศักยภาพของบริษัทฯ ในการพัฒนาและกระจายโซ่อุปทาน เพิ่มขีดความสามารถในการส่งออก และขับเคลื่อนนวัตกรรมใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง แม้จะมีการคาดการณ์ถึงสภาวะการชะลอตัวเล็กน้อยจากปี 2567 แต่เบื้องต้นบริษัทฯ ยังคงเชื่อมั่นในศักยภาพในการคว้าโอกาสใหม่ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้น และมุ่งมั่นในการสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนในระยะยาวให้แก่ผู้ถือหุ้น 

ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลจากผลประกอบการครึ่งปีแรก จำนวน 0.31 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราการจ่ายปันผล (Dividend Payout Ratio) 25% กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผล (Record Date) วันที่ 28 สิงหาคม 2568 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 10 กันยายน 2568

LATEST NEWS

GC เสนอขายหุ้นกู้ต่อประชาชนทั่วไป 2 ชุด อายุ 7 ปีที่อัตราดอกเบี้ย 2.65% ต่อปีและ 10 ปีที่อัตราดอกเบี้ย 3.00% ต่อปี พร้อมเดินหน้าบริหารโครงสร้างเงินทุนเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต

บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ผู้นำในธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากลและแกนนำธุรกิจเคมีภัณฑ์ของกลุ่ม ปตท. เสนอขายหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ซึ่งผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนก่อนครบกำหนด ต่อประชาชนเป็นการทั่วไป (Public Offering) โดยหุ้นกู้แบ่งเป็น 2 ชุด ได้แก่ หุ้นกู้รุ่นอายุ 7 ปี อัตราดอกเบี้ย 2.65% ต่อปี และรุ่นอายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ย 3.00% ต่อปี เปิดจองซื้อ 3 ช่วง ระหว่างวันที่ 14–21 กันยายน 2569 โดยหุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ AA-(tha) จากฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569

WHART ทุ่ม 2.5 พันล้านฮุบ WGCL ล็อกสัญญาเช่า 30 ปี ชูจุดแข็งคลังสินค้า Built-to-Suit เคาะราคาขายสูงสุด 11.10 บาท เปิดจองหน่วยเพิ่มทุน 21 ก.ย.-1 ต.ค.

กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดับบลิวเอชเอ พรีเมี่ยม โกรท (WHART) เดินหน้าขยายพอร์ตต่อเนื่องด้วยการเข้าลงทุนใน WGCL ศูนย์กระจายสินค้าระดับสากลบนทำเลยุทธศาสตร์ EEC มาบตาพุด จ.ระยอง มูลค่ารวมไม่เกิน 2,507.60 ล้านบาท สินทรัพย์คุณภาพสูงแบบ Built-to-Suit พื้นที่รวม 99,390 ตร.ม. พร้อมสัญญาเช่าระยะยาว 30 ปี ดันมูลค่าทรัพย์สินรวมทะลุ 56,000 ล้านบาท เปิดจองซื้อหน่วยทรัสต์เพิ่มทุน ผู้ถือหน่วยเดิมจอง 21 – 25 ก.ย. และประชาชนทั่วไป 28 ก.ย.-1 ต.ค.69 นี้

NER โดดเด่นครึ่งปีหลัง โบรกเกอร์เชียร์ “ซื้อ” เคาะราคาเป้าหมายสูงสุด 6.50 บาท รับอานิสงส์ราคายางฟื้น-Supply ตึงตัว คาดกำไรปี 69 แตะ 1.8 พันลบ. ชูจุดเด่น PE ต่ำกลุ่มสินค้า EUDR

นักวิเคราะห์แนะนำ “ซื้อ” หุ้น บมจ.นอร์ทอีส รับเบอร์ (NER) ให้ราคาเป้าหมายสูงสุด 6.50 บาท/หุ้น มองแนวโน้มผลการดำเนินงานครึ่งหลังปี 69 มีโอกาสฟื้นตัวโดดเด่น ตามทิศทางราคายางที่ปรับตัวสูงขึ้นจากภาวะ Supply ในตลาดที่ตึงตัว พร้อมมอง NER เป็นหนึ่งในผู้ผลิตยางแท่งไทยที่มีโอกาสได้รับประโยชน์จากมาตรการ EUDR ของยุโรป หากเริ่มบังคับใช้ ขณะที่คาดกำไรทั้งปีมีโอกาสแตะ 1.8 พันล้านบาท และราคาหุ้นยังมีจุดเด่นจากค่า PE ที่อยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับกลุ่มผู้ผลิตสินค้า EUDR

RELATED