Airbus เล็งเปิดสายประกอบเครื่องบิน แห่งที่ 2 ในจีน ครองตลาดเหนือ Boeing

Airbus ประกาศแผนเปิดสายประกอบเครื่องบินแห่งที่ 2 ในจีน ซึ่งเป็นสัญญาณล่าสุดของ Airbus ในการครองตลาดเครื่องบินยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่งในโลกเหนือคู่แข่ง Boeing ของสหรัฐ

ประกาศของ Airbus มีขึ้นในโอกาสที่ ปธน. แอมานุแอล มาครง ของฝรั่งเศส กำลังเยือนจีนอย่างเป็นทางการ โดยพิธีลงนามแผนขยายสายการประกอบเครื่องบินแห่งที่ 2 ที่ทำโดย CEO Guillaume Faury ของ Airbus มีคุณมาครง และ ปธน. สีจิ้นผิง ร่วมเป็นสักขีพยาน

สายการประกอบเครื่องบินแห่งที่ 2 ของ Airbus จะช่วยเสริมงานของสายประกอบสายแรกที่เมืองเทียนจินในจีน ซึ่งได้เริ่มใช้มาตั้งแต่ปี 2008 ในการประกอบเครื่องบิน Airbus รุ่น A320 ให้เสร็จสมบูรณ์ในขั้นสุดท้ายไปแล้วรวมทั้งสิ้น 600 ลำ ก่อนที่จะส่งมอบให้ลูกค้าสายการบินจีน

Airbus มีสายประกอบเครื่องบินรวม 4 แห่ง ในโลกนี้ โดยบริษัทฝรั่งเศส คาดว่าตลาดการบินภายในจีนจะขยายตัวเฉลี่ยปีละ 5.3% ในช่วง 20 ปีข้างหน้า ซึ่งเร็วกว่าการขยายตัวของตลาดการบินทั่วโลกที่โตเฉลี่ยเพียง 3.6% ต่อปี

Airbus คาดว่าตลาดการบินภายในจีนจะมีอุปสงค์ใช้เครื่องบินโดยสารและเครื่องบินขนส่งสินค้ารวม 8,420 ลำ ในช่วงระหว่างปัจจุบันถึงปี 2041 หรือเท่ากับมากกว่า 20% ของอุปสงค์การใช้เครื่องบินใหม่ทั่วโลก

ตัวเลขคาดการณ์ของ Boeing เกี่ยวกับตลาดในจีนก็มีใกล้เคียงกัน แต่ความสัมพันธ์ทางการค้าที่เสื่อมทรามลงระหว่างสหรัฐกับจีนแทบจะทำให้ Boeing ถูกกันออกจากตลาดการบินที่สำคัญมากในประเทศนี้

สัญญาที่ลงนามกันในวันพฤหัส (เวลาสหรัฐ) ครอบคลุมถึงการขายเครื่องบิน Airbus อีก 160 ลำให้กับจีน ซึ่งเป็นประเทศที่ในปัจจุบันใช้เครื่อง Airbus อยู่แล้วรวมมากกว่า 2,100 ลำ

ส่วน Boeing ยังไม่ได้รับคำสั่งซื้อเครื่องบินโดยสารพาณิชย์โดยตรงจากสายการบินจีนแม้แต่ลำเดียวมาตั้งแต่ปี 2017 นอกจากคำสั่งซื้อเครื่องจากบริษัทลิสซิ่งของจีน ซึ่งอาจเป็นเพียงตัวแทนนายหน้าที่ซื้อเครื่องเพื่อส่งมอบให้กับสายการบินอื่นที่อยู่นอกประเทศจีน หรือเป็นคำสั่งซื้อเครื่องบินขนส่งสินค้าซึ่งเป็นตลาดที่ Boeing ยังครองอยู่ในปัจจุบัน

ที่มา: https://edition.cnn.com/2023/04/06/business/airbus-china-boeing-lockout/index.html?fbclid=IwAR2xq80_yfru3wCVNLFuirlTnf17svxYhgA78aV6a9JZB52x7AfzahUGXXk

LATEST NEWS

Merchant Partners เผยความสำเร็จของกองทุนส่วนบุคคล MTT6M5 บรรลุเป้าหมายผลตอบแทนที่ 5% ภายในเวลาเพียง 3 เดือน

Merchant Partners เผยความสำเร็จของกองทุนส่วนบุคคล MTT6M5 บรรลุเป้าหมายผลตอบแทนที่ 5% ภายในเวลาเพียง 3 เดือนเศษ ตอกย้ำความเชี่ยวชาญในการบริหารกองทุนหุ้นไทยเชิงรุก

JSP x Bell เปิดตัวรังนกผสมหล่อฮังก๊วย เจาะตลาดคนรักสุขภาพ ชี้เทรนด์รังนกไม่ผสมน้ำตาลโตปีละ 20% คนรุ่นใหม่หันดื่มเป็น Functional Drink

นายพิษณุ แดงประเสริฐ รองประธานกรรมการบริหารสายงานขายและการตลาด บริษัท โรงงานเภสัชอุตสาหกรรม เจเอสพี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (JSP) เปิดเผยว่าจากข้อมูลของ JSP พบว่าตลาดรังนกสำเร็จรูปในประเทศไทยมีมูลค่าประมาณ 10,000 ล้านบาท โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยประมาณ 5-8% ต่อปี แต่จุดที่น่าสนใจคือ “กลุ่มน้ำตาลน้อย (Low Sugar) หรือไม่ใส่น้ำตาล (No Sugar Added)” มีอัตราการเติบโตพุ่งสูงกว่าตลาดรวมถึง 15-20% เนื่องจากคนรุ่นใหม่ Gen Y และ Gen Z เริ่มเข้าสู่เทรนด์ “Healthy Indulgence” (รักสุขภาพแบบพรีเมียม) ทำให้คนรุ่นใหม่เริ่มหันมาดื่มรังนกมากขึ้น โดยที่ไม่ได้มองว่ารังนกเป็นแค่ “ของฝากตามเทศกาล” อีกต่อไป แต่มองว่าเป็น “Functional Drink” ที่ดื่มเพื่อบำรุงผิวพรรณ และเสริมภูมิคุ้มกัน (Sialic Acid) โดย “ไม่ต้องการน้ำตาลสังเคาะห์” เป็นของแถม

ออริจิ้นจัดงาน Origin Wealth and Health 2026 มอบประสบการณ์เอ็กซ์คลูซีฟ ขอบคุณลูกค้าและนักลงทุน

บริษัท ออริจิ้นพร็อพเ พอร์ตี้จำกัด (มหาชน) หรือ ORI จัดงาน “Origin Wealth and Health 2026” ให้กลุ่มลูกค้าและนักลงทุน ร่วมดินเนอร์สุดพิเศษ พร้อมรับฟังวิสัยทัศน์  แผนงานดำเนินธุรกิจของกลุ่มออริจิ้น รวมถึงภาพรวมการเติบโตอย่างยั่งยืน จากนายพีระพงศ์จรูญเอกประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI ในหัวข้อ  Next Chapter พลิกเกมอสังหาไทยในโลกใหม่

RELATED