AIS คว้า 3 รางวัลตราสารหนี้-สินเชื่อสีเขียว ตอกย้ำความมั่นใจ

กลุ่มบริษัท AIS คว้า 3 รางวัลยอดเยี่ยมตราสารหนี้เพื่อความยั่งยืนและสินเชื่อสีเขียว ตอกย้ำความเชื่อมั่นนักลงทุน บทพิสูจน์ความสำเร็จอีกก้าวสู่เป้าหมายธุรกิจยั่งยืน

กลุ่มบริษัท AIS คว้ารางวัลใหญ่ตราสารหนี้เพื่อความยั่งยืนและสินเชื่อสีเขียว จาก 2 เวทีชั้นนำด้านการเงินและการลงทุนระดับประเทศและภูมิภาคเอเชีย ประกอบด้วย AIS ได้รับรางวัล “Deal of The Year” จากงานมอบรางวัลตราสารหนี้ยอดเยี่ยมแห่งปี 2567 (ThaiBMA Best Bond Awards 2024) ซึ่งจัดโดยสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย และรางวัล “Best Sustainability Bond – Telecom”  พร้อมด้วย บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด (AWN) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ ได้รับรางวัล “Best Green Loan – Telecom” จากเวที The Asset Triple A Sustainable Finance Awards 2025 จากการออกหุ้นกู้ ESG rating ระดับ AAA(tha) และดำเนินงานด้านสินเชื่อสีเขียว (Green Loan) ตามลำดับ สะท้อนความสำเร็จด้านการลงทุนเพื่อเดินหน้าขับเคลื่อนอุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทย สิ่งแวดล้อม และสังคมให้ร่วมกันเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในโลกดิจิทัล พร้อมตอกย้ำความเชื่อมั่นจากนักลงทุนและการยอมรับจากอุตสาหกรรมการเงินระดับโลก

นายมนตรี คงเครือพันธุ์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการเงิน AIS กล่าวว่า “AIS มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนในทุกมิติ ภายใต้แนวคิด Sustainable Nation ที่มุ่งสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนของประเทศไทยบนเศรษฐกิจแบบร่วมกัน หรือ Ecosystem Economy ทั้งผู้คน สังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม ในโลกดิจิทัล โดยมุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลอัจฉริยะเพื่อยกระดับศักยภาพของโครงสร้างพื้นฐาน 5G สู่โครงข่ายสีเขียว (Green Network) รวมถึงการดำเนินงานจัดหาทุนเพื่อความยั่งยืน การได้รับ 3 รางวัลอันทรงเกียรติในครั้งนี้ นับเป็นอีกความภาคภูมิใจของ AIS ในฐานะองค์กรโทรคมนาคมไทยที่ได้รับความเชื่อมั่นจากนักลงทุน และเป็นบทพิสูจน์ถึงความสำเร็จในการขับเคลื่อนธุรกิจไปสู่อนาคตที่ยั่งยืนได้อย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการสนับสนุนสินเชื่อสีเขียว (Green Loan) จำนวน 1,200 ล้านบาท และการออกหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืนที่มีความน่าเชื่อถือระดับ AAA(tha) จำนวน 25,000 ล้านบาท ซึ่งนับว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศไทย” 

โดยเงินทุนดังกล่าวจะถูกนำไปใช้ในการต่อยอดเพื่อพัฒนาโครงการต่างๆ ภายใต้กรอบแนวคิด AIS Sustainable Finance Framework ที่มุ่งลงทุนเพื่อดำเนินธุรกิจเพื่อการพัฒนาความยั่งยืนในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็น
1. โครงการสีเขียว (Eligible Green Projects) ที่ยกระดับโครงข่ายอัจฉริยะด้วยการส่งเสริมประสิทธิภาพพลังงาน โดยใช้ AI ในการประมวลผลและวิเคราะห์การใช้งานระบบเครือข่าย เพื่อบริหารจัดการการใช้พลังงานอย่างเหมาะสม ตลอดจนการใช้พลังงานทดแทน 2. โครงการเพื่อสังคม (Eligible Social Projects) โดย AIS ขยายโครงข่ายอัจฉริยะไปยังชุมชน และพื้นที่ห่างไกล เพื่อให้คนไทยได้เข้าถึงอินเทอร์เน็ต สาธารณูปโภคพื้นฐาน และเครื่องมือดิจิทัลเพื่อการศึกษาได้อย่างครอบคลุม นำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตทางสังคมและเศรษฐกิจ

“AIS ยังคงเดินหน้าสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง ด้วยการลงทุนพัฒนาโครงข่ายอัจฉริยะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เสริมสร้างโอกาสทางดิจิทัล และดำเนินงานตามหลักธรรมาภิบาล เพื่อสนับสนุนให้ผู้คนและภาคธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืนไปด้วยกัน พร้อมส่งต่อคุณค่าให้กับสังคมไทยได้อย่างแท้จริง” นายมนตรี กล่าวเสริม

สำหรับรางวัลตราสารหนี้ยอดเยี่ยมแห่งปี 2567 จัดขึ้นโดยสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย เป็นรางวัลที่มอบเพื่อเชิดชูเกียรติแก่องค์กรและบุคลากรที่มีผลงานโดดเด่นที่สุดในทุกๆ ด้านในตลาดตราสารหนี้ มีมาตรฐานระดับสูงในการออกและบริหารจัดการตราสารหนี้ ตลอดจนเป็นที่ยอมรับจากนักลงทุนในประเทศเป็นวงกว้าง และรางวัล The Asset Triple A Sustainable Finance Awards 2025 จัดขึ้นโดย The Asset สื่อสิ่งพิมพ์ด้านการเงินชั้นนำในภูมิภาคเอเชีย เป็นรางวัลที่มอบให้แก่องค์กรที่มีการดำเนินงานด้านการลงทุนเพื่อส่งเสริมความยั่งยืนและได้รับความเชื่อมั่นจากนักลงทุนในการประกอบธุรกิจอย่างโปร่งใส ตอกย้ำความเป็นผู้นำและความสำเร็จในฐานะองค์กรโทรคมนาคมไทยที่ใส่ใจเรื่องความยั่งยืนในทุกมิติ

LATEST NEWS

GC เสนอขายหุ้นกู้ต่อประชาชนทั่วไป 2 ชุด อายุ 7 ปีที่อัตราดอกเบี้ย 2.65% ต่อปีและ 10 ปีที่อัตราดอกเบี้ย 3.00% ต่อปี พร้อมเดินหน้าบริหารโครงสร้างเงินทุนเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต

บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ผู้นำในธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากลและแกนนำธุรกิจเคมีภัณฑ์ของกลุ่ม ปตท. เสนอขายหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ซึ่งผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนก่อนครบกำหนด ต่อประชาชนเป็นการทั่วไป (Public Offering) โดยหุ้นกู้แบ่งเป็น 2 ชุด ได้แก่ หุ้นกู้รุ่นอายุ 7 ปี อัตราดอกเบี้ย 2.65% ต่อปี และรุ่นอายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ย 3.00% ต่อปี เปิดจองซื้อ 3 ช่วง ระหว่างวันที่ 14–21 กันยายน 2569 โดยหุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ AA-(tha) จากฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569

WHART ทุ่ม 2.5 พันล้านฮุบ WGCL ล็อกสัญญาเช่า 30 ปี ชูจุดแข็งคลังสินค้า Built-to-Suit เคาะราคาขายสูงสุด 11.10 บาท เปิดจองหน่วยเพิ่มทุน 21 ก.ย.-1 ต.ค.

กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดับบลิวเอชเอ พรีเมี่ยม โกรท (WHART) เดินหน้าขยายพอร์ตต่อเนื่องด้วยการเข้าลงทุนใน WGCL ศูนย์กระจายสินค้าระดับสากลบนทำเลยุทธศาสตร์ EEC มาบตาพุด จ.ระยอง มูลค่ารวมไม่เกิน 2,507.60 ล้านบาท สินทรัพย์คุณภาพสูงแบบ Built-to-Suit พื้นที่รวม 99,390 ตร.ม. พร้อมสัญญาเช่าระยะยาว 30 ปี ดันมูลค่าทรัพย์สินรวมทะลุ 56,000 ล้านบาท เปิดจองซื้อหน่วยทรัสต์เพิ่มทุน ผู้ถือหน่วยเดิมจอง 21 – 25 ก.ย. และประชาชนทั่วไป 28 ก.ย.-1 ต.ค.69 นี้

NER โดดเด่นครึ่งปีหลัง โบรกเกอร์เชียร์ “ซื้อ” เคาะราคาเป้าหมายสูงสุด 6.50 บาท รับอานิสงส์ราคายางฟื้น-Supply ตึงตัว คาดกำไรปี 69 แตะ 1.8 พันลบ. ชูจุดเด่น PE ต่ำกลุ่มสินค้า EUDR

นักวิเคราะห์แนะนำ “ซื้อ” หุ้น บมจ.นอร์ทอีส รับเบอร์ (NER) ให้ราคาเป้าหมายสูงสุด 6.50 บาท/หุ้น มองแนวโน้มผลการดำเนินงานครึ่งหลังปี 69 มีโอกาสฟื้นตัวโดดเด่น ตามทิศทางราคายางที่ปรับตัวสูงขึ้นจากภาวะ Supply ในตลาดที่ตึงตัว พร้อมมอง NER เป็นหนึ่งในผู้ผลิตยางแท่งไทยที่มีโอกาสได้รับประโยชน์จากมาตรการ EUDR ของยุโรป หากเริ่มบังคับใช้ ขณะที่คาดกำไรทั้งปีมีโอกาสแตะ 1.8 พันล้านบาท และราคาหุ้นยังมีจุดเด่นจากค่า PE ที่อยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับกลุ่มผู้ผลิตสินค้า EUDR

RELATED