ส่อง 5 ประเทศในเอเชียแปซิฟิก คงดอกเบี้ยนโยบาย

ธนาคารกลางของแต่ละประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกำลังเริ่มหยุดพักการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย หลังจากที่ประเทศต่างๆ ทั่วโลก พยายามเดินตามธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในการปรับขึ้นดอกเบี้ยอย่างมุ่งมั่นและรวดเร็วเมื่อปีที่แล้ว

ถึงแม้อัตราเงินเฟ้อในภูมิภาคนี้จะคงยืนอยู่เหนือเป้าของธนาคารชาติในแต่ละประเทศเป็นอย่างมาก แต่ภารกิจในการหาจุดสมดุลระหว่างการขยายตัวของเศรษฐกิจและการอ่อนค่าของสกุลเงินของตน ซึ่งเป็นปัญหาที่ดูเหมือนจะค่อยๆ ผ่อนคลายลง หลังจากที่เงินดอลลาร์ได้วิ่งขึ้นไปจนแข็งค่ามากที่สุดเมื่อเดือน ก.ย. ปีที่แล้ว

ภาพแนวโน้มล่าสุดของดอลลาร์สหรัฐ คือ คงจะอ่อนตัวลงเล็กน้อยตามการคาดการณ์ของตลาดที่ว่าเฟดคงจะหยุดพักรอบการปรับขึ้นดอกเบี้ยที่ได้ทำมาอย่างต่อเนื่องในปีที่ผ่านมา

นอกจากนั้น ปัญหาเงินเฟ้อในภูมิภาคนี้ดูเหมือนจะไม่เป็นเรื่องที่ยืดเยื้อแก้ได้ยากเหมือนอย่างในสหรัฐหรือยุโรป

เฮเลน เฉียว หัวหน้าทีมนักเศรษฐศาสตร์ของ Bank of America เชื่อว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้อในประเทศเกิดใหม่ในเอเชียน่าจะ “ขึ้นไปถึงจุดสูงสุดแล้ว และน่าจะกำลังเริ่มหาจังหวะค่อยๆ กลับมาใช้มาตรการผ่อนคลายทางการเงินโดยหันมาปรับลดดอกเบี้ย”

นักวิเคราะห์ของธนาคาร Citi และ ING คือกลุ่มที่เชื่อว่ารอบการผ่อนคลายนโยบายการเงินในภาคพื้นเอเชียอาจมีเริ่มขึ้นได้ในช่วงหลังของปีนี้

ทั้งนี้ จีนและญี่ปุ่น คือ 2 ประเทศ ที่ไม่ได้เดินตามกระแสส่วนใหญ่ในด้านนโยบายการเงินของเอเชีย

ธนาคารกลางดังต่อไปนี้ในเอเชียที่ได้เริ่มแตะเบรกในเรื่องการปรับขึ้นดอกเบี้ย และสิ่งที่พวกเขาอาจจะทำต่อไปในช่วงเวลาข้างหน้า

เกาหลีใต้ คือ ประเทศแรกที่ให้คงอัตราดอกเบี้ยไว้ก่อน หลังจากที่ก่อนหน้านี้เป็นประเทศแรกที่ได้ปรับดอกเบี้ยขึ้นไปในช่วงการระบาดของโควิด-19 ทั้งนี้ เกาหลีใต้อาจจะเป็นประเทศแรกที่จะเป็นผู้นำในการปรับลดดอกเบี้ยในรอบใหม่ในภูมิภาคนี้

ก่อนหน้านี้ในปี 2022 เกาหลีใต้ได้ปรับขึ้นดอกเบี้ยติดต่อกันรวมทั้งหมด 7 ครั้ง

ธนาคารกลางออสเตรเลีย ทำให้ตลาดเซอร์ไพรส์ โดยให้คงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 3.6% ในเดือน มี.ค. ซึ่งเป็นการหยุดพักการปรับขึ้นเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือน พ.ค. ปีที่แล้ว

ขณะนี้ดอกเบี้ยนโยบายของออสเตรเลีย ยืนอยู่ในระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือน พ.ค.2012

ธนาคารกลางอินเดียให้คงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 6.5% ในเดือนนี้ ถึงแม้นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% อีกครั้งหนึ่ง

ผู้ว่าธนาคารกลางของอินเดียปรับลดคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อในช่วง 12 เดือนข้างหน้าว่าจะอยู่ที่ 5.2% ลดลงมาจาก 5.3% ที่คาดไว้ก่อนหน้า

ธนาคารกลางอินโดนีเซียได้คงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 5.75% ในการประชุมครั้งล่าสุด โดยระบุว่าดอกเบี้ยปัจจุบันน่าจะสามารถช่วยคุมเงินเฟ้อให้อยู่ช่วง 2-4% ในปีนี้ได้

แบงก์ชาติสิงคโปร์เพิ่งให้คงดอกเบี้ยนโยบายไว้ไม่เปลี่ยนแปลงเมื่อวันศุกร์นี้เอง โดยเชื่อว่าอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานของปีนี้น่าจะยังอยู่ในกรอบ 3.5-4.5%

ที่มา: https://www.cnbc.com/2023/04/18/asia-pacific-central-banks.html?__source=androidappshare&fbclid=IwAR085KKvbD8d-qeyuSQquhLaAyjGnq4rcC2aqJ5VbeopN8q7Phi0F8NBRcc

LATEST NEWS

GC เสริมแกร่งตลอดปี 68 ลุยปรับโครงสร้างเงินทุน ดันดิจิทัล-พันธมิตรขับเคลื่อนธุรกิจ

บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC สรุปการดำเนินงานตามกลยุทธ์ เพื่อเสริมความแข็งแกร่ง ตลอดปี 2568 จากการดำเนินงานตามแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพแบบองค์รวม (Holistic Optimization) ควบคู่กับการประยุกต์ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลในทุกมิติ ภายใต้กรอบ 3 Smarts ได้แก่ Smart Plant, Smart Sales & Marketing และ Smart Work Process ส่งผลให้สามารถยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน ควบคู่กับการเสริมความแข็งแกร่งทางการเงิน โดย GC ประสบความสำเร็จในการออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นครั้งแรก มูลค่า 1,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และการออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ สกุลเงินบาท ชุดใหม่ มูลค่ารวม 10,000 ล้านบาท ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีมากจากนักลงทุน สะท้อนความเชื่อมั่นต่อฐานะทางการเงินและศักยภาพการดำเนินธุรกิจของ GC

บทความ Session : Family Business

ท่ามกลางพายุเศรษฐกิจที่โหมกระหน่ำจากภายนอก ความท้าทายที่แท้จริงของการส่งต่อความมั่งคั่งอาจไม่ได้มาจากสภาวะตลาด แต่กลับเป็น “พายุภายใน” ครอบครัวที่กำลังก่อตัวขึ้นจากความไม่เข้าใจ ช่องว่างระหว่างวัย และการขาดการวางแผนที่ดี ในงานสัมมนา SCB WEALTH Holistic Wealth Forum 2025: Storm Shift

The Storm Shift: บทใหม่ของความมั่งคั่ง ในโลกที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป”

ท่ามกลางพายุเศรษฐกิจและความผันผวนรอบด้านที่ทำให้ โลกวันนี้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป แนวคิดเรื่องการบริหารความมั่งคั่งจึงต้องปรับตัวครั้งใหญ่ SCB WEALTH จึงจัดงานสัมมนา SCB WEALTH: Holistic Wealth Forum 2025 ภายใต้ธีม The Storm Shift เพื่อทำหน้าที่เสมือน “ประภาคาร” คอยชี้ทางให้นักลงทุนท่ามกลางความไม่แน่นอน

RELATED