AURA ไขข้อสงสัยกระแสเงินสดติดลบสะท้อนการเติบโตพอร์ตทอง-ขายฝากมากกว่าสัญญาณลบ

กลายเป็นประเด็นที่นักลงทุนตั้งคำถาม สำหรับกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน (Cash Flow from Operations: CFO) ที่ติดลบในช่วงที่ผ่านมาของบริษัท ออโรร่า ดีไซน์ จำกัด (มหาชน) (AURA) ซึ่งหากพิจารณาตามโครงสร้างธุรกิจค้าทองคำ และสินเชื่อทอง จะพบว่า “กระแสเงินสดติดลบ” สะท้อนถึง “การขยายตัวของพอร์ตขายฝาก และการลงทุนในสินค้าคงเหลือ”

บริษัท ออโรร่า ดีไซน์ จำกัด (มหาชน) หรือ AURA ระบุว่า กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน (Cash Flow from Operations: CFO) ที่ติดลบ ไม่ใช่สัญญาณลบเสมอไป เพราะในธุรกิจขายฝากทองเป็นการจ่ายเงินสดออกไปจากการรับขายฝากทอง (บริษัทได้ทองมาเป็นหลักประกัน) ทำให้กระแสเงินสดจากการดำเนินงานติดลบได้ ซึ่งสะท้อน “การขยายตัว” ไม่ใช่ปัญหาสภาพคล่อง และทองที่ได้มาเป็นหลักประกัน หากลูกค้าไม่มาต่อสัญญา หรือไถ่ถอน บริษัทสามารถยึดทองนั้นมาได้เลย ซึ่งต้นทุนที่รับทองจะต่ำกว่าราคาทองปกติ 10-20% 

ดังนั้นตัวชี้วัดสำคัญกว่ากระแสเงินสดในธุรกิจประเภทนี้ ควรพิจารณาเรื่องอัตราหนี้เสีย (NPL) ความสามารถในการติดตามหนี้รวมถึงมูลค่าหลักประกันที่เปลี่ยนแปลงไป หากหนี้เสียต่ำและหลักประกันยังมีมูลค่าสูง ซึ่งความเสี่ยงโดยรวมถือว่ายังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้

ในช่วงที่ผ่านมา AURA มีการขยายสาขาและต้องใช้เงินสดในการซื้อทองคำมาวางจำหน่ายหน้าร้าน ส่งผลให้เงินสดลดลง ขณะที่สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับโครงสร้างงบการเงินและถือเป็นลักษณะปกติของธุรกิจค้าทองคำและสินเชื่อที่มีทองเป็นหลักประกัน

ขณะที่ความเสี่ยงด้านหนี้เสียในช่วงที่ราคาทองคำปรับตัวขึ้น ลูกค้ามีแรงจูงใจไถ่ถอนทองคืน เนื่องจากมูลค่าทองสูงกว่าเงินกู้ที่ได้รับ ทำให้ความเสี่ยงหนี้เสียมีแนวโน้มต่ำ ในทางกลับกันหากราคาทองปรับตัวลดลงและอยู่ในระดับต่ำเป็นเวลานาน อาจเกิดกรณีลูกค้าเลือกไม่ไถ่ถอน เนื่องจากมูลค่าทองต่ำกว่าเงินกู้ ซึ่งเป็นความเสี่ยงหลักของธุรกิจประเภทนี้

สำหรับสินค้าคงเหลือที่เพิ่มขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นผลจากราคาทองที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้กำลังซื้อของผู้บริโภคชะลอลง และส่งผลให้รอบหมุนเวียนสินค้า (Inventory Turnover Rate) ช้าลง สินค้าคงเหลือจึงอาจสูงขึ้นตามธรรมชาติของตลาด

อย่างไรก็ดี AURA มีความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการในธุรกิจทอง ทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ ทำให้เมื่อทองขึ้นหรือลง AURA สามารถบริหารพอร์ตทั้งฝั่งขาออกและรับซื้อได้ตามความเหมาะสม และตามการปรับตัวขึ้นลงของราคาทอง สนับสนุนให้ธุรกิจค้าปลีกทองคำ และธุรกิจขายฝาก “ทองมาเงินไป” มีการเติบโตอย่างแข็งแกร่งต่อเนื่อง นอกจากนี้บริษัทยังได้รับความเชื่อมั่นจากสถาบันการเงินหลัก ที่พร้อมสนับสนุนด้านแหล่งเงินทุน เพื่อขยายธุรกิจต่อไป

ด้าน บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย เอ็กซ์สปริง จำกัด (KTX) ระบุว่า ปัจจัยกระแสเงินสดจากการดำเนินงานติดลบเป็นเรื่องธรรมชาติของธุรกิจในช่วงเติบโตที่จะต้องเพิ่มสต็อกทองคำสำหรับการขยายสาขา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง AURA ที่มุ่งเน้นการเติบโตด้วยการให้สินเชื่อขายฝากทอง ซึ่งจะส่งผลให้ลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้น เหมือนกับธุรกิจสินเชื่อทั่วไป อาทิ สินเชื่อจำนำทะเบียนรถที่กระแสเงินสดจากการดำเนินงานติดลบในช่วงการขยายพอร์ตสินเชื่อ  

สำหรับประเด็นเรื่องหุ้นกู้ภายใต้วงเงิน 5,000 ล้านบาท บริษัทมีการบริหารความเสี่ยงอย่างแข็งแกร่ง ในกรณีทองโดนโจรกรรมไม่น่ากังวล โดยความเสียหายทั้งจำนวน 13.3 ล้านบาท ถูกครอบคลุมโดยประกัน และเป็นสัดส่วนน้อยเทียบกับสินทรัพย์รวมของบริษัทกว่า 2 หมื่นล้านบาท

LATEST NEWS

GC เสนอขายหุ้นกู้ต่อประชาชนทั่วไป 2 ชุด อายุ 7 ปีที่อัตราดอกเบี้ย 2.65% ต่อปีและ 10 ปีที่อัตราดอกเบี้ย 3.00% ต่อปี พร้อมเดินหน้าบริหารโครงสร้างเงินทุนเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต

บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ผู้นำในธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากลและแกนนำธุรกิจเคมีภัณฑ์ของกลุ่ม ปตท. เสนอขายหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ซึ่งผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนก่อนครบกำหนด ต่อประชาชนเป็นการทั่วไป (Public Offering) โดยหุ้นกู้แบ่งเป็น 2 ชุด ได้แก่ หุ้นกู้รุ่นอายุ 7 ปี อัตราดอกเบี้ย 2.65% ต่อปี และรุ่นอายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ย 3.00% ต่อปี เปิดจองซื้อ 3 ช่วง ระหว่างวันที่ 14–21 กันยายน 2569 โดยหุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ AA-(tha) จากฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569

WHART ทุ่ม 2.5 พันล้านฮุบ WGCL ล็อกสัญญาเช่า 30 ปี ชูจุดแข็งคลังสินค้า Built-to-Suit เคาะราคาขายสูงสุด 11.10 บาท เปิดจองหน่วยเพิ่มทุน 21 ก.ย.-1 ต.ค.

กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดับบลิวเอชเอ พรีเมี่ยม โกรท (WHART) เดินหน้าขยายพอร์ตต่อเนื่องด้วยการเข้าลงทุนใน WGCL ศูนย์กระจายสินค้าระดับสากลบนทำเลยุทธศาสตร์ EEC มาบตาพุด จ.ระยอง มูลค่ารวมไม่เกิน 2,507.60 ล้านบาท สินทรัพย์คุณภาพสูงแบบ Built-to-Suit พื้นที่รวม 99,390 ตร.ม. พร้อมสัญญาเช่าระยะยาว 30 ปี ดันมูลค่าทรัพย์สินรวมทะลุ 56,000 ล้านบาท เปิดจองซื้อหน่วยทรัสต์เพิ่มทุน ผู้ถือหน่วยเดิมจอง 21 – 25 ก.ย. และประชาชนทั่วไป 28 ก.ย.-1 ต.ค.69 นี้

NER โดดเด่นครึ่งปีหลัง โบรกเกอร์เชียร์ “ซื้อ” เคาะราคาเป้าหมายสูงสุด 6.50 บาท รับอานิสงส์ราคายางฟื้น-Supply ตึงตัว คาดกำไรปี 69 แตะ 1.8 พันลบ. ชูจุดเด่น PE ต่ำกลุ่มสินค้า EUDR

นักวิเคราะห์แนะนำ “ซื้อ” หุ้น บมจ.นอร์ทอีส รับเบอร์ (NER) ให้ราคาเป้าหมายสูงสุด 6.50 บาท/หุ้น มองแนวโน้มผลการดำเนินงานครึ่งหลังปี 69 มีโอกาสฟื้นตัวโดดเด่น ตามทิศทางราคายางที่ปรับตัวสูงขึ้นจากภาวะ Supply ในตลาดที่ตึงตัว พร้อมมอง NER เป็นหนึ่งในผู้ผลิตยางแท่งไทยที่มีโอกาสได้รับประโยชน์จากมาตรการ EUDR ของยุโรป หากเริ่มบังคับใช้ ขณะที่คาดกำไรทั้งปีมีโอกาสแตะ 1.8 พันล้านบาท และราคาหุ้นยังมีจุดเด่นจากค่า PE ที่อยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับกลุ่มผู้ผลิตสินค้า EUDR

RELATED