AURA ดันแบรนด์ไทยติดอันดับ Luxury World Classคว้ารางวัล Luxury Lifestyle Awards-TOP 100 Jewelry & Watch Brands of the World

บริษัท ออโรร่าดีไซน์ จำกัด (มหาชน) ผู้นำธุรกิจค้าปลีกทองคำและจิวเวลรี่ของประเทศไทยสร้างประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญบนเวทีโลกด้วยการถูกคัดเลือกให้เป็นหนึ่งใน TOP 100 Jewelry & Watch Brands of the World จากLuxury Lifestyle Awards (LLA) นับเป็นการประกาศรางวัลของวงการลักชัวรี่ที่ได้รับการยกย่องมากที่สุดรางวัลหนึ่งของโลกจากประเทศสหรัฐอเมริกา และตอกย้ำว่า ออโรร่าได้ก้าวขึ้นเป็น Luxury Experience Brand 

นายอนิพัทย์ ศรีรุ่งธรรม ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการตลาด บริษัท ออโรร่า ดีไซน์ จำกัด (มหาชน) หรือ AURA กล่าวว่า “ปีนี้ถือเป็นก้าวประวัติศาสตร์ของ Aurora Design เมื่อเราได้รับคัดเลือกให้เป็นหนึ่งใน TOP 100 Jewelry & Watch Brands of the World ประจำปี2025 จากเวที Luxury Lifestyle Awards ซึ่งเป็นเวทีระดับโลกที่คัดเลือกแบรนด์ลักชัวรี่จากทั่วทุกมุมโลก โดยให้ความสำคัญกับความโดดเด่นด้านงานออกแบบ นวัตกรรม เอกลักษณ์ คุณภาพ และความงามเหนือกาลเวลา นับเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ชื่อของ Aurora Design ได้ก้าวขึ้นไปยืนเคียงข้างแบรนด์ลักชัวรี่ระดับสากลมากมาย”

การได้รับการจัดอันดับ TOP 100 Jewelry & Watch Brands of the World ในปีนี้ Aurora Design ถือเป็นหนึ่งในสองแบรนด์ไทยเท่านั้น ที่ได้รับการจัดอันดับ และเป็น “แบรนด์ค้าปลีกทองคำรายเดียวของประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” ที่ได้รับการยอมรับเคียงข้างแบรนด์ชั้นนำระดับโลก เป็นการตอกย้ำศักยภาพของออโรร่าในฐานะแบรนด์ทองคำและจิวเวลรี่ไทยที่พร้อมยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมทองคำไทยสู่เวทีสากล และสามารถตอบสนอง Luxury Lifestyle ของตลาด hi-end ได้อย่างครบวงจร”

หัวใจสำคัญของ Aurora Design คือพันธกิจในการส่งมอบความสุขผ่านแนวคิด “AURORA ของขวัญแห่งความสุขที่มีคุณค่า” 

ด้วยประสบการณ์กว่า 50 ปีที่ผสานรากฐานดั้งเดิมเข้ากับนวัตกรรมและความเข้าใจผู้บริโภคอย่างลึกซึ้ง ออโรร่าจึงให้ความสำคัญตั้งแต่การออกแบบสินค้าไปจนถึงประสบการณ์ในร้านทุกสาขา และในฐานะ First Mover ของธุรกิจร้านค้าปลีกทองคำไทย ออโรร่าเป็นผู้บุกเบิกสิ่งใหม่ในตลาดเสมอ ไม่ว่าจะเป็นร้านทองแห่งแรกในห้างสรรพสินค้า หรือร้านทองบนสถานีรถไฟฟ้า BTS สะท้อนมุมมองที่มองไกลและเข้าใจความต้องการลูกค้าก่อนใคร

หนึ่งในจุดแข็งของบริษัท คือ “ความน่าเชื่อถือ” ที่ได้รับการพิสูจน์ผ่านมาตรฐานสากลต่างๆ ได้แก่

  • ทองคำบริสุทธิ์ 96.5% ทุกชิ้นตรวจสอบรับรอง 
  • Highest Buyback Price Guarantee รับซื้อคืนในราคาที่ดีที่สุด 
  • ใบรับประกันสินค้า 
  • บริการซ่อมฟรีตลอดอายุการใช้งาน

Aurora Design ให้ความสำคัญกับนวัตกรรมที่ยกระดับธุรกิจค้าทองสู่ผู้บริโภคยุคใหม่ เช่น 

  • AI Fulfillment System วิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าในแต่ละพื้นที่เพื่อส่งสินค้าได้ตรงกลุ่มเป้าหมายกว่า 500 สาขา
  • บริการตรวจสอบพระเครื่อง ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ
  • Aurora Diamond และคอลเลกชันเพชร ไข่มุก และอัญมณีที่ตรวจสอบย้อนกลับได้

ในด้าน Sustainability ความยั่งยืนของ Aurora ผสานแนวคิดรักษ์โลกเข้ากับธุรกิจ 

  • ครื่องประดับที่รับซื้อคืนกว่า 80% ถูกปรับสภาพและนำกลับมาจำหน่าย ช่วยหมุนเวียนทรัพยากรในระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) 
  • ทองรูปพรรณผลิตจาก ทองคำรีไซเคิล 100% ลดผลกระทบจากเหมืองแร่ 
  • บริหารพลังงานภายในร้านและใช้บรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้ ทั้งหมดนี้ช่วยลดต้นทุน ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างความเชื่อมั่นเชิงบวกแก่ลูกค้า 

การบริการที่ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ด้วยแนวคิด “Aurora Care”

พนักงานได้รับการพัฒนาให้มีทักษะบริการแบบเข้าใจลูกค้าอย่างแท้จริง เสริมด้วยเครื่องมือดิจิทัล เช่น Aurora Gift Application และแคมเปญตามเทศกาลที่ตอกย้ำว่า “เครื่องประดับคือของขวัญที่มีความหมาย”

การได้รับรางวัลระดับสากลจาก Luxury Lifestyle Awards TOP 100 Jewelry & Watch Brands of the World ถือเป็นก้าวสำคัญที่ยืนยันว่า Aurora Design ไม่เพียงเป็นผู้นำในประเทศไทย แต่กำลังก้าวขึ้นสู่เวทีลักชัวรี่ระดับโลก ด้วยพลังจากความซื่อสัตย์โปร่งใส (Integrity) นวัตกรรม (Innovation) ความเป็นเลิศด้านดีไซน์ (Design Excellence) และการส่งมอบความสุขให้ลูกค้า (Customer Happiness) ตอกย้ำก้าวที่ยิ่งใหญ่ของผู้นำแบรนด์ทองคำและจิวเวลรี่ไทยที่สามารถเติบโตและยืนหยัดบนเวทีโลกได้อย่างสง่างาม

LATEST NEWS

GC เสนอขายหุ้นกู้ต่อประชาชนทั่วไป 2 ชุด อายุ 7 ปีที่อัตราดอกเบี้ย 2.65% ต่อปีและ 10 ปีที่อัตราดอกเบี้ย 3.00% ต่อปี พร้อมเดินหน้าบริหารโครงสร้างเงินทุนเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต

บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ผู้นำในธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากลและแกนนำธุรกิจเคมีภัณฑ์ของกลุ่ม ปตท. เสนอขายหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ซึ่งผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนก่อนครบกำหนด ต่อประชาชนเป็นการทั่วไป (Public Offering) โดยหุ้นกู้แบ่งเป็น 2 ชุด ได้แก่ หุ้นกู้รุ่นอายุ 7 ปี อัตราดอกเบี้ย 2.65% ต่อปี และรุ่นอายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ย 3.00% ต่อปี เปิดจองซื้อ 3 ช่วง ระหว่างวันที่ 14–21 กันยายน 2569 โดยหุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ AA-(tha) จากฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569

WHART ทุ่ม 2.5 พันล้านฮุบ WGCL ล็อกสัญญาเช่า 30 ปี ชูจุดแข็งคลังสินค้า Built-to-Suit เคาะราคาขายสูงสุด 11.10 บาท เปิดจองหน่วยเพิ่มทุน 21 ก.ย.-1 ต.ค.

กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดับบลิวเอชเอ พรีเมี่ยม โกรท (WHART) เดินหน้าขยายพอร์ตต่อเนื่องด้วยการเข้าลงทุนใน WGCL ศูนย์กระจายสินค้าระดับสากลบนทำเลยุทธศาสตร์ EEC มาบตาพุด จ.ระยอง มูลค่ารวมไม่เกิน 2,507.60 ล้านบาท สินทรัพย์คุณภาพสูงแบบ Built-to-Suit พื้นที่รวม 99,390 ตร.ม. พร้อมสัญญาเช่าระยะยาว 30 ปี ดันมูลค่าทรัพย์สินรวมทะลุ 56,000 ล้านบาท เปิดจองซื้อหน่วยทรัสต์เพิ่มทุน ผู้ถือหน่วยเดิมจอง 21 – 25 ก.ย. และประชาชนทั่วไป 28 ก.ย.-1 ต.ค.69 นี้

NER โดดเด่นครึ่งปีหลัง โบรกเกอร์เชียร์ “ซื้อ” เคาะราคาเป้าหมายสูงสุด 6.50 บาท รับอานิสงส์ราคายางฟื้น-Supply ตึงตัว คาดกำไรปี 69 แตะ 1.8 พันลบ. ชูจุดเด่น PE ต่ำกลุ่มสินค้า EUDR

นักวิเคราะห์แนะนำ “ซื้อ” หุ้น บมจ.นอร์ทอีส รับเบอร์ (NER) ให้ราคาเป้าหมายสูงสุด 6.50 บาท/หุ้น มองแนวโน้มผลการดำเนินงานครึ่งหลังปี 69 มีโอกาสฟื้นตัวโดดเด่น ตามทิศทางราคายางที่ปรับตัวสูงขึ้นจากภาวะ Supply ในตลาดที่ตึงตัว พร้อมมอง NER เป็นหนึ่งในผู้ผลิตยางแท่งไทยที่มีโอกาสได้รับประโยชน์จากมาตรการ EUDR ของยุโรป หากเริ่มบังคับใช้ ขณะที่คาดกำไรทั้งปีมีโอกาสแตะ 1.8 พันล้านบาท และราคาหุ้นยังมีจุดเด่นจากค่า PE ที่อยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับกลุ่มผู้ผลิตสินค้า EUDR

RELATED