เจาะลึก AURA เสนอขาย perpetual bond ดอกเบี้ย 5 ปีแรก 6.35-6.50% เปิดจอง 16-18 มี.ค.นี้ ชูจุดเด่น “Growth + Defensive + Durable”

บมจ.ออโรร่า ดีไซน์ หรือ AURA ผู้นำธุรกิจค้าปลีกทองรูปพรรณสมัยใหม่ (Modern Gold) และธุรกิจขายฝากทองคำ “ทองมาเงินไป” (Gold Financing) เดินหน้าเสริมความแข็งแกร่งทางการเงิน เตรียมเสนอขาย หุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ (Perpetual Bond) ครั้งที่ 1/2569 คาดอัตราดอกเบี้ยในช่วง 5 ปีแรกคงที่ 6.35% – 6.50% ต่อปี (โดยจะประกาศอัตราดอกเบี้ยที่แน่นอนให้ทราบอีกครั้ง) กำหนดชำระดอกเบี้ยทุกๆ 3 เดือน ตลอดอายุหุ้นกู้ เพื่อรองรับแผนการเติบโตในระยะยาว  กำหนดวันเสนอขาย 16-18 มีนาคม 2569 นี้ เสนอขายต่อผู้ลงทุนสถาบันหรือผู้ลงทุนรายใหญ่ (II&HNW) ผ่าน บล. หยวนต้า นับเป็นการต่อยอดความสำเร็จหลังประกาศผลการดำเนินงานทำ All-Time High ต่อเนื่อง และนับเป็น Performance ที่แข็งแกร่งนับตั้งแต่บริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ

ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกที่มีความผันผวนในปี 2569 ทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์ที่ได้รับความสนใจสูง สะท้อนโอกาสการเติบโตของโมเดลธุรกิจทองครบวงจรของ AURA “Growth + Defensive + Durable” หุ้นที่เติบโตได้ในทุกภาวะ

Growth – เติบโตจากการขยายสาขาและการเพิ่มพอร์ต “ทองมาเงินไป” ซึ่งสามารถขยายได้ตามขนาดเงินทุน และสร้างรายได้ดอกเบี้ยสม่ำเสมอ

Defensive – ธุรกิจได้ประโยชน์จากความผันผวนของราคาทอง เพราะรายได้หลักมาจากส่วนต่างราคาซื้อ–ขาย (Spread) จึงสามารถทำกำไรได้ทั้งช่วงราคาทองขึ้นและลง หากวอลุ่มเพิ่ม

Durable – ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูง ไม่เสื่อมสภาพ และมีตลาดรองรับชัดเจน ทำให้บริหารสต๊อกได้มีประสิทธิภาพ พร้อมฐานลูกค้าแข็งแรงจากเครือข่ายสาขาทั่วประเทศ

ด้วยโครงสร้างธุรกิจที่ได้อานิสงส์ทั้งจากความผันผวนและความต้องการสภาพคล่องในระบบเศรษฐกิจ ทำให้ AURA ถูกมองเป็นหุ้นคุณภาพที่เติบโตได้แม้ในช่วงตลาดผันผวน

การออกหุ้นกู้ Perpetual Bond ครั้งนี้ เป็นเครื่องมือทางการเงินเชิงกลยุทธ์เพื่อเสริมโครงสร้างทุน เพิ่มความยืดหยุ่นด้านเงินทุน และรองรับการขยายธุรกิจในอนาคต ด้วยอัตราดอกเบี้ยในระดับที่น่าสนใจ

นายอนิพัทย์ ศรีรุ่งธรรม ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการตลาด บริษัท ออโรร่า ดีไซน์ จำกัด (มหาชน) หรือ AURA เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานปี 2568 เติบโตแข็งแกร่ง ทำสถิติสูงสุดใหม่ (All-Time High) โดยมีรายได้จากการดำเนินงานรวม 39,914.7  ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.4% และมีกำไรสุทธิ 1,460.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.7% จากปีก่อน จากความสำเร็จของธุรกิจค้าปลีกทองรูปพรรณ (Modern Gold) และธุรกิจขายฝากทองคำภายใต้แบรนด์ “ทองมาเงินไป” (Gold Financing) ที่มีปริมาณธุรกรรมเพิ่มขึ้น มีพอร์ตลูกหนี้ขายฝาก (AR Balance) ณ สิ้นปี 2568 อยู่ที่ 8,211.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 68.2% จากปีก่อน และสูงกว่าเป้าหมายที่วางไว้ ควบคู่กับความสำเร็จของกลยุทธ์ขยายสาขา จำนวนสาขารวมทุกแบรนด์อยู่ที่ 629 สาขา โดยการขยายสาขาส่วนใหญ่มุ่งรองรับการเติบโตของธุรกิจขายฝากที่ขยายตัวรวดเร็ว

โดย AURA ยังคงรักษาอัตรากำไรได้อย่างมั่นคง แม้ราคาทองคำจะผันผวนจากปัจจัยภายนอก สะท้อนโมเดลธุรกิจสามารถสร้างรายได้ทั้งในจังหวะราคาทองขาขึ้นผ่านฝั่งรับซื้อคืนและขายฝาก และในจังหวะราคาปรับฐานที่ช่วยกระตุ้นยอดขายออกและรอบหมุนสินค้า

สำหรับ หุ้นกู้ Perpetual Bond เป็นตราสารที่ ออกแบบมาเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นด้านเงินทุนให้ AURA โดยช่วยเสริมฐานทุน และสนับสนุนแผนการขยายธุรกิจในอนาคต 

การระดมทุนครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ

1. รองรับการขยายธุรกิจ ทั้งการขยายสาขาเพิ่มเติมทั่วประเทศ เพิ่มสต๊อกทองคำหน้าร้านรองรับวอลุ่มซื้อขายที่สูงขึ้น และสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจ “ทองมาเงินไป” เนื่องจาก ธุรกิจทองจำเป็นต้องใช้เงินทุนหมุนเวียนในระดับสูง โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาทองปรับตัวขึ้น มูลค่าเงินทุนที่ต้องใช้ในระบบก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย

2. ขยายพอร์ต “ทองมาเงินไป” ธุรกิจขายฝากทองคำเป็นธุรกิจที่มีหลักประกันเป็นทองคำ สร้างกระแสเงินสดสม่ำเสมอ การเพิ่มทุนครั้งนี้จึงช่วยให้บริษัทสามารถปล่อยสินเชื่อได้มากขึ้น และเพิ่มศักยภาพการสร้างกำไรในอนาคต

3. ชำระคืนหนี้บางส่วน เพื่อเป็นการบริหารต้นทุนทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับจุดแข็งโมเดลธุรกิจ AURA มีจุดเด่นในการดำเนินธุรกิจที่สามารถสร้างรายได้จากทุกจังหวะของราคาทองคำ เนื่องจากรายได้หลักมาจากส่วนต่างราคาซื้อ–ขาย (Spread) จึงสามารถทำกำไรได้ทั้งในช่วงราคาทองปรับขึ้นและปรับลง หากวอลุ่มซื้อขายเพิ่มขึ้น

ขณะเดียวกัน ธุรกิจ “ทองมาเงินไป” ช่วยสร้างรายได้ดอกเบี้ยอย่างสม่ำเสมอ โดยมีทองคำเป็นหลักประกันซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูง ไม่เสื่อมสภาพ และมีตลาดรองรับชัดเจน

การมีเครือข่ายสาขาทั่วประเทศ ยังช่วยเสริมความเชื่อมั่นแก่ลูกค้า และผลักดันทั้งยอดขายทองและพอร์ตสินเชื่อให้เติบโตควบคู่กัน

ด้าน บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด จัดอันดับเครดิตองค์กรของ AURA ที่ระดับ BBB/Stable และจัดอันดับหุ้นกู้ด้อยสิทธิคล้ายทุนที่ระดับ BB+/Stable อันดับเครดิตดังกล่าวสะท้อนถึง สถานะผู้นำตลาดค้าปลีกทองคำไทย แบรนด์ที่แข็งแกร่ง เครือข่ายสาขาครอบคลุมทั่วประเทศ และผลการดำเนินงานเติบโตต่อเนื่อง

อย่างไรก็ดี เปิดโอกาสร่วมเติบโตกับผู้นำร้านทองไทย การเสนอขาย Perpetual Bond ครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ AURA ในการยกระดับโครงสร้างเงินทุน รองรับการเติบโตของธุรกิจทองครบวงจรในปี 2569 และระยะยาว อีกทั้ง โมเดลธุรกิจยังได้ประโยชน์จากความผันผวนของราคาทอง ตอกย้ำ AURA ยังคงมุ่งมั่นสร้างการเติบโตอย่างมั่นคง ตอบแทนผู้ถือหุ้นและผู้ถือหุ้นกู้อย่างยั่งยืน 

การออกหุ้นกู้ Perpetual Bond ครั้งนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งโอกาสสำหรับนักลงทุนที่ต้องการมีส่วนร่วมกับการเติบโตของผู้นำร้านทองไทยในระยะยาว 

โดย หุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ (Perpetual Bond) ของ AURA จะมีอัตราดอกเบี้ย 5 ปีแรกที่ 6.35–6.50% กำหนดชำระดอกเบี้ยทุกๆ 3 เดือน ตลอดอายุหุ้นกู้ โดยผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิเลื่อนการชำระดอกเบี้ยพร้อมกับสะสมดอกเบี้ยจ่ายไปชำระในวันใดก็ได้ให้แก่ผู้ถือหุ้นกู้ โดยไม่จำกัดระยะเวลาและจำนวนครั้งตามดุลยพินิจของผู้ออกหุ้นกู้แต่เพียงผู้เดียว อัตราดอกเบี้ยจะปรับทุกๆ 5 ปี อ้างอิงจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 5 ปี ผู้ลงทุนรายใหญ่ที่สนใจจองซื้อหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ ของ AURA ซึ่งคาดว่าจะเสนอขายระหว่างวันที่ 16-18 มีนาคม 2569 ด้วยมูลค่าจองซื้อขั้นต่ำ 100,000 บาท สามารถติดต่อผ่านบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด โทร 02-009-8351-56  ตั้งแต่วันนี้

ทั้งนี้ ปัจจุบัน อยู่ระหว่างการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลและร่างหนังสือชี้ชวนต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ซึ่งยังไม่มีผลบังคับใช้

LATEST NEWS

IP โชว์ผลงาน 2025 กำไรพุ่งทำนิวไฮแตะ 136 ลบ. รายได้ทะลุ 2.2 พันลบ. มุ่งสู่บริษัทนวัตกรรมสุขภาพครบวงจร

บริษัท อินเตอร์ ฟาร์มา จำกัด (มหาชน) โชว์ผลงานปี 2568 ท็อปฟอร์ม กำไรสุทธิแตะ 136 ล้านบาท หลังจากโครงการลงทุนต่างๆ ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา เริ่มเก็บเกี่ยวรายได้และกำไรได้มากขึ้นต่อเนื่อง รายได้รวมโต 16% แตะ 2,214 ล้านบาท อานิสงค์ทุกกลุ่มธุรกิจเติบโตแกร่งต่อเนื่อง บอร์ดเคาะจ่ายปันผล 0.073 บาท/หุ้น กำหนดสิทธิรับปันผล 7 พฤษภาคม 2569 จ่ายเงินปันผล 25 พฤษภาคม 2569 เล็งชงขอมติผู้ถือหุ้น 27 เมษายนนี้ ปักหมุดปี 2569 รายได้รวมแตะ 2.4 – 2.5 พันลบ.

THRE รับชำระคืนหนี้เต็มจำนวนกว่า 220 ลบ.

THRE ปิดดีลข้อพิพาทบริษัทประกันภัยต่อต่างประเทศ รับชำระคืนหนี้เต็มจำนวน พร้อมดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมรวมกว่า 220 ล้านบาท คู่กรณีจ่ายเต็มจำนวนตามคำชี้ขาดอนุญาโตตุลาการ พร้อมบันทึกส่วนต่างมูลหนี้กว่า 80 ล้านบาท เข้าไตรมาส 1/2569 

THREL ปักธงปี 2569 พลิกกำไร กด Combined ต่ำกว่า 95% 

THREL ปักธงผลงานปี 2569 พลิกกำไร กด Combined Ratio เหลือต่ำกว่าระดับ 95% ชูกลยุทธ์ปั้นพอร์ตคุณภาพ เดินหน้าปรับเงื่อนไขประกันภัยต่อรับเกณฑ์ตั้งสำรองตามมาตรฐาน TFRS17 ปิดช่องโหว่ความเสี่ยงทุกมิติ พร้อมขยายฐานผลิตภัณฑ์กลุ่มมาร์จิ้นสูง ควบคู่การมองหาพันธมิตรและธุรกิจใหม่ ต่อจิ๊กซอว์การเติบโตแกร่ง หลังปิดผลงานปี 2568 กวาดเบี้ยประกันภัยต่อรับ 4,041 ล้านบาท คุม Combined Ratio ได้ตามเป้าเหลือ 99.8%

RELATED