AURA ออกหุ้นกู้มีหลักประกันครั้งแรก เปิดจอง 5 – 7 ส.ค.นี้ อัตราดอกเบี้ย 4.50% ต่อปี

ในวันที่ทองคำกลายเป็นสินทรัพย์ที่ทุกคนพูดถึง ทั้งในฐานะสินทรัพย์เพื่อลงทุนและสินทรัพย์ที่สามารถเก็บรักษาคุณค่าไว้ได้นาน บริษัท ออโรร่า ดีไซน์ จำกัด (มหาชน) หรือ AURA ผู้นำค้าปลีกทองคำครบวงจรของไทย ก็ก้าวสู่ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของตลาดทุนไทย ด้วยการประกาศออกหุ้นกู้ครั้งแรกที่ค้ำประกันด้วยสินค้าคงเหลือของบริษัท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นทองคำ 96.5% ครอบคลุม 100% ของหนี้ทั้งหมด สร้างความมั่นใจให้แก่นักลงทุนในยุคที่ความเสี่ยงทางเศรษฐกิจและการเมืองยังเป็นโจทย์ใหญ่

AURA ได้ยื่นร่างแบบแสดงรายการต่อสำนักงาน ก.ล.ต. เพื่อออกและเสนอขาย “หุ้นกู้มีประกันของบริษัท ออโรร่า ดีไซน์ จำกัด (มหาชน) ครั้งที่ 1/2568 ครบกำหนดไถ่ถอนปี พ.ศ. 2570” (“หุ้นกู้”) ประเภทไม่ด้อยสิทธิ มีประกัน อายุ 2 ปี อัตราดอกเบี้ย 4.50% ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน เสนอขายให้แก่นักลงทุนสถาบันและ/หรือนักลงทุนรายใหญ่ โดยคาดว่าเปิดจองซื้อระหว่างวันที่ 5–7 สิงหาคม 2568 นี้ พร้อมการันตีความน่าเชื่อถือด้วยอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้มีหลักประกันในวงเงินไม่เกิน 2,500 ล้านบาท จากทริสเรทติ้งที่ระดับ “BBB” แนวโน้ม “Stable” บริษัทมีวัตถุประสงค์จะนำเงินที่ได้จากการออกหุ้นกู้ชุดใหม่ไปใช้สำหรับขยายพอร์ตธุรกิจทองมาเงินไป ลงทุนซื้อทองเพิ่มเพื่อขยายสาขา และ/หรือชำระคืนหนี้เดิม

***เมื่อทองคำ เป็นหลักประกันหนี้ที่มั่นคง

สิ่งที่ทำให้หุ้นกู้ AURA ครั้งนี้แตกต่างจากใคร คือการนำทองคำรูปพรรณ 96.5% และสินค้าคงเหลืออื่นๆ เช่น Aurora Diamond, Design Gold (กรอบพระ เครื่องราง ของขวัญที่มีทองคำเป็นส่วนประกอบ) มาค้ำประกันลำดับที่ 1 เต็มมูลค่าหนี้ 100% ภายใต้โครงการหุ้นกู้ของบริษัท ออโรร่า ดีไซน์ จำกัด (มหาชน) ปี พ.ศ. 2568 วงเงินไม่เกิน 5,000 ล้านบาท โดยบริษัทสามารถทยอยออกหุ้นกู้ภายใต้โครงการหุ้นกู้ได้ ทั้งนี้ มูลค่าหลักประกันรวมทั้งสิ้นไม่น้อยกว่า 10,560 ล้านบาท เพื่อครอบคลุมทั้งหนี้จากโครงการหุ้นกู้ (5,000 ล้านบาท) และเจ้าหนี้สถาบันการเงิน (5,560 ล้านบาท)

ในส่วนของหลักประกันจะประกอบด้วยทองคำรูปพรรณ 96.5% (ประมาณ 90% ของมูลค่าหลักประกัน) และ สินค้าคงเหลือกลุ่ม Aurora Diamond และ Design Gold (ประมาณ 10% ของมูลค่าหลักประกัน) โดยมูลค่าหลักประกันยังอ้างอิงจากราคาที่ต่ำกว่าระหว่างต้นทุนจริงกับราคาตลาดทองคำ 96.5% (ราคาตามสมาคมค้าทองคำ ณ วันสิ้นงวดบัญชี) ซึ่งบันทึกแบบ Conservative เพื่อปกป้องผู้ลงทุน โดยหากมูลค่าหลักประกันต่ำกว่า 10,560 ล้านบาทเมื่อใด บริษัทจะเติมหลักประกันเพิ่มให้ครบทุกไตรมาส

แม้บริษัทจะนำทองคำที่เป็นสินค้าคงคลังมาเป็นหลักประกัน นักลงทุนไม่ต้องกังวลว่า ทางบริษัทจะขายสินค้าคงเหลือออกไปจำนวนมากจนมูลค่าหลักประกันลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เพราะทองคำถือเป็นสินทรัพย์หมุนเวียนที่จำเป็นต่อการดำเนินธุรกิจหน้าร้านมากกว่า 500 สาขาทั่วประเทศ ถ้าบริษัทไม่มีทองคำและสินค้าคงเหลืออื่นๆ ในร้าน บริษัทไม่สามารถสร้างยอดขายและกำไรได้ เพราะเหตุนี้ บริษัทจึงรักษาระดับ Minimum Inventory ที่ร้านทุกร้านของบริษัทไว้เสมอเพื่อรองรับการขายและให้บริการลูกค้า

***หลักประกัน “ทองคำ” ตรวจสอบได้ โปร่งใส และปลอดภัย

AURA ยังเสริมความมั่นใจให้นักลงทุนด้วยระบบตรวจสอบหลักประกันที่ละเอียดรัดกุม ทั้งการตรวจนับสินค้ารายวันผ่านระบบ POS, การสุ่มตรวจโดยทีม Internal Auditor เดือนละครั้ง, External Auditor ปีละ 2 ครั้ง และตรวจโดยผู้สอบบัญชีของบริษัท ไพรซ์วอเทอร์เฮาส์คูเปอส์ (PwC) ตามรอบงบการเงินปีละครั้ง อีกทั้งยังมีห้อง War Room เฝ้าระวังแบบเรียลไทม์ ป้องกันการสูญหายหรือทุจริตภายในสาขาแต่ละสาขา 

นอกจากนี้ ผู้ถือหุ้นกู้ยังมีสิทธิเรียกร้องหลักประกันเท่าเทียมกับเจ้าหนี้สถาบันการเงินรายอื่นๆ และหากบริษัทผิดนัดชำระหนี้ ผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้สามารถเข้าควบคุมและขายสินค้าคงเหลือเพื่อชำระหนี้ได้ตามมูลค่าที่จดทะเบียนไว้

*** เสริมพลังการเติบโตใน “ยุคทอง” ของ “ธุรกิจทอง” 

เงินระดมทุนจากหุ้นกู้ชุดนี้ AURA วางแผนเพื่อนำไปสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจ เช่น  การขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีสาขารวม 508 แห่ง (เพิ่มจาก 406 แห่งในปี 2566) ซึ่งครอบคลุมทั้ง AURORA, เซ่งเฮง, ของขวัญ by AURORA และ AURORA Diamond เพื่อรองรับความต้องการทั้งเครื่องประดับแฟชั่น ของขวัญ และการลงทุน เงินทุนที่เพิ่มขึ้นจะสามารถทำให้บริษัทรองรับปริมาณรับซื้อทองคำหน้าร้านที่เพิ่มขึ้นเมื่อราคาทองเพิ่มสูงขึ้น นอกจากนั้น เงินทุนครั้งนี้จะนำไปใช้ในการขยายธุรกิจ Gold Financing ภายใต้แบรนด์ “ทองมาเงินไป” ซึ่งเป็นธุรกิจขายฝากทองคำ การลงทุนในโครงการอื่น รวมถึงชำระคืนหนี้บางส่วน 

ด้านการบริหารความเสี่ยงของธุรกิจจากความผันผวนของราคาทองคำ ทางบริษัทยังทำตามกระบวนการได้เป็นอย่างดีด้วยการจัดการสินค้าคงคลังที่มีประสิทธิภาพและ การทำ Daily Net Settlement

*** เป้าหมาย “ทองมาเงินไป” ไฮไลท์การเติบโตของ AURA

ธุรกิจขายฝากในปี 2568 คาดว่าจะมีสัดส่วนอยู่ที่ 16% ของ GP รวมของบริษัท  โดยในปี 2568 ทางบริษัทมีเป้าธุรกิจขายฝากอยู่ที่ 7,500 ล้านบาท โดยข้อมูล ณ 31 มี.ค. 2568 มีลูกหนี้ขายฝาก 5,182 ล้านบาท ซึ่งหลังจากได้รับเงินจากการออกหุ้นกู้จะนำเงินที่ได้จากการระดมไปสนับสนุนธุรกิจขายฝากให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้

*** จุดเด่นของหุ้นกู้ AURA

  • ค้ำประกันด้วยสินค้าคงเหลือซึ่งกว่า 90% เป็นทองคำ 96.5% โดยเป็นการค้ำเต็มมูลค่า ครอบคลุมหนี้ 100%
  • หลักประกัน 5,000 ล้านบาท ภายใต้โครงการหุ้นกู้ ครอบคลุมภาระหนี้ 100% ของหุ้นกู้
  • ตรวจสอบได้ โปร่งใส มูลค่าหลักประกันอ้างอิงจากราคาที่ต่ำกว่าระหว่างต้นทุนจริงกับราคาตลาด 
  • ผู้ถือหุ้นกู้มีสิทธิในหลักประกันในลำดับที่ 1 เท่าเทียมกับเจ้าหนี้สถาบันการเงิน
  • ธุรกิจแข็งแกร่ง ขยายสาขาต่อเนื่อง รายได้และกำไรเติบโต

***รายละเอียดหุ้นกู้ AURA ครั้งที่ 1/2568

สำหรับนักลงทุนสถาบันและ/หรือนักลงทุนรายใหญ่ที่สนใจจองซื้อหุ้นกู้มีประกันของบริษัท ออโรร่า ดีไซน์ จำกัด (มหาชน) สามารถจองซื้อขั้นต่ำ 100,000 บาท และทวีคูณครั้งละ 100,000 บาท และสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.sec.or.th หรือติดต่อผ่านสถาบันการเงินซึ่งเป็นผู้จัดการการจำหน่ายหุ้นกู้ ดังนี้

  • บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) โทร 02-351-1800
  • บริษัทหลักทรัพย์ บลูเบลล์ จำกัด โทร 02-249-2999
  • บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด โทร 02-009-8351-56
  • บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด  โทร 02-680-4004

หมายเหตุ: บริษัทอยู่ระหว่างการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลและร่างหนังสือชี้ชวนต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ซึ่งยังไม่มีผลใช้บังคับ การจัดสรรขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ เงื่อนไขการจัดจำหน่ายเป็นไปตามที่กำหนดในร่างหนังสือชี้ชวน

คำเตือน: การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน ทั้งนี้ ผู้ลงทุนสามารถศึกษารายละเอียดได้จากแบบแสดงรายการข้อมูลและร่างหนังสือชี้ชวนที่ www.sec.or.th

LATEST NEWS

GC เสริมแกร่งตลอดปี 68 ลุยปรับโครงสร้างเงินทุน ดันดิจิทัล-พันธมิตรขับเคลื่อนธุรกิจ

บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC สรุปการดำเนินงานตามกลยุทธ์ เพื่อเสริมความแข็งแกร่ง ตลอดปี 2568 จากการดำเนินงานตามแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพแบบองค์รวม (Holistic Optimization) ควบคู่กับการประยุกต์ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลในทุกมิติ ภายใต้กรอบ 3 Smarts ได้แก่ Smart Plant, Smart Sales & Marketing และ Smart Work Process ส่งผลให้สามารถยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน ควบคู่กับการเสริมความแข็งแกร่งทางการเงิน โดย GC ประสบความสำเร็จในการออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นครั้งแรก มูลค่า 1,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และการออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ สกุลเงินบาท ชุดใหม่ มูลค่ารวม 10,000 ล้านบาท ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีมากจากนักลงทุน สะท้อนความเชื่อมั่นต่อฐานะทางการเงินและศักยภาพการดำเนินธุรกิจของ GC

บทความ Session : Family Business

ท่ามกลางพายุเศรษฐกิจที่โหมกระหน่ำจากภายนอก ความท้าทายที่แท้จริงของการส่งต่อความมั่งคั่งอาจไม่ได้มาจากสภาวะตลาด แต่กลับเป็น “พายุภายใน” ครอบครัวที่กำลังก่อตัวขึ้นจากความไม่เข้าใจ ช่องว่างระหว่างวัย และการขาดการวางแผนที่ดี ในงานสัมมนา SCB WEALTH Holistic Wealth Forum 2025: Storm Shift

The Storm Shift: บทใหม่ของความมั่งคั่ง ในโลกที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป”

ท่ามกลางพายุเศรษฐกิจและความผันผวนรอบด้านที่ทำให้ โลกวันนี้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป แนวคิดเรื่องการบริหารความมั่งคั่งจึงต้องปรับตัวครั้งใหญ่ SCB WEALTH จึงจัดงานสัมมนา SCB WEALTH: Holistic Wealth Forum 2025 ภายใต้ธีม The Storm Shift เพื่อทำหน้าที่เสมือน “ประภาคาร” คอยชี้ทางให้นักลงทุนท่ามกลางความไม่แน่นอน

RELATED