“บัฟเฟตต์” เล็งซื้อหุ้นเพิ่ม ใน 5 บริษัทการค้ายักษ์ใหญ่ญี่ปุ่น

ราคาหุ้นของบรรษัทการค้ายักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่นทะยานขึ้นในวันอังคาร หลังจากวอเรน บัฟเฟตต์ ประธานและ CEO ของ Berkshire Hathaway กล่าวว่า เขามีแผนจะเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในบริษัทเหล่านี้ของญี่ปุ่น

คุณบัฟเฟตต์ กล่าวให้สัมภาษณ์กับ Nikkei ว่า เขากำลังพิจารณาที่จะเพิ่มการลงทุนในบริษัทการค้ายักษ์ใหญ่ 5 แห่งของญี่ปุ่น ซึ่งเขา “ภูมิใจมาก” ที่ได้ลงทุนในธุรกิจเหล่านี้มาแล้ว

ราคาหุ้นของ Mitsubishi Corp. ปรับขึ้น 2.7% ในช่วงการซื้อขายในภาคบ่าย ในขณะที่หุ้น Mitsui & Co. ปรับขึ้น 2.6%, Itochu Corp ขึ้น 2.5% Marubeni Corp. พุ่งขึ้น 3.7% และ Sumitomo Corp. ปรับขึ้น 2.7%

คุณบัฟเฟตต์ กล่าวว่า เขาเตรียมที่จะพบกับเจ้าหน้าที่ของบริษัทการค้าของญี่ปุ่นในสัปดาห์นี้ “เพื่อพูดคุยกันเกี่ยวกับธุรกิจของพวกเขา และเพื่อเน้นการสนับสนุนของพวกเรา”

บริษัทการค้ายักษ์ใหญ่ 5 แห่งของญี่ปุ่น ซึ่งเรียกว่า “โซโก้ โชชา” เป็นบรรษัทการค้ายักษ์ใหญ่ที่สั่งเข้าสินค้าทุกชนิดตั้งแต่พลังงาน แร่ธาตุ ไปจนถึงอาหารและสิ่งทอ เพื่อป้อนตลาดในประเทศที่มีทรัพยากรธรรมชาติของตนเองน้อย

นอกจากนี้ บริษัทยักษ์ใหญ่เหล่านี้ยังให้บริการต่างๆ แก่โรงงานอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น ซึ่งถือเป็นบทบาทที่ช่วยให้เศรษฐกิจญี่ปุ่นขยายตัวและส่งเสริมระบบโลกาภิวัตน์ของธุรกิจโลก

คุณบัฟเฟตต์ กล่าวว่า ขณะนี้ ถือหุ้น 7.4% ในบริษัทยักษ์ใหญ่เหล่านี้ของญี่ปุ่น ซึ่งเพิ่มขึ้นประมาณ 0.6% จากที่เคยถืออยู่ 6.8% ตามที่ได้แจ้งกับตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐ เมื่อเดือน พ.ย. ปีที่แล้ว

เมื่อปลายปีที่แล้ว Berkshire Hathaway ได้เพิ่มการถือหุ้นในบริษัทการค้ายักษ์ใหญ่ 5 แห่งของญี่ปุ่นอย่างน้อยอีก 1.0% มาอยู่ที่มากกว่า 6% ในแต่ละบริษัท หลังจากที่ได้เริ่มลงทุนครั้งแรกในเดือน ส.ค. เมื่อกูรูการลงทุนได้ใช้เงินรวมมากกว่า 6,000 ล้านดอลลาร์ ในการซื้อหุ้นเหล่านี้ เพื่อฉลองวันเกิด ครบรอบ 90 ปี ของเขา

ในการแจ้งข้อมูลการลงทุนต่อตลาดหลักทรัพย์เมื่อเดือน พ.ย. ปีที่แล้ว Berkshire Hathaway ระบุว่า ถือหุ้นอยู่ 6.6% ใน Mitsubishi Corp., 6.6% ใน Mitsui & Co., 6.2% ใน Itochu Corp., 6.8% ใน Marubeni Corp. และ 6.6% ใน Sumitomo Corp.

นอกจากนั้น Nikkei รายงานว่า Berkshire Hathaway มีแผนจะออกวางจำหน่ายหุ้นกู้ชุดใหม่ในรูปสกุลเงินเยน ซึ่งเป็นสัญญาณว่า Berkshire Hathaway มีความตั้งใจที่จะเพิ่มการลงทุนในญี่ปุ่นต่อไป

ที่มา: https://www.cnbc.com/2023/04/11/berkshire-japan.html?fbclid=IwAR1oKzvcaJ9h7G1I59pqbKp8P6nRw2L8NgShBUYJMYXDdyIObD426wpUM0o

LATEST NEWS

GC เสนอขายหุ้นกู้ต่อประชาชนทั่วไป 2 ชุด อายุ 7 ปีที่อัตราดอกเบี้ย 2.65% ต่อปีและ 10 ปีที่อัตราดอกเบี้ย 3.00% ต่อปี พร้อมเดินหน้าบริหารโครงสร้างเงินทุนเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต

บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ผู้นำในธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากลและแกนนำธุรกิจเคมีภัณฑ์ของกลุ่ม ปตท. เสนอขายหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ซึ่งผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนก่อนครบกำหนด ต่อประชาชนเป็นการทั่วไป (Public Offering) โดยหุ้นกู้แบ่งเป็น 2 ชุด ได้แก่ หุ้นกู้รุ่นอายุ 7 ปี อัตราดอกเบี้ย 2.65% ต่อปี และรุ่นอายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ย 3.00% ต่อปี เปิดจองซื้อ 3 ช่วง ระหว่างวันที่ 14–21 กันยายน 2569 โดยหุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ AA-(tha) จากฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569

WHART ทุ่ม 2.5 พันล้านฮุบ WGCL ล็อกสัญญาเช่า 30 ปี ชูจุดแข็งคลังสินค้า Built-to-Suit เคาะราคาขายสูงสุด 11.10 บาท เปิดจองหน่วยเพิ่มทุน 21 ก.ย.-1 ต.ค.

กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดับบลิวเอชเอ พรีเมี่ยม โกรท (WHART) เดินหน้าขยายพอร์ตต่อเนื่องด้วยการเข้าลงทุนใน WGCL ศูนย์กระจายสินค้าระดับสากลบนทำเลยุทธศาสตร์ EEC มาบตาพุด จ.ระยอง มูลค่ารวมไม่เกิน 2,507.60 ล้านบาท สินทรัพย์คุณภาพสูงแบบ Built-to-Suit พื้นที่รวม 99,390 ตร.ม. พร้อมสัญญาเช่าระยะยาว 30 ปี ดันมูลค่าทรัพย์สินรวมทะลุ 56,000 ล้านบาท เปิดจองซื้อหน่วยทรัสต์เพิ่มทุน ผู้ถือหน่วยเดิมจอง 21 – 25 ก.ย. และประชาชนทั่วไป 28 ก.ย.-1 ต.ค.69 นี้

NER โดดเด่นครึ่งปีหลัง โบรกเกอร์เชียร์ “ซื้อ” เคาะราคาเป้าหมายสูงสุด 6.50 บาท รับอานิสงส์ราคายางฟื้น-Supply ตึงตัว คาดกำไรปี 69 แตะ 1.8 พันลบ. ชูจุดเด่น PE ต่ำกลุ่มสินค้า EUDR

นักวิเคราะห์แนะนำ “ซื้อ” หุ้น บมจ.นอร์ทอีส รับเบอร์ (NER) ให้ราคาเป้าหมายสูงสุด 6.50 บาท/หุ้น มองแนวโน้มผลการดำเนินงานครึ่งหลังปี 69 มีโอกาสฟื้นตัวโดดเด่น ตามทิศทางราคายางที่ปรับตัวสูงขึ้นจากภาวะ Supply ในตลาดที่ตึงตัว พร้อมมอง NER เป็นหนึ่งในผู้ผลิตยางแท่งไทยที่มีโอกาสได้รับประโยชน์จากมาตรการ EUDR ของยุโรป หากเริ่มบังคับใช้ ขณะที่คาดกำไรทั้งปีมีโอกาสแตะ 1.8 พันล้านบาท และราคาหุ้นยังมีจุดเด่นจากค่า PE ที่อยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับกลุ่มผู้ผลิตสินค้า EUDR

RELATED