BEYOND โชว์ฟอร์มแกร่ง! รายได้โรงแรมปี 2024 ทะยานนิวไฮ กลยุทธ์เฉียบพาธุรกิจสู่ความสำเร็จต่อเนื่อง

BEYOND ตอกย้ำความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมโรงแรมสุดหรู ด้วยผลการดำเนินงานปี 2024 ที่เหนือความคาดหมาย รายได้ธุรกิจโรงแรมพุ่งแตะ 3,473 ล้านบาท ทุบสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แรงหนุนจากการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยวที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะกลุ่มไฮเอนด์ที่เติบโตโดดเด่นดัน RevPAR พุ่งขึ้น 23% ส่งให้ BEYOND ครองบัลลังก์โรงแรมระดับ Ultra-Luxury ริมแม่น้ำเจ้าพระยาอันดับ 1 ปักหมุด 2025 ปีแห่งการเติบโตมั่นคงยั่งยืนอย่างมีคุณค่า ดันรายได้ธุรกิจโรงแรมโตแตะ 3,700 ล้านบาท 

นางกมลวรรณ วิปุลากร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เบาด์แอนด์บียอนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ BEYOND ผู้ประกอบธุรกิจลงทุนพัฒนาและดำเนินธุรกิจโรงแรมและบริการระดับ Ultra-Luxury แถวหน้าของเมืองไทย ประกาศความสำเร็จครั้งใหญ่ในปี 2024 ด้วยรายได้โรงแรมทะลุเป้าแตะ 3,473 ล้านบาท เติบโต 17% จากปีก่อนหน้า พร้อมทำกำไรสุทธิจากธุรกิจโรงแรมเป็นที่เรียบร้อยจากโรงแรมทั้ง 2 แห่ง โฟร์ซีซั่นส์ กรุงเทพฯ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา และ คาเพลลา กรุงเทพ อานิสงค์การฟื้นตัวที่แข็งแกร่งของภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวไฮเอนด์ที่ยังคงเติบโตดี หนุนรายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก (RevPAR) เพิ่มขึ้น 23% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ครองแชมป์อันดับ 1 โรงแรมระดับ Ultra-Luxury ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

ความสำเร็จครั้งนี้เกิดจากกลยุทธ์การแข่งขันที่แม่นยำ ตั้งแต่การยกระดับประสบการณ์ลูกค้า การบริหารพอร์ตโฟลิโออย่างชาญฉลาด ไปจนถึงการนำเทคโนโลยีเสริมแกร่งการบริการ ทุกองค์ประกอบล้วนช่วยผลักดัน BEYOND สู่การเติบโตแบบก้าวกระโดด และโรงแรมของเราทั้ง 2 แห่ง ได้สร้างความภาคภูมิใจด้วยรางวัลระดับโลกมากมายในปี 2567 อาทิเช่น โรงแรมคาเพลลา กรุงเทพ คว้าตำแหน่ง โรงแรมที่ดีที่สุดอันดับ 1 ของโลก จาก “The World’s 50 Best Hotels 2024” BKK Social Club บาร์สุดหรูแห่งโรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ กรุงเทพฯ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ติดอันดับ 12 ของโลก และ อันดับ 1 ในประเทศไทย ต่อเนื่อง 3 ปีซ้อน และ Côte by Mauro Colagreco ร้านอาหารไฟน์ไดนิ่งของโรงแรมคาเพลลา กรุงเทพฯ ก้าวสู่ 2 ดาวมิชลิน

นางกมลวรรณ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับปี 2025 วางแผนขยายธุรกิจด้วยกลยุทธ์ “BEYOND Profitability, Toward Limitless Growth” ตั้งเป้ารายได้ 3,700 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าพัฒนา Luxury Immersive Experience มุ่งเน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลาง โดยยังคงให้ความสำคัญกับกลยุทธ์การเติบโตและรักษาความเป็นผู้นำของโรงแรมทั้ง 2 แห่งที่มีอยู่ในปัจจุบัน และการขยายพอร์ตโรงแรมและร้านอาหารไปยังทำเลท่องเที่ยวสำคัญนอกกรุงเทพฯ และต่างประเทศ พร้อมเสริมพันธมิตรเชิงกลยุทธ์กับแบรนด์ระดับโลก อีกทั้งมุ่งเน้นการขับเคลื่อนนวัตกรรมในธุรกิจบริการและไลฟ์สไตล์ พร้อมยกระดับธุรกิจของบริษัทไปสู่อีกขั้น 

BEYOND ยังคงยึดหลักดำเนินธุรกิจตามแนวทางการกำกับดูแลกิจการที่ดี รับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างผลตอบแทนระยะยาวและยกระดับอุตสาหกรรมโรงแรมและการบริการของไทยสู่เวทีโลก และพร้อมทะยานสู่อนาคต ด้วยมาตรฐาน Ultra-Luxury ที่เหนือชั้นกว่าที่เคย

LATEST NEWS

GC เสนอขายหุ้นกู้ต่อประชาชนทั่วไป 2 ชุด อายุ 7 ปีที่อัตราดอกเบี้ย 2.65% ต่อปีและ 10 ปีที่อัตราดอกเบี้ย 3.00% ต่อปี พร้อมเดินหน้าบริหารโครงสร้างเงินทุนเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต

บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ผู้นำในธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากลและแกนนำธุรกิจเคมีภัณฑ์ของกลุ่ม ปตท. เสนอขายหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ซึ่งผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนก่อนครบกำหนด ต่อประชาชนเป็นการทั่วไป (Public Offering) โดยหุ้นกู้แบ่งเป็น 2 ชุด ได้แก่ หุ้นกู้รุ่นอายุ 7 ปี อัตราดอกเบี้ย 2.65% ต่อปี และรุ่นอายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ย 3.00% ต่อปี เปิดจองซื้อ 3 ช่วง ระหว่างวันที่ 14–21 กันยายน 2569 โดยหุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ AA-(tha) จากฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569

WHART ทุ่ม 2.5 พันล้านฮุบ WGCL ล็อกสัญญาเช่า 30 ปี ชูจุดแข็งคลังสินค้า Built-to-Suit เคาะราคาขายสูงสุด 11.10 บาท เปิดจองหน่วยเพิ่มทุน 21 ก.ย.-1 ต.ค.

กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดับบลิวเอชเอ พรีเมี่ยม โกรท (WHART) เดินหน้าขยายพอร์ตต่อเนื่องด้วยการเข้าลงทุนใน WGCL ศูนย์กระจายสินค้าระดับสากลบนทำเลยุทธศาสตร์ EEC มาบตาพุด จ.ระยอง มูลค่ารวมไม่เกิน 2,507.60 ล้านบาท สินทรัพย์คุณภาพสูงแบบ Built-to-Suit พื้นที่รวม 99,390 ตร.ม. พร้อมสัญญาเช่าระยะยาว 30 ปี ดันมูลค่าทรัพย์สินรวมทะลุ 56,000 ล้านบาท เปิดจองซื้อหน่วยทรัสต์เพิ่มทุน ผู้ถือหน่วยเดิมจอง 21 – 25 ก.ย. และประชาชนทั่วไป 28 ก.ย.-1 ต.ค.69 นี้

NER โดดเด่นครึ่งปีหลัง โบรกเกอร์เชียร์ “ซื้อ” เคาะราคาเป้าหมายสูงสุด 6.50 บาท รับอานิสงส์ราคายางฟื้น-Supply ตึงตัว คาดกำไรปี 69 แตะ 1.8 พันลบ. ชูจุดเด่น PE ต่ำกลุ่มสินค้า EUDR

นักวิเคราะห์แนะนำ “ซื้อ” หุ้น บมจ.นอร์ทอีส รับเบอร์ (NER) ให้ราคาเป้าหมายสูงสุด 6.50 บาท/หุ้น มองแนวโน้มผลการดำเนินงานครึ่งหลังปี 69 มีโอกาสฟื้นตัวโดดเด่น ตามทิศทางราคายางที่ปรับตัวสูงขึ้นจากภาวะ Supply ในตลาดที่ตึงตัว พร้อมมอง NER เป็นหนึ่งในผู้ผลิตยางแท่งไทยที่มีโอกาสได้รับประโยชน์จากมาตรการ EUDR ของยุโรป หากเริ่มบังคับใช้ ขณะที่คาดกำไรทั้งปีมีโอกาสแตะ 1.8 พันล้านบาท และราคาหุ้นยังมีจุดเด่นจากค่า PE ที่อยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับกลุ่มผู้ผลิตสินค้า EUDR

RELATED