รัฐบาลไบเดนสั่ง ห้ามลงทุนในหุ้นนอกตลาด หรือทำธุรกิจเงินร่วมลงทุนใน ทุกบริษัทเทคโนโลยีของจีน

ไบเดนเจาะจงการกีดกันในครั้งนี้ไปที่ กลุ่ม ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกซ์ (semiconductors), การคำนวณเชิงควอนตัม (quantum computing) และ เอ ไอ (artificial intelligence) ด้วยเหตุผลกังวลในเรื่องความก้าวหน้าของจีนในแต่ละด้านเหล่านี้ จะมาเป็นปรปักษ์ต่อความมั่นคงของสหรัฐอเมริกา มาตรการใหม่นี้คาดว่าจะถูกใช้เลยในปีหน้า
 
นักลงทุนสหรัฐอเมริกาค่อยๆถอยการลงทุนออกมาจากจีนเรื่อยๆเนื่องจากสภาวะ เศรษฐจีนที่อ่อนแอลง และ เต็มไปด้วยสภาพแวดล้อมทางภูมิรัฐศาสตร์ มูลค่าการลงทุนรวมกันระหว่าง private equity(การลงทุนในหุ้นนอกตลาด) กับ venture capital(ธุรกิจเงินร่วมลงทุนในบริษัท) จากสหรัฐ ตกลงไปต่ำสุดในรอบ 8 ปี ในปี 2022 ในเชิงของการปรับใช้ทุน และเทรนด์ขาลงนีัยังคงดำเนินมาถึงต้นปีนี้
 
Elena McGovern  หัวหน้าทีมปฎิบัติด้านความมั่นคงของชาติภาคเอกชน บริษัทที่ปรึกษา Capstone บอกว่า นี่เป็นครั้งแรกที่รัฐบาลอเมริกากำหนดข้อจำกัด เงินทุนไหลออกจากประเทศ
 
คณะกรรมการคัดเลือกคอมมิวนิสต์จีน ส่งจดหมายไปที่ 4 บริษัทร่วมทุนของสหรัฐ แสดงความกังวลอย่างจริงจังในเรื่องการลงทุนในสตาร์ทอัพเทคจีน
 
Eric Reiner หุ้นส่วนผู้จัดการบริษัท Vine Ventures กล่าวว่า เงินทุนจากประเทศสหรัฐอเมริกา ไม่ควรถูกใช้เป็นทุนพัฒนาทางทหารให้แก่ปักกิ่ง บริษัทของเค้าลงทุนใน บริษัทสัญชาติอเมริกา อิสราเอล และ ละตินอเมริกา ที่ยังอยู่ในระยะแรกเริ่ม และหลายๆบริษัทเหล่านี้กำลังลงทุนในจีน การลงทุนที่นั่นไม่ต่างจากการเล่นกับไฟ
 
สำหรับเทคโนโลยีที่เป็นกังวลหลักๆคือ เอ ไอ (A.I.) โปรเซสเซอร์คอมพิวเตอร์ (computer processors) และ การคำนวณเชิงควอนตัม (quantum computing) หลายฝ่ายคาดว่าจะถูกแบนเป็นวงกว้างมากขึ้นกว่านี้ โดยเฉพาะการเจรจาร่วมลงทุนในเทคโนโลยีของจีนจะมีความเสี่ยงมากที่จะทำและนักลงทุนส่วนมากก็ไม่อยากขัดนโยบายความมั่นคงของชาติสหรัฐ
 
การที่รัฐบาลสหรัฐเป็นปรปักษ์ต่อจีนอย่างต่อเนื่องทำให้ประเทศมีความเสี่ยงมากขึ้น อย่างแรกคือเม็ดเงินลงทุนจำนวนมากภายในและรอบๆประเทศจีน ที่จะสามารถสร้างผลตอบแทนอย่างมากได้ ก็จะหายไป รวมถึงการลงทุนในปัจจุบันก็เสี่ยงด้วยเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น บริษัทร่วมลงทุนในสหรัฐลงทุนใน บริษัท ByteDance บริษัทแม่ของ Tiktok ที่จ่อถูกแบนในอเมริกา หรืออาจถูกบังคับขายกิจการเพื่อให้ยังดำเนินต่อไปได้
 
มีนักลงทุนบางกลุ่มกังวลว่า ถ้าความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศดีขึ้น บริษัทสัญชาติมะกัน จะเสียเปรียบในเรื่องดีลใหม่ๆ การสร้างความเชื่อมั่นใหม่ ถ้าปรากฎตัวอยู่แล้วจะได้เปรียบกว่าเมื่อสิ่งต่างๆเปิดขึ้น แต่ไม่เกี่ยวกับบริษัทที่ไม่ได้ทำกิจการอยู่ในจีน
 
อีกกลุ่มบอกว่าผลตอบแทนการลงทุนในจีนนั้น เทียบไม่ได้กับภัยคุกคามระดับโลกถ้าให้จีนครอบครองเทคโนโลยีที่ละเอียดอ่อน แทบไม่มีความจำเป็นเลยที่ต้องเป็นคำสั่งผู้บริหาร เราควรใช้เวลาปกป้องทรัพยากรและสร้างแรงจูงใจให้จีนไม่แอบสอดส่อง เทคโนโลยีที่สำคัญและเป็นกรรมสิทธิ์ของเรา

ที่มา: Biden executive order on Chinese A.I. investments marks a ‘new era’ (cnbc.com)

LATEST NEWS

GC โชว์ผลงาน Q1/69 ชูโครงสร้างแกร่ง หนุนผลิตต่อเนื่อง

บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC เปิดเผยผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 มีรายได้จากการขายรวม 146,936 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 3,232 ล้านบาท สะท้อนผลการดำเนินงานจากการเดินเครื่องผลิตได้อย่างต่อเนื่อง ภายใต้การบริหารจัดการวัตถุดิบและห่วงโซ่การผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่ยังเผชิญความท้าทายจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ราคาพลังงาน และความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์

THREL ผลงาน 1Q26 ฟื้นตัวดีเกินคาดส่งซิก 2Q26 สดใสปิดปี 2026 พลิกกำไรตามเป้า

THREL ผลงานงวดไตรมาส 1/2569 สัญญาณฟื้นตัวดีเกินคาด เบี้ยประกันภัยต่อรับแตะ 876 ล้านบาท ผลการดำเนินงานประกันภัยเพิ่ม 6% ขณะที่ค่าใช้จ่ายประกันภัยลดอย่างมีนัยสำคัญ 48% เหลือ 634 ล้านบาท ตอกย้ำผลสำเร็จกลยุทธ์ “ซ่อม-สร้าง” เคลียร์พอร์ตไร้คุณภาพ ลุยปรับเงื่อนไขรับประกันภัยต่อ ก้าวสู่ “Road to Quality” ส่งซิกแนวโน้มไตรมาส 2/2569 ต่อเนื่องครึ่งปีหลังสดใสปรับบวกเพิ่มขึ้น หนุนภาพรวมทั้งปี 2569 พลิกมีกำไรตามเป้า

AMA ออกโรงโต้ปัดข้อครหา “นอมินี”ฮุบที่ดิน 500 ไร่ระนองรับแลนด์บริดจ์

บริษัท อาม่า มารีน จำกัด (มหาชน) หรือ AMA ออกแถลงการณ์ด่วนเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงและปกป้องความเชื่อมั่นขององค์กร ภายหลังถูกพาดพิงในการแถลงข่าวของ สส. พรรคประชาชน เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งมีเนื้อหาระบุว่ามีบริษัทนอมินีที่คนในพื้นที่รู้จักในนาม “อาม่า” ได้เข้าไปกว้านซื้อที่ดินกว่า 500 ไร่ในบริเวณอ่าวเคย จังหวัดระนอง เพื่อเก็งกำไรรับโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ หรือโครงการแลนด์บริดจ์ของรัฐบาล

RELATED