ราคาบิทคอยน์พุ่งแรง หลังเฟดมีท่าทีชะลอขึ้นดอกเบี้ย

ราคาบิทคอยน์วิ่งขึ้นไปเหนือระดับ 24,000 ดอลลาร์อยู่ช่วงสั้นๆ ในวันพฤหัสบดี (เวลาสหรัฐ) ซึ่งเป็นระดับทางเทคนิคที่สำคัญในช่วงของการดีดตัวกลับที่เริ่มมาตั้งแต่เดือน ม.ค.

การทะยานขึ้นของบิทคอยน์มีขึ้น 1 วัน หลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายเพียง 0.25% โดย เจอโรม พาเวล ประธานเฟดตั้งข้อสังเกตว่าการผ่อนคลายของภาวะเงินเฟ้อดูจะได้เริ่มขึ้น ทำให้นักลงทุนที่เก็งว่าภาวะเงินเฟ้อจะอ่อนตัวลงเริ่มมีความสบายใจขึ้น และเริ่มที่จะกล้าเข้าไปรับความเสี่ยงมากขึ้น

ในช่วงบ่ายของวันพฤหัสบดี (เวลาสหรัฐ) ราคาบิทคอยน์ได้ปรับขึ้นไปอยู่ที่ 24,069 ดอลลาร์ หลังจากที่ได้วิ่งขึ้นไปถึง 24,249.70 ดอลลาร์ ในช่วงคืนวันพุธ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 17 ส.ค.ปีที่แล้ว

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดข้อมูลของ Coin Metrics ระบุว่า บิทคอยน์ซื้อขายปรับตัวอ่อนลงมาประมาณ 0.35% มายืนอยู่ที่ 23,454 ดอลลาร์ ในช่วงคืนวันพฤหัสบดี (เวลาสหรัฐ)

ยูย่า ฮาเซกาว่า นักวิเคราะห์เงินคริปโตที่ตลาดบิทคอยน์ Bitbank ในญี่ปุ่น กล่าวว่า ตลาดมองว่านโยบายของ FOMC มีท่าทีที่ผ่อนคลายลง แต่เขายังคิดว่าการปรับขึ้นของบิทคอยน์ยังมีฐานที่ไม่ค่อยแน่นเท่าไรนัก

เขากล่าวว่า ถึงแม้ราคาบิทคอยน์จะปรับขึ้นในวันพุธ แต่ก็ไม่สามารถปิดตลาดสูงกว่า 24,000 ดอลลาร์ และแนวโน้มดูอาจจะอยู่ในด้านขาลงด้วย

คุณฮาเซกาว่า อ้างคำพูดของประธานเฟดที่เตือนว่าถึงแม้ตัวเลขเงินเฟ้ออาจจะดูอ่อนตัวลง แต่ก็ยังยืนอยู่ในระดับสูง และเฟดยังต้องการเห็นข้อมูลที่ชัดมากกว่านี้ก่อนที่จะมั่นใจได้ว่าภาวะเงินเฟ้อจะลดลงมาใกล้สู่เป้า 2% ได้

การทะยานขึ้นของราคาบิทคอยน์มีขึ้นพร้อมกับการปรับตัวขึ้นของกลุ่มหุ้นเทคที่อยู่ในตลาด Nasdaq และการปรับตัวลงของผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ และค่าเงินดอลลาร์ ซึ่งส่วนใหญ่จะปรับตัวสวนทางกับกลุ่มคริปโต

ราคาบิทคอยน์ได้ทะยานขึ้นมามากกว่า 40% นับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งช่วยชดเชยมูลค่าที่ได้เสียหายไปอย่างหนักหนาสาหัสในปี 2022

แต่นักลงทุนและนักวิเคราะห์หลายคนยังกังวลว่าถึงแม้แนวโน้มจะดูดีขึ้น ตลาดคริปโตยังอาจจะไม่พร้อมที่จะพุ่งขึ้นไปอย่างติดจรวด โดยเกรงว่าราคาอาจจะย่อตัวลงมาอีกรอบหนึ่งก่อน

อย่างไรก็ตาม เดือน ม.ค. เป็นเดือนที่สดใสที่สุดสำหรับบิทคอยน์นับตั้งแต่เดือน ต.ค. 2021 และหากนับเฉพาะเดือน ม.ค. ก็เป็นเดือนที่ดีที่สุดนับตั้งแต่ปี 2013 ด้วย

LATEST NEWS

SCB WEALTH แนะจับตา 5 ปัจจัยเสี่ยงต้องติดตามช่วงครึ่งหลังปี 67

SCB WEALTH เดินหน้าจัดงานสัมมนา Exclusive Investment Talk ในหัวข้อ “รู้ทันเศรษฐกิจโลกจัดสรรความมั่งคั่งแบบมีเป้าหมาย” ให้แก่กลุ่มลูกค้า High Net Worth Individuals (HNWIs) โดยมองว่ามี 5 ปัจจัยเสี่ยงที่มีผลต่อการจัดพอร์ตลงทุนในครึ่งหลังปี 2567 เศรษฐกิจสหรัฐฯมีแนวโน้มขยายตัวได้ดีในช่วงที่เหลือของปี 2567 อัตราเงินเฟ้อชะลอลงเศรษฐกิจยุโรปหลุดพ้นจากภาวะเศรษฐกิจถดถอย (Recession)

สรุปภาพรวมภาวะตลาดหลักทรัพย์เดือนพฤษภาคม 2567

แนวโน้มการดำเนินนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯจะยังคงดอกเบี้ยสูงไปอีกระยะ (Higher for Longer) หลังจาก IMF ประเมินสถานการณ์ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในทะเลแดงทำให้สายการเดินเรือใหญ่ปรับเส้นทางขนส่งซึ่งเป็นการเพิ่มต้นทุนค่าระวางเรือและราคาสินค้าโภคภัณฑ์หลายชนิดจะยังทรงตัวในระดับสูงกระทบอัตราเงินเฟ้อที่ปรับลดลงช้ากว่าคาดแม้ว่าตลาดแรงงานส่งสัญญาณชะลอตัวขณะที่เศรษฐกิจจีนมีสัญญาณฟื้นตัวแต่ยังคงอ่อนแอรัฐบาลจีนประกาศมาตรการรักษาเสถียรภาพและกระตุ้นตลาดหุ้นทำให้ดัชนีตลาดหลักทรัพย์จีนและฮ่องกงเริ่มฟื้นตัว

ตลาดหลักทรัพย์ฯ พัฒนาระบบ SET Carbon จับมือพันธมิตรร่วมยกระดับคุณภาพข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สู่เป้าหมาย Net Zero ค.ศ.2050

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ก้าวสู่ปีที่ 50 มุ่งพัฒนาตลาดทุนอย่างยั่งยืน สู่เป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net-zero Commitment) เดินหน้าพัฒนาระบบ SET Carbon เปิดเผยข้อมูลการจัดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของตลาดทุน ตามแผนกลยุทธ์ปี 2567 โดยนำเทคโนโลยีมาพัฒนาการจัดการข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากการดำเนินธุรกิจของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) และเชื่อมต่อข้อมูลกับหน่วยงานด้านพลังงานและทรัพยากร หวังยกระดับข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (Environmental, Social, Governance: ESG) เพื่อประโยชน์ของการใช้ข้อมูล พร้อมลดกระบวนการทำงานของ บจ. ล่าสุดร่วมกับ กฟผ.แลกเปลี่ยนข้อมูลการใช้พลังงาน บจ. โดยระบบ SET Carbon เฟสแรกจะเปิดให้บริการสำหรับ บจ.ที่สนใจ ภายในไตรมาสแรกปี 2568

RELATED