BVG กางแผนปี 68 ดันรายได้โตต่อ 2 หลัก/ปี บอร์ดเคาะปันผลเพิ่ม 0.051 บาท/หุ้น รวมทั้งปีจ่าย 65% หลังปิดปี 67 กำไรแตะ 52 ลบ. รายได้ 518 ลบ.

BVG กางแผนปี 2568 เร่งเครื่องศึกษาธุรกิจใหม่ พร้อมเตรียมเปิดตัว AI ยกระดับมาตรฐานระบบเคลมรถยนต์เมืองไทยสู่อีกขั้นแบบเรียลไทม์ ดันรายได้เติบโตต่อเนื่อง 2 หลักต่อปี ล่าสุดบอร์ดเคาะจ่ายเงินปันผลเพิ่ม 0.051 บาท/หุ้นรวมทั้งปีจ่าย 0.085 บาท/หุ้น คิดเป็น 65% ของกำไรสุทธิ หลังปิดผลงานปี 2567 กำไรสุทธิ 52 ล้านบาท กวาดรายได้รวมแตะ 518 ล้านบาท นิงสงค์บริการระบบ EMCS โตโดดเด่น 18% ทะลุ 250 ล้านบาทจากยอดบริการ AI พุ่งเกือบ 30% ขณะที่มาตรฐาน TFRS 17 ดันบริษัทลูก BVA-BVTECH-BVH โต 20%

นางนวรัตน์ วงศ์ฐิติรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บลูเวนเจอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BVG หนึ่งในผู้นำในการดำเนินธุรกิจให้บริการแพลตฟอร์ม และแอปพลิเคชันสำหรับบริหารจัดการธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับประกันภัยรถยนต์ (ระบบ EMCS) ในประเทศไทย เปิดเผยถึงแผนธุรกิจปี 2568 ว่า บริษัทเร่งเครื่องเดินหน้าศึกษาโอกาสความเป็นไปได้ในการขยายโครงการใหม่ เพื่อต่อยอดการให้บริการไปยังกลุ่มธุรกิจใหม่ๆ พร้อมเตรียมเปิดตัว AI ใหม่ล่าสุด เพื่อยกระดับมาตรฐานระบบบริหารจัดการสำหรับธุรกิจประกันวินาศภัยรถยนต์ของเมืองไทยไปสู่อีกขั้นแบบเรียลไทม์ ผลักดันภาพรวมรายได้เติบโตต่อเนื่อง 2 หลักต่อปี 

สำหรับภาพรวมผลงานปี 2567 บริษัทมีรายได้รวมแตะ 518 ล้านบาท ตามการเติบโตที่โดดเด่นในเกือบทุกกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจการให้บริการแพลตฟอร์ม และแอปพลิเคชั่น สำหรับบริหารจัดการธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับประกันภัยรถยนต์ (ระบบ EMCS) ที่กวาดรายได้ไปกว่า 250 ล้านบาท เติบโต 18% เทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน จากการเติบโตทุกบริการรวมทั้งด้านระบบ AI ที่เติบโตเกือบ 30% 

รวมถึงกลุ่มธุรกิจบริษัทลูก ทั้งธุรกิจให้คำปรึกษาด้านคณิตศาสตร์ประกันภัย (BVA), ธุรกิจให้บริการนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีและสารสนเทศ (BVTECH) และธุรกิจให้บริการ คำแนะนำ และวางแผนเข้าถึงการใช้บริการด้านสุขภาพ (BVH) เติบโตรวม 20% แตะ 41 ล้านบาท จากการให้คำปรึกษาด้านคณิตศาสตร์ประกันภัย ตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับที่ 17 เรื่องสัญญาประกันภัย (TFRS 17) เป็นสำคัญ 

นางนวรัตน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา บริษัทได้มุ่งเน้นการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพมาอย่างต่อเนื่อง  ส่งให้ต้นทุนบริหารและค่าใช้จ่ายในการบริหารในปี 2567 เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยราว 3% จากช่วงเดียวกันปีก่อน มาอยู่ที่ 458 ล้านบาท แม้ว่าบริษัทได้ตัดสินใจยุติการให้บริการลูกค้าบางราย เพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงด้านเครดิต (Credit Risk) และมีค่าใช้จ่าย One Time จากการเดินหน้าศึกษาโอกาส และความเป็นไปได้ในการในการขยายธุรกิจใหม่ รวมถึงการสร้างแบรนด์ และมีค่าใช้จ่ายช่วงเริ่มจัดตั้งบริษัท บลูเวนเจอร์ เอชซีเอ็ม จำกัด (BVH) เข้ามาเพิ่มเติม ทำให้ภาพรวมปี 2567 บริษัทมีกำไรสุทธิจำนวน 52 ล้านบาท 

ทั้งนี้ ล่าสุดที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) มีมติจ่ายเงินปันผลงวดครึ่งหลังปี 2567 จำนวน 0.051 บาทต่อหุ้น คิดเป็นวงเงิน 22.95 ล้านบาท รวมทั้งปี 2567 จ่าย 0.085 บาทต่อหุ้น คิดเป็นวงเงิน 38.25 ล้านบาท หรือราว 65% ของกำไรสุทธิ ซึ่งสูงกว่านโยบายจ่ายเงินปันผลที่กำหนดไว้ 40% ของกำไรสุทธิ โดยกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิ์ได้รับเงินปันผล (Record Date) วันที่ 7 มีนาคม 2568 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 16 พฤษภาคม 2568  

LATEST NEWS

GC ประกาศความสำเร็จในการออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ ชุดใหม่ ตอกย้ำความเชื่อมั่นจากนักลงทุน เสริมแกร่งโครงสร้างเงินทุนระยะยาว รองรับการเติบโตธุรกิจมูลค่าสูง-คาร์บอนต่ำ

บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ผู้นำในธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากล และแกนนำธุรกิจเคมีภัณฑ์ของกลุ่ม ปตท. ประกาศความสำเร็จในการเสนอขายหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ ชุดใหม่ มูลค่ารวม 10,000 ล้านบาท ด้วยการตอบรับอย่างดีจากนักลงทุน สะท้อนความเชื่อมั่นต่อฐานะทางการเงินและศักยภาพการดำเนินธุรกิจ พร้อมส่งเสริมความมั่นคงของโครงสร้างเงินทุนระยะยาว  รองรับกลยุทธ์การเติบโตในธุรกิจมูลค่าสูง–คาร์บอนต่ำ (High Value–Low Carbon)

SODECIA AAPICO ลงทุน 120 ล้านดอลลาร์ สร้างโรงงานแห่งใหม่ในสหรัฐฯ

บริษัทร่วมทุน SODECIA AAPICO ลงทุน 120 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สร้างโรงงานผลิตแห่งใหม่ในรัฐเซาท์แคโรไลนา ประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อผลิตและจัดส่งโครงแชสซี (Ladder Frame) ให้กับ Scout Motors โรงงานขนาด 400,000 ตารางฟุตแห่งนี้จะเป็นหนึ่งในโรงงานที่ทันสมัยที่สุดในภูมิภาค และคาดว่าจะสร้างการจ้างงานเกือบ 400 ตำแหน่ง โดยพิธีวางศิลาฤกษ์จัดขึ้นวันที่ 8 ธันวาคม 2568

EXUS จัดงาน Executive Forum ชู AI พลิกโฉมการบริหารหนี้

“เอ็กซ์ซุส” จัดงาน EXUS Executive Forum ยกระดับโครงสร้างงานบริหารหนี้ของไทย ภายใต้บริบททางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว และกฎระเบียบใหม่ด้านข้อมูลและ AI เพิ่มความโปร่งใส และช่วยยกระดับการบริหารความเสี่ยงด้านเครดิตของประเทศ

RELATED