BVG อัพสปีดลุยต่างประเทศ ต่อจิ๊กซอว์โตแกร่ง ปิด 1Q26 กำไรแตะ 12 ล้านบาท – รายได้ 133 ล้านบาท

BVG เปิดเกมรุกตลาดต่างประเทศต่อจิ๊กซอว์การเติบโตแกร่ง ประเดิม 2 ประเทศแรก “ฟิลิปปินส์”-“ญี่ปุ่น” คาดปิดดีลงานบริการด้านคณิตศาสตร์ประกันภัย พร้อมทยอยบุ๊คโปรเจ็คใหม่ไตรมาส 2/2569 กางผลงานงวดไตรมาส 1/2569 กวาดรายได้จากบริการกว่า 133 ล้านบาท กำไรสุทธิ 12 ล้านบาท เดินหน้าคุมเข้มค่าใช้จ่ายการบริหารอย่างมีประสิทธิภาพ
 

นางนวรัตน์ วงศ์ฐิติรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บลูเวนเจอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BVG หนึ่งในผู้นำในการดำเนินธุรกิจให้บริการแพลตฟอร์ม และแอปพลิเคชันสำหรับบริหารจัดการธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับประกันภัยรถยนต์ (ระบบ EMCS) ในประเทศไทย เปิดเผยว่า บริษัทได้ผนึกความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจเดินเกมรุกตลาดต่างประเทศอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งงานบริการด้านคณิตศาสตร์ประกันภัย (Actuarial Service) ตามมาตรฐานการายงานทางการเงินระหว่างประเทศ ฉบับที่ 17 เรื่องสัญญาประกันภัย (IFRS 17) และงานบริหารจัดการธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับประกันภัยรถยนต์ (ระบบ EMCS) รองรับแนวโน้มการขยายตัวของตลาด ต่อยอดการเติบโตแข็งแกร่งต่อเนื่อง

โดยล่าสุดอยู่ระหว่างการนำเสนอรายละเอียดบิด (Bid) งานบริการด้านคณิตศาสตร์ประกันภัย (Actuarial Service) บริษัทประกันชีวิต และบริษัทประกันวินาศภัย ในประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งจะเริ่มบังคับใช้มาตรฐาน IFRS17 เต็มรูปแบบภายในปีนี้ เบื้องต้นคาดจะสามารถปิดดีล และเริ่มทยอยบุ๊คโปรเจ็คใหม่เติมพอร์ตได้ไตรมาส 2/2569 โดยปัจจุบันฟิลิปปินส์นับเป็นอีกตลาดที่เป็นโอกาสต่อยอดการเติบโต ด้วยจำนวนผู้ประกอบการด้านประกันชีวิต และบริษัทประกันวินาศภัยที่สูงถึง 131 บริษัท เทียบกับประเทศไทยที่มีอยู่ราว 72 บริษัท

นอกจากนี้ บริษัทยังได้เดินหน้ามองหาโอกาส และศึกษาความเป็นไปได้ทางธุรกิจการขยายงานบริการด้านระบบ EMCS ไปยังตลาดต่างประเทศ อาทิ ประเทศญี่ปุ่น ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ ควบคู่ไปกับการเร่งขยายฐานลูกค้าในประเทศไทย โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่เป็นศูนย์ตัวแทนจำหน่าย (Dealer) รถยนต์ EV ที่มีอัตราการเติบโตค่อนข้างสูง ล่าสุดบริษัทมีลูกค้ากลุ่ม Dealer ใช้บริการ EMCS จำนวน 116 ราย แบ่งเป็น รถยนต์ EV 52% และรถสันดาป 48%

นางนวรัตน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับภาพรวมผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 1 ปี 2569 บริษัทมีกำไรสุทธิจำนวน 12 ล้านบาท รายได้จากการบริการจำนวน 133 ล้านบาท โดยกลุ่มธุรกิจการให้บริการแพลตฟอร์ม และแอปพลิเคชั่น สำหรับบริหารจัดการธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับประกันภัยรถยนต์ (ระบบ EMCS) ทำรายได้ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 62 ล้านบาท, กลุ่มธุรกิจให้บริการบริหารจัดการสิทธิประโยชน์ ด้านการรักษาพยาบาลและสินไหมทดแทน รวมถึงการให้คำปรึกษาแนะนำที่เกี่ยวข้อง ผ่านแพลตฟอร์มและแอปพลิเคชัน (BVTPA) มีรายได้เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากช่วงเดียวกันปีก่อนอยู่ที่ 58 ล้านบาท ขณะที่กลุ่มธุรกิจบริษัทลูก ทั้งธุรกิจให้คำปรึกษาด้านคณิตศาสตร์ประกันภัย (BVA), ธุรกิจให้บริการนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีและสารสนเทศ (BVTECH) และธุรกิจให้บริการ คำแนะนำ และวางแผนเข้าถึงการใช้บริการด้านสุขภาพ (BVH) มีรายได้ 13 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีการรับรู้รายได้แบบ One-time จากการส่งมอบงาน Hardware และ Software งาน Actuarial Service ให้กับลูกค้า เพื่อรองรับการใช้งาน TFRS 17 เป็นครั้งแรก

ทั้งนี้ บริษัทยังคงมุ่งเน้นประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุน และค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง โดยงวดไตรมาส 1/2569 ต้นทุนบริการลดลงราว 18% จากช่วงเดียวกันปีก่อนอยู่ที่ 75 ล้านบาท พร้อมบริหารจัดการค่าใช้จ่ายให้อยู่ในระดับใกล้เคียงช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 44 ล้านบาท เบื้องต้นมั่นใจแนวโน้มการเติบโตเป็นไปตามเป้าหมาย ภายใต้กลยุทธ์ 3 ปีจากนี้ ที่จะเน้น 4 ด้านหลัก ทั้งการเสริมสร้างความเป็นผู้นำในตลาด (Core Platform Deepening), เดินหน้าขยายตลาดในภูมิภาค (Regional Platform Expansion), ต่อยอดสร้างรายได้จากสินทรัพย์ข้อมูลที่มี พร้อมนำเทคโนโลยี AI เข้ามาปรับใช้ (Intelligent Innovation) และการยกระดับการบริหารจัดการเคลมสุขภาพผ่านโซลูชันดิจิทัลแบบบูรณาการ (Healthcare Value Manager)

LATEST NEWS

ก.ล.ต. ไฟเขียว THRE ตั้งโฮลดิ้งส์ เทนเดอร์แลกหุ้น 1:1 ระหว่าง 23 ก.ย.-20 พ.ย.69

ก.ล.ต. ไฟเขียว บมจ.ไทยรับประกันภัยต่อ ปรับโครงสร้างตั้ง “Holding company” ประกาศ Tender Offer แลกหุ้นเดิม THRE เต็มจำนวน อัตรา 1 : 1 ตั้งแต่วันที่ 23 กันยายน-20 พฤศจิกายน 2569 คาดเข้าเทรดแทนหลักทรัพย์เดิมได้ตามแผนช่วงปลายปีนี้ ยืนยันมุ่งเดินหน้ามองหาโอกาสต่อยอดการเติบโต สร้างผลตอบแทนที่ดีให้ผู้ถือหุ้นต่อเนื่อง

ถ้าคุณกำลังมองหา “หุ้นเติบโต” งาน JUMP+ Investor Day 2026 คือคำตอบ ลงทะเบียนเข้างานฟรี!

“หุ้นเติบโต” แต่ยังไม่รู้ว่าจะเลือกอย่างไร?

📈 มาหาคำตอบและเปิดมุมมองการลงทุนให้รอบด้านที่งาน JUMP+ Investor Day 2026

พบกับข้อมูลเศรษฐกิจ มุมมองธุรกิจ และแนวคิดการลงทุนจากผู้เชี่ยวชาญ พร้อมเจาะลึกแผนธุรกิจและโอกาสการเติบโตของบริษัทจดทะเบียน

GC เสนอขายหุ้นกู้ต่อประชาชนทั่วไป 2 ชุด อายุ 7 ปีที่อัตราดอกเบี้ย 2.65% ต่อปีและ 10 ปีที่อัตราดอกเบี้ย 3.00% ต่อปี พร้อมเดินหน้าบริหารโครงสร้างเงินทุนเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต

บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ผู้นำในธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากลและแกนนำธุรกิจเคมีภัณฑ์ของกลุ่ม ปตท. เสนอขายหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ซึ่งผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนก่อนครบกำหนด ต่อประชาชนเป็นการทั่วไป (Public Offering) โดยหุ้นกู้แบ่งเป็น 2 ชุด ได้แก่ หุ้นกู้รุ่นอายุ 7 ปี อัตราดอกเบี้ย 2.65% ต่อปี และรุ่นอายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ย 3.00% ต่อปี เปิดจองซื้อ 3 ช่วง ระหว่างวันที่ 14–21 กันยายน 2569 โดยหุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ AA-(tha) จากฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569

RELATED