CHAYO เตือนอย่าหลงกลมิจฉาชีพ แอบอ้างให้โอนเงินก่อนปล่อยเงินกู้

นายสุขสันต์ ยศะสินธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ชโย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CHAYO เปิดเผยว่า บริษัทขอประกาศแจ้งเตือนประชาชนอีกครั้ง ว่าปัจจุบันมิจฉาชีพเปลี่ยนกลโกงใหม่ไปเรื่อยๆ เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ ล่าสุดมีมุกใหม่ให้ประชาชนที่สนใจใช้บริการเงินกู้ โดยอาศัยความน่าเชื่อถือของ CHAYO และบริษัทย่อย บริษัท ชโย แคปปิตอล จำกัด ซึ่งเป็นผู้ให้บริการสินเชื่อเงินกู้ ให้ประชาชนเข้าใจผิดว่าเป็นบริการของ บริษัท ชโย แคปปิตอล จำกัด โดยปลอมแปลงเพจให้บริการสินเชื่อเงินกู้ ให้ประชาชนเข้าใจผิดและทำให้เกิดความสับสน ล่าสุด นายอนุวัต เฟื่องทองแดง ผู้ประกาศข่าวชื่อดัง ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์นำรูปภาพและวีดีโอ ไปปลอมแปลง ตัดต่อ เพื่อใช้ในการหลอกประชาชน ให้หลงเชื่อว่าสามารถกู้ยืมเงินหรือขอสินเชื่อได้จริง ส่งผลทำให้มีผู้หลงเชื่อตกเป็นเหยื่อหลายร้อยคน พอเหยื่อตายใจโอนเงินไปให้ กว่าจะรู้ตัวว่าถูกหลอกก็สูญเสียเงินไปแล้ว

นายสุขสันต์ กล่าวย้ำเตือนว่า บริษัท ชโย แคปปิตอล จำกัด เป็นบริษัทที่มีตัวตนจริง (มีทุนจดทะเบียน 250 ล้านบาท) และมีบริษัทแม่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดย บริษัท ชโย แคปปิตอล จำกัด ดำเนินธุรกิจภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย มี LINE ID คือ “@chayocap555” ซึ่ง LINE Official ที่ถูกต้องต้องมี โล่น้ำเงิน ได้รับการรับรองจาก LINE Official แล้วเท่านั้น

ทั้งนี้ วิธีการจัดการกับมิจฉาชีพ คือ อย่าโอนเงินก่อนเด็ดขาด และห้ามโดยเด็ดขาดในการโอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัว (ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นบัญชีม้า)

“ขอยืนยันว่าบริษัท “ไม่มี” 3 เรื่องนี้อย่างเด็ดขาด ได้แก่ 1. ไม่มีนโยบายในการเรียกเก็บค่าธรรมเนียม ค่าเบี้ยประกัน หรือค่าใช้จ่ายต่างๆ ก่อนการได้รับเงินกู้ 2. ไม่มีนโยบายในการให้ลูกค้าโอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัวหรือบัญชีบุคคลธรรมดาโดยเด็ดขาด และ 3. ไม่มีนโยบายให้ประชาชนและ/หรือลูกค้าโอนเงินเข้ามาเพื่อแก้ไขความผิดพลาดค่าปลดล็อกรหัสต่างๆ ในการทำธุรกรรม ขอเตือนย้ำว่า อะไรก็ตามที่ให้โอนเงินก่อน ถือว่าหลอกลวง 100% และถ้ามีการ Chat หรือโทรไปทักลูกค้า แล้วอ้างว่าเป็นชโย แคปปิตอล ไม่ใช่เราแน่นอน”

โดยที่ผ่านมา บริษัทไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ประกาศแจ้งเตือนประชาชนผ่านสื่อต่างๆ และเว็บไซต์ของบริษัทมาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งมีการแจ้งความดำเนินคดีมาแล้วหลายครั้ง ทั้ง สน.พื้นที่ ตำรวจไซเบอร์ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แล้ว

ดังนั้น กรุณาอย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพ หรือกรอกข้อมูลส่วนตัวใดๆ หรือหากถูกหลอกให้โอนเงินไปแล้ว ขอแนะนำให้ดำเนินการ 4 ขั้นตอนหลัก ประกอบด้วย 1. เตรียมเอกสารหลักฐานการโอนเงิน ข้อความที่คุยกับมิจฉาชีพ เลขบัญชีธนาคาร พร้อมชื่อ นามสกุล ของผู้ที่เราโอนเงินไปให้ แคปหน้าจอไว้ แล้วพิมพ์ออกมาเป็นหลักฐาน บัตรประชาชนของเรา

2. แจ้งความดำเนินคดี หลังจากได้หลักฐานแล้วให้ไปโรงพักใกล้บ้าน หรือกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

3. แจ้งธนาคารเจ้าของบัญชีคนร้ายที่เราโอนเงินไปให้ เพื่อให้ธนาคารทำการอายัดเงินในบัญชีของคนร้ายทั้งหมด ทำให้คนร้ายไม่สามารถถอนเงินออกมาได้ โดยหลักฐานที่ต้องนำไป คือ สำเนาหลักฐานใบแจ้งความ คำสั่งอายัดบัญชี หน้าสมุดบัญชี หรือเลขบัญชี พร้อมชื่อ นามสกุล เจ้าของบัญชีที่เป็นคนร้าย และสำเนาบัตรประชาชนของเรา

4. รอขั้นตอนการดำเนินการตามกฏหมาย โดยหลังจากนี้จะเป็นขั้นตอนของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการออกหมายเรียกคนร้าย หรือติดตามจับกุมตัวมาดำเนินการส่งฟ้องศาลต่อไป ให้เราประสานงานไปที่ร้อยเวรเจ้าของคดี เพื่อติดตามความคืบหน้า

หากมีข้อมูลใดที่เกี่ยวข้องกับบริษัทสามารถติดต่อสอบถามโดยตรงกับทางบริษัทได้ตลอดเวลา ทาง LINE Official ID : @chayocap555 หรือติดต่อสอบถามได้ที่ ฝ่ายสินเชื่อเบอร์โทร 02-0045558, 062-7527744 , 063-2652711 , 081-4230000

LATEST NEWS

SCB WEALTH แนะจับตา 5 ปัจจัยเสี่ยงต้องติดตามช่วงครึ่งหลังปี 67

SCB WEALTH เดินหน้าจัดงานสัมมนา Exclusive Investment Talk ในหัวข้อ “รู้ทันเศรษฐกิจโลกจัดสรรความมั่งคั่งแบบมีเป้าหมาย” ให้แก่กลุ่มลูกค้า High Net Worth Individuals (HNWIs) โดยมองว่ามี 5 ปัจจัยเสี่ยงที่มีผลต่อการจัดพอร์ตลงทุนในครึ่งหลังปี 2567 เศรษฐกิจสหรัฐฯมีแนวโน้มขยายตัวได้ดีในช่วงที่เหลือของปี 2567 อัตราเงินเฟ้อชะลอลงเศรษฐกิจยุโรปหลุดพ้นจากภาวะเศรษฐกิจถดถอย (Recession)

สรุปภาพรวมภาวะตลาดหลักทรัพย์เดือนพฤษภาคม 2567

แนวโน้มการดำเนินนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯจะยังคงดอกเบี้ยสูงไปอีกระยะ (Higher for Longer) หลังจาก IMF ประเมินสถานการณ์ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในทะเลแดงทำให้สายการเดินเรือใหญ่ปรับเส้นทางขนส่งซึ่งเป็นการเพิ่มต้นทุนค่าระวางเรือและราคาสินค้าโภคภัณฑ์หลายชนิดจะยังทรงตัวในระดับสูงกระทบอัตราเงินเฟ้อที่ปรับลดลงช้ากว่าคาดแม้ว่าตลาดแรงงานส่งสัญญาณชะลอตัวขณะที่เศรษฐกิจจีนมีสัญญาณฟื้นตัวแต่ยังคงอ่อนแอรัฐบาลจีนประกาศมาตรการรักษาเสถียรภาพและกระตุ้นตลาดหุ้นทำให้ดัชนีตลาดหลักทรัพย์จีนและฮ่องกงเริ่มฟื้นตัว

ตลาดหลักทรัพย์ฯ พัฒนาระบบ SET Carbon จับมือพันธมิตรร่วมยกระดับคุณภาพข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สู่เป้าหมาย Net Zero ค.ศ.2050

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ก้าวสู่ปีที่ 50 มุ่งพัฒนาตลาดทุนอย่างยั่งยืน สู่เป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net-zero Commitment) เดินหน้าพัฒนาระบบ SET Carbon เปิดเผยข้อมูลการจัดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของตลาดทุน ตามแผนกลยุทธ์ปี 2567 โดยนำเทคโนโลยีมาพัฒนาการจัดการข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากการดำเนินธุรกิจของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) และเชื่อมต่อข้อมูลกับหน่วยงานด้านพลังงานและทรัพยากร หวังยกระดับข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (Environmental, Social, Governance: ESG) เพื่อประโยชน์ของการใช้ข้อมูล พร้อมลดกระบวนการทำงานของ บจ. ล่าสุดร่วมกับ กฟผ.แลกเปลี่ยนข้อมูลการใช้พลังงาน บจ. โดยระบบ SET Carbon เฟสแรกจะเปิดให้บริการสำหรับ บจ.ที่สนใจ ภายในไตรมาสแรกปี 2568

RELATED