ควบคุมต้นทุนการเดินทางเพื่อการดำเนินธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ

ในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน การบริหารค่าใช้จ่ายด้านการเดินทางขององค์กรกลายเป็นหนึ่งในเรื่องสำคัญอันดับต้น ๆ สำหรับธุรกิจทุกขนาด ท่ามกลางราคาน้ำมันที่ผันผวน ภาวะเงินเฟ้อ และข้อกำหนดด้านความยั่งยืนที่เข้มงวดมากขึ้น รูปแบบการเดินทางแบบเดิม อาทิ รถยนต์ประจำบริษัท หรือการใช้บริการขนส่งจากหลายช่องทางที่ไม่เป็นระบบ ไม่สามารถตอบโจทย์ความคุ้มค่าได้อีกต่อไป

Bolt Business มอบทางเลือกที่ยืดหยุ่นและคุ้มค่ากว่า โดยช่วยให้องค์กรสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีกว่า เมื่อเทียบกับการเป็นเจ้าของและดูแลรถยนต์ของบริษัทเอง หรือการใช้แท็กซี่และขนส่งสาธารณะในการเดินทาง

รถประจำบริษัท: ต้นทุนแฝงที่สูงกว่าที่คิด

แม้ว่าการมี “รถยนต์ประจำบริษัท” อาจดูเหมือนเป็นทางเลือกที่มั่นคง แต่ในความเป็นจริงกลับมีต้นทุนคงที่และค่าใช้จ่ายแฝงสูง ตัวเลขจากCar Cost Index ปี 2025 ระบุว่าค่าใช้จ่ายเฉลี่ยในการเช่าซื้อรถยนต์ในยุโรปอยู่ระหว่าง ประมาณ 31,000 บาทถึง 49,000 บาทต่อเดือน ขึ้นอยู่กับประเทศ ซึ่งรวมถึงค่าเสื่อมราคา น้ำมัน ประกัน การบำรุงรักษา และภาษี เมื่อคำนวณรวมทั้งฟลีตแล้ว จะกลายเป็นภาระต้นทุนคงที่มหาศาล ไม่ว่ารถจะถูกใช้งานมากน้อยเพียงใด

ยิ่งไปกว่านั้น ข้อมูลจาก McKinsey ยังระบุว่า รถบริษัทส่วนใหญ่ถูกจอดว่างกว่า 90% ของเวลา ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างไม่เหมาะสม 

ในทางกลับกัน องค์กรที่ใช้ Bolt Business สามารถลดค่าใช้จ่ายด้านการเดินทางได้ราว 25% เพราะจะชำระเฉพาะเมื่อมีการเดินทางจริงและไม่ต้องแบกรับต้นทุนทรัพย์สินที่ไม่ได้ใช้งาน นอกจากนี้ แพลตฟอร์มยังช่วยให้ฝ่ายบริหารเข้าถึงข้อมูลราคาที่โปร่งใส ระบบติดตามแบบเรียลไทม์ และรายงานวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกที่ช่วยให้มองเห็นโอกาสในการลดต้นทุนได้อย่างแม่นยำ

ความท้าทายของการเดินทางเพื่อธุรกิจในรูปแบบเดิม

ในหลายองค์กร พนักงานยังคงพึ่งพารถยนต์ส่วนตัว แท็กซี่ทั่วไป หรือระบบขนส่งสาธารณะในการเดินทางเพื่อปฏิบัติงาน ซึ่งมักก่อให้เกิดความไม่สม่ำเสมอทั้งในแง่ค่าใช้จ่ายและประสิทธิภาพ โดยเฉพาะเมื่อไม่มีระบบรวมศูนย์สำหรับการจองและการจัดการค่าเดินทาง ทำให้ฝ่ายบัญชีต้องเสียเวลาในการติดตามใบเสร็จและตรวจสอบเอกสารเบิกค่าใช้จ่าย ในขณะเดียวกัน พนักงานเองก็ต้องเสียเวลาไปกับขั้นตอนการกรอกเอกสารเบิกจ่าย ซึ่งอาจใช้เวลามากถึง  20 นาทีต่อเดือน

นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการเดินทางที่ผันผวน ยังเป็นอุปสรรคต่อการวางแผนงบประมาณที่แม่นยำ และอาจส่งผลให้เกิดความคลาดเคลื่อนระหว่างงบที่ตั้งไว้กับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง

ด้วย Bolt Business ทุกการเดินทางจะถูกบันทึกและจัดหมวดหมู่อัตโนมัติ ไม่จำเป็นต้องเก็บใบเสร็จหรือกรอกเอกสารเบิกค่าใช้จ่ายอีกต่อไป ระบบนโยบายการเดินทางแบบปรับขนาดได้ ยังช่วยให้องค์กรควบคุมงบประมาณได้อย่างสอดคล้องและโปร่งใสในทุกแผนก

Bolt Business ช่วยให้องค์กรและพนักงานบริหารการเดินทางได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ด้วยการเชื่อมต่อระบบจองและชำระเงินเข้ากับบัญชีธุรกิจโดยตรง รองรับบริการการเดินทางทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น บริการเรียกรถผ่านแอป การเช่ารถระยะสั้น ที่ครอบคลุมกว่า 50 ประเทศทั่วทั้งยุโรปและแอฟริกา พร้อมทั้งมอบโซลูชันที่ตอบโจทย์องค์กรในด้าน ความคุ้มค่า (Cost Efficiency), ความยืดหยุ่น (Flexibility) และ การควบคุมต้นทุน (Cost Control) เพื่อช่วยให้องค์กรบริหารค่าใช้จ่ายได้อย่างชาญฉลาด โปร่งใส และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

LATEST NEWS

GC เสนอขายหุ้นกู้ต่อประชาชนทั่วไป 2 ชุด อายุ 7 ปีที่อัตราดอกเบี้ย 2.65% ต่อปีและ 10 ปีที่อัตราดอกเบี้ย 3.00% ต่อปี พร้อมเดินหน้าบริหารโครงสร้างเงินทุนเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต

บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ผู้นำในธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากลและแกนนำธุรกิจเคมีภัณฑ์ของกลุ่ม ปตท. เสนอขายหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ซึ่งผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนก่อนครบกำหนด ต่อประชาชนเป็นการทั่วไป (Public Offering) โดยหุ้นกู้แบ่งเป็น 2 ชุด ได้แก่ หุ้นกู้รุ่นอายุ 7 ปี อัตราดอกเบี้ย 2.65% ต่อปี และรุ่นอายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ย 3.00% ต่อปี เปิดจองซื้อ 3 ช่วง ระหว่างวันที่ 14–21 กันยายน 2569 โดยหุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ AA-(tha) จากฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569

WHART ทุ่ม 2.5 พันล้านฮุบ WGCL ล็อกสัญญาเช่า 30 ปี ชูจุดแข็งคลังสินค้า Built-to-Suit เคาะราคาขายสูงสุด 11.10 บาท เปิดจองหน่วยเพิ่มทุน 21 ก.ย.-1 ต.ค.

กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดับบลิวเอชเอ พรีเมี่ยม โกรท (WHART) เดินหน้าขยายพอร์ตต่อเนื่องด้วยการเข้าลงทุนใน WGCL ศูนย์กระจายสินค้าระดับสากลบนทำเลยุทธศาสตร์ EEC มาบตาพุด จ.ระยอง มูลค่ารวมไม่เกิน 2,507.60 ล้านบาท สินทรัพย์คุณภาพสูงแบบ Built-to-Suit พื้นที่รวม 99,390 ตร.ม. พร้อมสัญญาเช่าระยะยาว 30 ปี ดันมูลค่าทรัพย์สินรวมทะลุ 56,000 ล้านบาท เปิดจองซื้อหน่วยทรัสต์เพิ่มทุน ผู้ถือหน่วยเดิมจอง 21 – 25 ก.ย. และประชาชนทั่วไป 28 ก.ย.-1 ต.ค.69 นี้

NER โดดเด่นครึ่งปีหลัง โบรกเกอร์เชียร์ “ซื้อ” เคาะราคาเป้าหมายสูงสุด 6.50 บาท รับอานิสงส์ราคายางฟื้น-Supply ตึงตัว คาดกำไรปี 69 แตะ 1.8 พันลบ. ชูจุดเด่น PE ต่ำกลุ่มสินค้า EUDR

นักวิเคราะห์แนะนำ “ซื้อ” หุ้น บมจ.นอร์ทอีส รับเบอร์ (NER) ให้ราคาเป้าหมายสูงสุด 6.50 บาท/หุ้น มองแนวโน้มผลการดำเนินงานครึ่งหลังปี 69 มีโอกาสฟื้นตัวโดดเด่น ตามทิศทางราคายางที่ปรับตัวสูงขึ้นจากภาวะ Supply ในตลาดที่ตึงตัว พร้อมมอง NER เป็นหนึ่งในผู้ผลิตยางแท่งไทยที่มีโอกาสได้รับประโยชน์จากมาตรการ EUDR ของยุโรป หากเริ่มบังคับใช้ ขณะที่คาดกำไรทั้งปีมีโอกาสแตะ 1.8 พันล้านบาท และราคาหุ้นยังมีจุดเด่นจากค่า PE ที่อยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับกลุ่มผู้ผลิตสินค้า EUDR

RELATED