ห้างขายชุดแต่งงานใหญ่ในสหรัฐ ปลดพนักงานกว่า 9,000 คน

David’s Bridal ห้างขายเสื้อผ้าชุดแต่งงานที่ใหญ่ที่สุดรายหนึ่งในสหรัฐ ประกาศผ่านการแจ้งต่อสำนักงานแรงงานของรัฐเพนซิลเวียเนียว่า บริษัทกำลังจะต้องปลดพนักงานลงหลายพันคนทั่วประเทศ

ประกาศของ David’s Bridal ระบุว่า ธุรกิจขายปลีกชุดแต่งงานกำลังจะต้องลดจำนวนพนักงานลง 9,236 ตำแหน่งทั่วสหรัฐ โดยในรัฐเพนซิลเวียเนียที่เป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของตน การลดพนักงานจะเริ่มในวันที่ 14 เม.ย. และไปเสร็จสิ้นในวันที่ 11 ส.ค. ซึ่งจะกระทบสาขาทั้งหมด 15 สาขาใน 9 เขตท้องที่

David’s Bridal ไม่ได้ให้รายละเอียดการลดพนักงานในรัฐอื่นๆ

สื่อ Wall Street Journal รายงานว่า David’s Bridal เดิมจ้างพนักงานรวมทั้งสิ้นมากกว่า 11,000 คนทั่วประเทศ

David’s Bridal เปิดเผยว่า CNN ว่า บริษัทกำลัง “ทบทวนทางเลือกด้านกลยุทธ์ธุรกิจ โดยขั้นตอนการดำเนินการที่จะขายกิจการของบริษัทได้เริ่มขึ้น แต่ขอย้ำว่าสาขาของบริษัททุกแห่งยังคงจะเปิดกิจการให้บริการตามปกติ”

นีล ซอนเดอร์ กรรมการผู้จัดการของบริษัทวิจัย GlobalData Retail กล่าวว่า “จำนวนพนักงานที่ David’s Bridal จะเลิกจ้างสะท้อนว่าบริษัทกำลังตกอยู่ในสภาวะวิกฤต และชี้ว่าบริษัทกำลังรื้อปรับโครงสร้างอย่างขนานใหญ่โดยทำอย่างเงียบๆ เพื่อรักษาถนอมเงินสดที่มีอยู่ในขณะที่เตรียมจะยื่นขอล้มละลายหรือขายกิจการต่อไป”

คุณซอนเดอร์ คาดว่า David’s Bridal คงจะต้องปิดร้านสาขาในช่วงการปรับโครงสร้างที่กำลังทำอยู่

เขากล่าวว่า “รูปแบบธุรกิจปัจจุบันของบริษัทไปต่อไม่ได้ และความหวังที่มีอยู่คือการปรับขนาดธุรกิจให้เล็กลงเพื่อให้ฐานะการเงินสามารถอยู่รอดต่อไปได้”

นสพ. นิวยอร์กไทมส์ รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า การที่ David’s Bridal ต้องปลดพนักงานลงอย่างมากคือผลพวงจากปัญหาที่บริษัทได้ประสบมาหลายปี โดยรายงานข่าวแจ้งว่าครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ที่บริษัทกำลังเตรียมยื่นขอล้มละลายในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา

นิวยอร์กไทมส์ กล่าวเสริมว่า ทางเลือกหนึ่งของการปรับโครงสร้างบริษัทค้าปลีกแห่งนี้คือการพิจารณาขายกิจการทั้งหมดให้กับกลุ่มนายทุนรายใหม่

ที่มา: https://edition.cnn.com/2023/04/14/business/davids-bridal-layoffs/index.html?fbclid=IwAR2X46vd2inVbky3mdeKTHXqV1msy_Ta6pKqbygTEDNsOCVBRejZVppxS4Y

LATEST NEWS

SCB WEALTH แนะจับตา 5 ปัจจัยเสี่ยงต้องติดตามช่วงครึ่งหลังปี 67

SCB WEALTH เดินหน้าจัดงานสัมมนา Exclusive Investment Talk ในหัวข้อ “รู้ทันเศรษฐกิจโลกจัดสรรความมั่งคั่งแบบมีเป้าหมาย” ให้แก่กลุ่มลูกค้า High Net Worth Individuals (HNWIs) โดยมองว่ามี 5 ปัจจัยเสี่ยงที่มีผลต่อการจัดพอร์ตลงทุนในครึ่งหลังปี 2567 เศรษฐกิจสหรัฐฯมีแนวโน้มขยายตัวได้ดีในช่วงที่เหลือของปี 2567 อัตราเงินเฟ้อชะลอลงเศรษฐกิจยุโรปหลุดพ้นจากภาวะเศรษฐกิจถดถอย (Recession)

สรุปภาพรวมภาวะตลาดหลักทรัพย์เดือนพฤษภาคม 2567

แนวโน้มการดำเนินนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯจะยังคงดอกเบี้ยสูงไปอีกระยะ (Higher for Longer) หลังจาก IMF ประเมินสถานการณ์ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในทะเลแดงทำให้สายการเดินเรือใหญ่ปรับเส้นทางขนส่งซึ่งเป็นการเพิ่มต้นทุนค่าระวางเรือและราคาสินค้าโภคภัณฑ์หลายชนิดจะยังทรงตัวในระดับสูงกระทบอัตราเงินเฟ้อที่ปรับลดลงช้ากว่าคาดแม้ว่าตลาดแรงงานส่งสัญญาณชะลอตัวขณะที่เศรษฐกิจจีนมีสัญญาณฟื้นตัวแต่ยังคงอ่อนแอรัฐบาลจีนประกาศมาตรการรักษาเสถียรภาพและกระตุ้นตลาดหุ้นทำให้ดัชนีตลาดหลักทรัพย์จีนและฮ่องกงเริ่มฟื้นตัว

ตลาดหลักทรัพย์ฯ พัฒนาระบบ SET Carbon จับมือพันธมิตรร่วมยกระดับคุณภาพข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สู่เป้าหมาย Net Zero ค.ศ.2050

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ก้าวสู่ปีที่ 50 มุ่งพัฒนาตลาดทุนอย่างยั่งยืน สู่เป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net-zero Commitment) เดินหน้าพัฒนาระบบ SET Carbon เปิดเผยข้อมูลการจัดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของตลาดทุน ตามแผนกลยุทธ์ปี 2567 โดยนำเทคโนโลยีมาพัฒนาการจัดการข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากการดำเนินธุรกิจของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) และเชื่อมต่อข้อมูลกับหน่วยงานด้านพลังงานและทรัพยากร หวังยกระดับข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (Environmental, Social, Governance: ESG) เพื่อประโยชน์ของการใช้ข้อมูล พร้อมลดกระบวนการทำงานของ บจ. ล่าสุดร่วมกับ กฟผ.แลกเปลี่ยนข้อมูลการใช้พลังงาน บจ. โดยระบบ SET Carbon เฟสแรกจะเปิดให้บริการสำหรับ บจ.ที่สนใจ ภายในไตรมาสแรกปี 2568

RELATED