ราคาหุ้น First Republic ดิ่งหนัก เงินฝากไหลออก 1 แสนล้านดอลลาร์

ราคาหุ้นของธนาคาร First Republic ดิ่งลงหนักถึงระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ในวันอังคาร (เวลาสหรัฐ) ท่ามกลางความสงสัยของนักลงทุนว่าธนาคารแห่งนี้จะสามารถประคองตัวได้อย่างไร หลังจากเงินฝากของธนาคารได้ไหลออกไปประมาณ 40% ในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้

ราคาหุ้นของ First Republic ได้ดิ่งลงมากกว่า 49% ในวันอังคาร ซึ่งทำให้ราคาหุ้นของธนาคารได้รูดลงไปรวมมากกว่า 90% ตั้งแต่ต้นปีมาปิดที่ 8.10 ดอลลาร์/หุ้น ในวันอังคาร ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดเท่าที่เคยเห็นมา

ยอดเงินฝากที่ First Republic ยังมีอยู่ ณ สิ้นเดือน มี.ค. มีรวม 30,000 ล้านดอลลาร์ โดยตัวเลขนี้รวมเงินอัดฉีดจากธนาคารที่ใหญ่กว่า 11 แห่ง ที่ได้เข้ามาช่วยพยุงแบงก์รายนี้ และเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับระบบธนาคารโดยรวม

แต่ถ้าไม่นับเงินอัดฉีดจากธนาคารใหญ่ๆ ดังกล่าว เงินฝากที่ได้ไหลออกจาก First Republic รวมมากกว่า 100,000 ล้านดอลลาร์

ใบแถลงการณ์ของ First Republic ระบุว่า ธนาคาร “กำลังพิจารณาทางเลือกด้านกลยุทธ์” ในการปรับฐานะการเงินในงบดุล หลังจากการไหลออกของเงินฝากจำนวนมหาศาล

CNBC รายงานว่าช่วง 2-3 วันข้างหน้าจะเป็นเวลาวิกฤตที่สำคัญมากสำหรับอนาคตของ First Republic เนื่องจากธนาคารใหญ่อื่นๆ และ จนท. ของหน่วยงานรัฐพยายามมองหาวิธีอื่นที่จะช่วยพยุงธนาคารขนาดภูมิภาคแห่งนี้

CNBC รายงานว่าทางเลือกหนึ่งคือการให้ธนาคารที่ใหญ่กว่าเข้ามาซื้อทรัพย์สินบางส่วนของ First Republic พร้อมกับให้ธนาครแห่งนี้เพิ่มทุนให้กับตัวเอง แต่ก็ยังไม่แน่ชัดว่าธนาคารใหญ่ๆ จะยอมทำเช่นนั้นหรือไม่

อย่างไรก็ตาม มันค่อนข้างชัดเจนว่าจะไม่มีสถาบันการเงินใดที่จะเข้ามาเทกโอเวอร์ First Republic

Bloomberg News รายงานเมื่อวันอังคารว่า First Republic กำลังมองหาวิธีที่จะขายบัญชีเงินปล่อยกู้และหลักทรัพย์เรือนหุ้นมูลค่ารวม 100,000 ล้านดอลลาร์ ออกไป ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปรับโครงสร้างงบดุลของธนาคาร

ที่มา : First Republic falls nearly 50% to record low after reporting massive deposit drop (cnbc.com)

LATEST NEWS

ทรู คอร์ปอเรชั่น เผยผลประกอบการปี 2566 กำไร EBITDA ดีต่อเนื่อง 4 ไตรมาส รายได้รวมโต ผล Synergy เกินเป้า

บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) รายงานผลประกอบการปี 2566 รายได้รวมจากธุรกิจหลักเติบโตดีขึ้นทั้งจากการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่และบริการออนไลน์ พร้อมยอดผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เพิ่มขึ้น  มูลค่า Synergy ปี 2566 ได้เกินเป้าหมายจากการเร่งการดำเนินการตามแผนงานสำคัญต่างๆ  โดย EBITDA เพิ่มขึ้นเป็นไตรมาสที่ 4 ติดต่อกันเป็นผลมาจากการรับรู้ผลประโยชน์จากการควบรวม (Synergy) และการเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยกระดับความเชื่อมั่นเรื่อง short selling และ program trading รวมถึงมาตรการเพิ่มการเปิดเผยข้อมูลแก่สาธารณชน

ตามที่คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯ ในการประชุมเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2567 ได้มีมติอนุมัติในหลักการให้
นำผลการศึกษากฎหมาย กฎเกณฑ์ และแนวทางการกำกับดูแลของตลาดหลักทรัพย์ชั้นนำในต่างประเทศมาใช้ประกอบการพิจารณาปรับปรุงแนวทางการกำกับดูแลการขายชอร์ต (short selling) และการใช้คอมพิวเตอร์ส่งคำสั่งซื้อขาย (program trading) ของตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อยกระดับการกำกับดูแลและเพิ่มความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ลงทุนทุกประเภทนั้น  

SKR ควัก 370 ลบ. จ่ายเงินปันผล 0.18 บาท/หุ้น โชว์ผลงานไตรมาส 4/66 รายได้-กำไรสุทธิแกร่ง หนุนทั้งปี 2566 กำไรสุทธิแตะ 891 ลบ. 

บอร์ด SKR ไฟเขียวควัก 370 ล้านบาทจ่ายเงินปันผล 0.18 บาท/หุ้นโชว์ผลงานไตรมาส 4/66 แข็งแกร่งทั้งรายได้-กำไรสุทธิหนุนภาพรวมทั้งปี 66 กำไรสุทธิแตะ 891 ล้านบาท พร้อมรักษาอัตรากำไร 15.23% สูงกว่าภาพรวมอุตสาหกรรม ปักหมุดรายได้ปี 67 โตทะลุ 6,500 ล้านบาท จากแผนเดินหน้าพัฒนาศักยภาพทางการแพทย์รองรับการเติบโตเคสผ่าตัดโรคยากซับซ้อน พร้อมต่อยอดโรงพยาบาลเฉพาะทาง 24 ชั่วโมงภายใต้การดำเนินงานตามกลยุทธ์ “Single Quality to Multiple Transform”

RELATED