GC โชว์ผลงาน Q1/69 ชูโครงสร้างแกร่ง หนุนผลิตต่อเนื่อง

บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC เปิดเผยผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 มีรายได้จากการขายรวม 146,936 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 3,232 ล้านบาท สะท้อนผลการดำเนินงานจากการเดินเครื่องผลิตได้อย่างต่อเนื่อง ภายใต้การบริหารจัดการวัตถุดิบและห่วงโซ่การผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่ยังเผชิญความท้าทายจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ราคาพลังงาน และความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์

นายณะรงค์ศักดิ์ จิวากานันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GC กล่าวว่า “ผลการดำเนินงานในไตรมาสแรกสะท้อนความสามารถของ GC ในการรักษาความต่อเนื่องของการผลิตและการส่งมอบผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้าภายในประเทศได้อย่างเต็มที่ ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่ผันผวนสูง โดยมีโครงสร้างธุรกิจแบบ Integrated Value Chain เป็นจุดแข็งที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารวัตถุดิบ การผลิต และซัพพลายเชน พร้อมสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมไทยให้เดินหน้าต่อได้”

GC ยังคงเดินหน้าตามแผนกลยุทธ์ โดยมุ่งเพิ่มความยืดหยุ่นด้านวัตถุดิบ ยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานแบบองค์รวม ควบคู่กับการปรับพอร์ตสู่ธุรกิจมูลค่าสูงและคาร์บอนต่ำ โดยเฉพาะเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษ (Specialty Chemicals) ผ่าน allnex และธุรกิจ Green-Bio & Circularity เพื่อเสริมความแข็งแกร่งและการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

📌ขับเคลื่อนธุรกิจมูลค่าสูง ลดความผันผวนของธุรกิจ

allnex ยังคงเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มเสถียรภาพให้กับพอร์ตธุรกิจของ GC ท่ามกลางความผันผวนจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง การมีฐานการผลิต สินทรัพย์ และเครือข่ายซัพพลายเออร์ที่กระจายอยู่ในหลายภูมิภาคทั่วโลก เป็นกลยุทธ์ที่ทำให้ allnex คงความสามารถทางการแข่งขันได้ แม้ท่ามกลางความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ขณะเดียวกันโครงการเติบโตในภูมิภาคสำคัญ ทั้งอเมริกา ยุโรป และเอเชียแปซิฟิก ยังคงเดินหน้าตามแผน สะท้อนบทบาทของ allnex ในฐานะผู้ขับเคลื่อนธุรกิจ Specialty Chemicals ที่ช่วยลดความผันผวนจากธุรกิจ Commodity และสนับสนุนการเติบโตของ GC ไปสู่ธุรกิจมูลค่าสูงในระยะยาว

📌ต่อยอดการเติบโตธุรกิจคาร์บอนต่ำ ลดการพึ่งพาวัตถุดิบฟอสซิล

ในขณะเดียวกัน GC ยังคงเดินหน้าพัฒนาธุรกิจคาร์บอนต่ำ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งการดำเนินงานภายใต้กลยุทธ์ Sustainable Portfolio โดยมุ่งสร้างความแตกต่างผ่านวัสดุเพื่อความยั่งยืน ทั้งไบโอพลาสติก พลาสติกรีไซเคิล และโซลูชันที่ช่วยลดการพึ่งพาทรัพยากรฟอสซิล

หนึ่งในก้าวสำคัญ คือการเปิดโรงงานผลิตไบโอพลาสติก PLA (Polylactic Acid) ของ NatureWorks ณ นครสวรรค์ไบโอคอมเพล็กซ์ กำลังการผลิต 75,000 ตันต่อปี โดยเป็นโรงงานแบบครบวงจรที่ใช้อ้อยเป็นวัตถุดิบ ซึ่งถือเป็นการยกระดับภาคเกษตรกรรม และพัฒนาประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตไบโอพลาสติกในภูมิภาคเอเซีย รองรับความต้องการวัสดุคาร์บอนต่ำที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ท่ามกลางวิกฤตพลังงานและความผันผวนของวัตถุดิบฟอสซิล วัสดุทางเลือกยิ่งได้รับความสนใจและมีความสำคัญมากขึ้น ไม่ใช่เพียงในมิติด้านสิ่งแวดล้อม แต่ยังเกี่ยวข้องกับความสามารถในการลดความเสี่ยงของซัพพลายเชนในระยะยาว ดังนั้น การที่ GC เดินหน้าไบโอพลาสติก พลาสติกรีไซเคิล และโซลูชันด้านความยั่งยืนอื่น ๆ ตามกลยุทธ์ จึงตอกย้ำโอกาสสำคัญในการต่อยอดการเติบโต สร้างความแตกต่าง และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ

📌สร้างความแตกต่างผ่านนวัตกรรม สู่ความยั่งยืนระดับโลก

GC ยังคงเดินหน้าสร้างความแตกต่างผ่านนวัตกรรมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด GC StandOut Through INnovation เพื่อสร้างคุณค่าระยะยาวให้กับเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ความมุ่งมั่นดังกล่าวสะท้อนผ่านการเป็นที่ 1 ของโลก (Top 1%) จากผลการประเมินความยั่งยืน S&P Global Corporate Sustainability Assessment (CSA) ในกลุ่มธุรกิจเคมีภัณฑ์ (Chemicals Sector) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 โดยนับเป็นบริษัทรายแรกของโลกที่สามารถครองตำแหน่งผู้นำติดต่อกันยาวนานที่สุด และได้รับคัดเลือกให้อยู่ใน Sustainability Yearbook Member 2026 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 13 นอกจากนั้น ยังได้รับการคัดเลือกให้อยู่ในดัชนีความยั่งยืนระดับโลก ได้แก่ Dow Jones Best-in-Class World Index (DJ BIC World) และ Dow Jones Best-in-Class Emerging Markets Index (DJ BIC Emerging Markets) ตอกย้ำความสามารถของ GC ในการผสานความยั่งยืนเข้ากับกลยุทธ์ธุรกิจ และขับเคลื่อนการเติบโตอย่างมั่นคงในระดับโลก

LATEST NEWS

GC เสนอขายหุ้นกู้ต่อประชาชนทั่วไป 2 ชุด อายุ 7 ปีที่อัตราดอกเบี้ย 2.65% ต่อปีและ 10 ปีที่อัตราดอกเบี้ย 3.00% ต่อปี พร้อมเดินหน้าบริหารโครงสร้างเงินทุนเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต

บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ผู้นำในธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากลและแกนนำธุรกิจเคมีภัณฑ์ของกลุ่ม ปตท. เสนอขายหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ซึ่งผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนก่อนครบกำหนด ต่อประชาชนเป็นการทั่วไป (Public Offering) โดยหุ้นกู้แบ่งเป็น 2 ชุด ได้แก่ หุ้นกู้รุ่นอายุ 7 ปี อัตราดอกเบี้ย 2.65% ต่อปี และรุ่นอายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ย 3.00% ต่อปี เปิดจองซื้อ 3 ช่วง ระหว่างวันที่ 14–21 กันยายน 2569 โดยหุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ AA-(tha) จากฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569

WHART ทุ่ม 2.5 พันล้านฮุบ WGCL ล็อกสัญญาเช่า 30 ปี ชูจุดแข็งคลังสินค้า Built-to-Suit เคาะราคาขายสูงสุด 11.10 บาท เปิดจองหน่วยเพิ่มทุน 21 ก.ย.-1 ต.ค.

กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดับบลิวเอชเอ พรีเมี่ยม โกรท (WHART) เดินหน้าขยายพอร์ตต่อเนื่องด้วยการเข้าลงทุนใน WGCL ศูนย์กระจายสินค้าระดับสากลบนทำเลยุทธศาสตร์ EEC มาบตาพุด จ.ระยอง มูลค่ารวมไม่เกิน 2,507.60 ล้านบาท สินทรัพย์คุณภาพสูงแบบ Built-to-Suit พื้นที่รวม 99,390 ตร.ม. พร้อมสัญญาเช่าระยะยาว 30 ปี ดันมูลค่าทรัพย์สินรวมทะลุ 56,000 ล้านบาท เปิดจองซื้อหน่วยทรัสต์เพิ่มทุน ผู้ถือหน่วยเดิมจอง 21 – 25 ก.ย. และประชาชนทั่วไป 28 ก.ย.-1 ต.ค.69 นี้

NER โดดเด่นครึ่งปีหลัง โบรกเกอร์เชียร์ “ซื้อ” เคาะราคาเป้าหมายสูงสุด 6.50 บาท รับอานิสงส์ราคายางฟื้น-Supply ตึงตัว คาดกำไรปี 69 แตะ 1.8 พันลบ. ชูจุดเด่น PE ต่ำกลุ่มสินค้า EUDR

นักวิเคราะห์แนะนำ “ซื้อ” หุ้น บมจ.นอร์ทอีส รับเบอร์ (NER) ให้ราคาเป้าหมายสูงสุด 6.50 บาท/หุ้น มองแนวโน้มผลการดำเนินงานครึ่งหลังปี 69 มีโอกาสฟื้นตัวโดดเด่น ตามทิศทางราคายางที่ปรับตัวสูงขึ้นจากภาวะ Supply ในตลาดที่ตึงตัว พร้อมมอง NER เป็นหนึ่งในผู้ผลิตยางแท่งไทยที่มีโอกาสได้รับประโยชน์จากมาตรการ EUDR ของยุโรป หากเริ่มบังคับใช้ ขณะที่คาดกำไรทั้งปีมีโอกาสแตะ 1.8 พันล้านบาท และราคาหุ้นยังมีจุดเด่นจากค่า PE ที่อยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับกลุ่มผู้ผลิตสินค้า EUDR

RELATED