ทองหลุด $2,000 ลุ้น FED เดินหน้าขึ้นอัตราดอกเบี้ยปรับกลยุทธ์ทำกำไรระยะสั้น

คุณวรุต รุ่งขำ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส ได้สรุปปัจจัยที่สำคัญที่สุดในช่วงนี้ สำหรับตลาดทองคำ คือการที่ FED จะกลับมาเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อ และจะนำไปสู่การเพิ่มความเสี่ยง ต่อสถานการณ์ภาวะวิกฤติภาคธนาคาร สถานการณ์ Bank run รวมถึงเศรษฐกิจของสหรัฐที่จะชะลอตัวลง จับตาดูสถานการณ์ดังกล่าวเพื่อใช้ประเมินความเสี่ยงและคาดการณ์ทิศทางทองคำในระยะถัดไป

เนื่องจากเมื่อคืนนี้ ราคาทองคำมีการปรับตัวลดลงมาทดสอบที่บริเวณ $1,985 หลุด low สัปดาห์ที่ 2,000$ มุมมองเชิงเทคนิคมีแนวโน้มเชิงบวกลดลง พร้อมกับความกังวลในสถานการณ์เศรษฐกิจสหรัฐ ทองคำได้รับแรงกดดันจากปัจจัยพื้นฐาน การที่เจ้าหน้าที่ FED คุณ Thomas Barkin และ คุณ Loretta Mester มีความเห็นสนับสนุนให้ธนาคารกลางสหรัฐเดินหน้าขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อ เพื่อกดให้เงินเฟ้อชะลอลง เนื่องจากกังวลถึงปัญหาต่อระบบเศรษฐกิจมากกว่าที่จะทำให้เศรษฐกิจชะลอตัวลง นักลงทุนลดความคาดหวังว่า FED จะตรึงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งถัดไป ในวันที่ 16 มิถุนายน และไปเพิ่มน้ำหนัก ว่าFED จะเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 25 basis point ทำให้ทองคำถูกขายลงมาแรง บวกกับดอลล่าห์สหรัฐกลับไปแข็งค่าขึ้น

นอกจากนี้ยังมีการหารือประเด็นเพดานหนี้สาธารณะเมื่อคืนนี้ เวลา 02:00 น. ตามเวลาประเทศไทย ระหว่างประธานาธิบดี Joe Biden และ Kevin McCarthy ผู้นำพรรคฝ่ายค้านเริ่มมีความชัดเจนในการขยับเพดานหนี้สหรัฐออกมา แม้ว่าจะยังไม่ได้ข้อสรุปอย่างเป็นทางการ แต่ทางคุณ McCarthy มีการออกมาให้สัมภาษณ์ว่าอยากจะให้ร่างกฏหมายเสร็จ

ภายในสัปดาห์นี้ ในการขยับตัวเพดานหนี้สหรัฐขึ้น ในขณะที่โจ ไบเดน จะเดินทางไปเยือน ประเทศญี่ปุ่นเพื่อประชุม G7 และจะรีบกลับมาตกลงกันอีกครั้ง ทั้งสองคนส่งสัญญานที่สอดคล้องกัน ทำให้ตลาดคาดการณ์ถึงความชัดเจนของปัญหาเพดานหนี้สาธารณะในฝั่งสหรัฐ คาดว่าจะสามารถขยับเพดานหนี้ขึ้นไปได้ใน 1-2 สัปดาห์นี้ ทำให้ทองคำที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัยถูกลดความน่าสนใจลง จากความวิตกกังวลต่อปัญหาเพดานหนี้

นอกจากหนี้ ยังมีปัจจัยอื่นๆที่จะส่งผลกระทบกับราคาทองคำได้ ในระยะถัดไปได้อีก

อย่างแรกจับตาการเคลื่อนไหวของทิศทางเศรษฐกิจสหรัฐ จากที่ FED เดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย จะเพิ่มความเสี่ยงให้เศรษฐกิจในฝั่งสหรัฐชะลอตัวลง นอกจากนี้ในส่วนสถานการณ์ ภาวะ BANK RUN และวิกฤติภาคธนาคาร การที่ FED เดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อ ทำให้ Bond yield (อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ) ปรับตัวขึ้น ราคาพันธบัตรก็ปรับตัวลง เสถียรภาพของภาคธนาคารก็จะด้อยลงไปอีก รวมถึงแนวโน้มดอกเบี้ยที่เป็นขาขึ้น ทำให้ต้นทุนดำเนินกิจการภาคธนาคารปรับตัวสูงขึ้นด้วย วิกฤติ Bank run ก็อาจจะมีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น ทั้งสองเรื่องเป็นปัจจัยพยุงราคาทองคำไว้

ในวันนี้ จะมีการเปิดเผยดัชนีตัวเลขภาคอสังหาริมทรัพย์ เป็นตัวเลขการเริ่มสร้างบ้าน และ การขออนุญาติการก่อสร้างประจำเดือนเมษายน และในวันพฤหัสบดี ที่ 18 พฤษภาคมนี้ จะมีการเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานประจำสัปดาห์ ซึ่งตัวเลขทั้งสองเป็นตัวเลขที่จะสะท้อนทิศทางของตลาดแรงงาน และทิศทางตลาดอสังหาริมทรัพย์ได้ดีมากขึ้น

นอกจากนี้ ในช่วงสัปดาห์นี้ ให้จับตาดูมุมมองที่มีต่อภาวะเศรษฐกิจทางฝั่งสหรัฐ หรือต่อแนวโน้มการกำหนดนโยบายการเงินธนาคารกลางสหรัฐในระยะถัดไป ถ้าสนับสนุนให้เดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อ จะเป็นปัจจัยกดดันทองคำ ถ้าออกมาแสดงความวิตกกังวลต่อ ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว หรือ ภาวะ Bank run ปัจจัยดังกล่าวจะเข้ามาหนุนราคาทองคำให้มีโอกาสปรับตัวขึ้น และกระแสการคาดการณ์เกี่ยวกับการเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ FED ว่าจะชะลอลงหรือไม่

กลยุทธ์การลงทุนในช่วงนี้ ให้เน้นทำกำไรระยะสั้น หลังจากเริ่มเห็นการฟื้นตัวกลับของราคาทองคำ ภายหลังการเทขายในช่วงกลางคืนเมื่อวานนี้ ให้จับตาดูแนวต้าน ในโซน $2,013 ถึง $2,032 ถ้าราคาเด้งขึ้นไป แล้วยังไม่ผ่านหรือยืนเหนือแนวดังกล่าวได้ อาจใช้วิธีแบ่งขายเพื่อลดความเสี่ยง และในส่วนทองคำแท่ง 96.5% ในประเทศ ปรับตัวลงไม่มาก เนื่องจากค่าเงินบาทกลับมาอ่อนค่า เป็นปัจจัยบวกหนุนราคาทองในประเทศ ประเมินกรอบการขาย ของราคาทองไทยไว้ที่ 32,600 บาท/บาททองคำ ถึง 32,900 บาท/บาททองคำ และถ้าราคาทองคำย่อตัวลงมา มองว่าจะลงไม่ได้ลึก เพราะตลาดซึมซับปัจจัยลบไปแล้ว ให้กรอบแนวรับ $1,969 ถึง $1,949 ถ้าราคาอ่อนตัวเข้าระดับดังกล่าว สามารถแบ่งเงินเข้าซื้อได้เพื่อหวังทำกำไรจากการดีดตัวกลับของราคาทองคำ ถ้าเป็นราคาทองไทย อยู่ที่ระดับ 31,850 บาท/บาททองคำ ถึงระดับ 31,500บาท/บาททองคำ

LATEST NEWS

WellEra Bangkok เปิดแผนลงทุน 29,000 ล้านบาท ปั้นโครงการเวลเนสคอมเพล็กซ์ใจกลางกรุงเทพฯ ร่วมพาประเทศไทยสู่การเป็น Wellness Hub ระดับโลก

บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS เดินหน้าสร้างประวัติศาสตร์บทใหม่ระดับโลก เปิดตัว WellEra (เวล-เอ-ร่า) โครงการ Wellness-Integrated Ecosystem ทุ่มงบลงทุนกว่า 29,000 ล้านบาท บนพื้นที่ทำเลศักยภาพใจกลางย่านลุมพินี ภายใต้แนวคิด “THE DNA OF WORLD WELL-LIVING” โครงการ WellEra ถือเป็นโครงการสุขภาพเชิงบูรณาการ (Wellness Complex) ต่อยอดองค์ความรู้ด้าน Healthcare และ Scientific Wellness สู่การสร้างระบบนิเวศที่สนับสนุนให้การมีสุขภาพที่ดีเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตประจำวันอย่างแท้จริง

ทรู คอร์ปอเรชั่น ทั่วประเทศ ร่วมแสดงความอาลัยและสำนึกในพระกรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ แด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น โดย นายซิกเว่ เบรกเก้ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น นำคณะผู้บริหารและพนักงานทั่วประเทศ ร่วมพิธีแสดงความอาลัยและน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอย่างหาที่สุดมิได้ เบื้องหน้าพระรูป สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ อาคารทรู ทาวเวอร์

TRUE ร่วมแสดงความอาลัย ขยายสัญญาณรองรับพสกนิกร ตลอดเส้นทางเคลื่อนขบวนเชิญพระศพ “เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ”

ทรู คอร์ปอเรชั่น ร่วมผองไทยน้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณตราบนิจนิรันดร์ และร่วมแสดงความอาลัยอย่างสุดซึ้ง โดยดำเนินการขยายและเสริมประสิทธิภาพโครงข่ายสื่อสาร 5G, 4G และ WiFi เพื่ออำนวยความสะดวกในการติดต่อสื่อสารแก่ประชาชนที่เดินทางไปเฝ้ารับเสด็จและร่วมแสดงความอาลัยตลอดเส้นทางเคลื่อนขบวนเชิญพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา จากเส้นทางโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย สู่พระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวัง

RELATED