GPSC เปิดปี 69 แกร่ง กำไร Q1 แตะ 1,719 ล้านบาท รับแรงหนุนดีมานด์อุตสาหกรรม–บริหารต้นทุนเด่น ตอกย้ำศักยภาพบริหารพอร์ตฝ่าตลาดพลังงานผันผวน

GPSC ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 มีกำไรเพิ่มขึ้นร้อยละ 51 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้นร้อยละ 15 จากไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่ EBITDA เพิ่มขึ้นร้อยละ 6 จากไตรมาสก่อนหน้า สะท้อนความแข็งแกร่งของธุรกิจโรงไฟฟ้า SPP จากความต้องการใช้ไฟฟ้าและไอน้ำของลูกค้าอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ


นายวรวัฒน์ พิทยศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC แกนนำนวัตกรรมธุรกิจไฟฟ้ากลุ่ม ปตท. กล่าวว่า ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 1,719 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 51 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้นร้อยละ 15 จากไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่ EBITDA อยู่ที่ 4,427 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 6 จากไตรมาสก่อนหน้า สะท้อนถึงความสามารถของ GPSC ในการบริหารจัดการพอร์ตธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ท่ามกลางสภาพแวดล้อมด้านพลังงานที่ยังมีความผันผวน โดยบริษัทฯ ยังคงรักษาความแข็งแกร่งของธุรกิจหลัก ควบคู่กับการบริหารต้นทุนทางการเงิน ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน และการเพิ่มประสิทธิภาพของสินทรัพย์อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาสนี้เติบโตทั้งเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้า


ในไตรมาส 1 ปี 2569 ภาพรวมปริมาณการขายไฟฟ้าและไอน้ำของธุรกิจ SPP หรือโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก ให้แก่กลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมปรับตัวดีขึ้น โดยปริมาณขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่ปริมาณขายไอน้ำเพิ่มขึ้นร้อยละ 9 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และร้อยละ 6 จากไตรมาสก่อนหน้า สะท้อนความต้องการใช้พลังงานของภาคอุตสาหกรรมที่ยังสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ท่ามกลางความท้าทายต้นปีที่ผ่านมา บริษัทฯ มุ่งเน้นรักษาเสถียรภาพทางธุรกิจ โดยมุ่งเน้นการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่าย รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการโรงไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ในช่วงไตรมาสนี้กลุ่มโรงไฟฟ้า IPP หรือโรงไฟฟ้าผู้ผลิตอิสระ มีการหยุดซ่อมบำรุงและปรับปรุงประสิทธิภาพโรงไฟฟ้า เพื่อรักษาความมั่นคงของระบบไฟฟ้า


สำหรับการลงทุนในต่างประเทศ ยังคงเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยสนับสนุนผลประกอบการ โดย ได้รับการสนับสนุนจากโรงไฟฟ้าไซยะบุรี (XPCL) ที่ได้รับปัจจัยบวกจากปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้น ควบคู่ไปกับความสำเร็จในการปรับโครงสร้างหนี้ ที่ช่วยควบคุมต้นทุนทางการเงินของโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่โรงไฟฟ้าพลังงานลมนอกชายฝั่ง (CFXD) ในไต้หวัน แม้ผลการดำเนินงานปรับลดลงตามฤดูกาล แต่มีการรับรู้รายได้จากการรับประกันเพื่อชดเชยจากความพร้อมจ่ายของกังหันลม นอกจากนี้ โครงการพลังงานหมุนเวียนในอินเดียในบริษัท อวาด้า เอนเนอร์ยี่ ไพรเวท ลิมิเต็ด (AEPL) ยังคงเดินหน้าตามแผนงาน โดยมีการทยอยเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์โครงการใหม่ในไตรมาส 1 ปี 2569 รวมประมาณ 1,099 เมกะวัตต์ ซึ่งช่วยเสริมศักยภาพการเติบโตของพอร์ตพลังงานหมุนเวียนในต่างประเทศ สอดคล้องกับทิศทางการกระจายความเสี่ยงด้านการลงทุนของบริษัทฯ

ทั้งนี้ GPSC ยังคงมุ่งเน้นการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน การบริหารพอร์ตการลงทุน และการต่อยอดธุรกิจพลังงานสะอาดทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งทางการเงิน สร้างผลตอบแทนที่มั่นคงให้แก่ผู้ถือหุ้น และขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็นผู้นำนวัตกรรมพลังงานแห่งอนาคตของกลุ่ม ปตท.

LATEST NEWS

GC เสนอขายหุ้นกู้ต่อประชาชนทั่วไป 2 ชุด อายุ 7 ปีที่อัตราดอกเบี้ย 2.65% ต่อปีและ 10 ปีที่อัตราดอกเบี้ย 3.00% ต่อปี พร้อมเดินหน้าบริหารโครงสร้างเงินทุนเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต

บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ผู้นำในธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากลและแกนนำธุรกิจเคมีภัณฑ์ของกลุ่ม ปตท. เสนอขายหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ซึ่งผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนก่อนครบกำหนด ต่อประชาชนเป็นการทั่วไป (Public Offering) โดยหุ้นกู้แบ่งเป็น 2 ชุด ได้แก่ หุ้นกู้รุ่นอายุ 7 ปี อัตราดอกเบี้ย 2.65% ต่อปี และรุ่นอายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ย 3.00% ต่อปี เปิดจองซื้อ 3 ช่วง ระหว่างวันที่ 14–21 กันยายน 2569 โดยหุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ AA-(tha) จากฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569

WHART ทุ่ม 2.5 พันล้านฮุบ WGCL ล็อกสัญญาเช่า 30 ปี ชูจุดแข็งคลังสินค้า Built-to-Suit เคาะราคาขายสูงสุด 11.10 บาท เปิดจองหน่วยเพิ่มทุน 21 ก.ย.-1 ต.ค.

กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดับบลิวเอชเอ พรีเมี่ยม โกรท (WHART) เดินหน้าขยายพอร์ตต่อเนื่องด้วยการเข้าลงทุนใน WGCL ศูนย์กระจายสินค้าระดับสากลบนทำเลยุทธศาสตร์ EEC มาบตาพุด จ.ระยอง มูลค่ารวมไม่เกิน 2,507.60 ล้านบาท สินทรัพย์คุณภาพสูงแบบ Built-to-Suit พื้นที่รวม 99,390 ตร.ม. พร้อมสัญญาเช่าระยะยาว 30 ปี ดันมูลค่าทรัพย์สินรวมทะลุ 56,000 ล้านบาท เปิดจองซื้อหน่วยทรัสต์เพิ่มทุน ผู้ถือหน่วยเดิมจอง 21 – 25 ก.ย. และประชาชนทั่วไป 28 ก.ย.-1 ต.ค.69 นี้

NER โดดเด่นครึ่งปีหลัง โบรกเกอร์เชียร์ “ซื้อ” เคาะราคาเป้าหมายสูงสุด 6.50 บาท รับอานิสงส์ราคายางฟื้น-Supply ตึงตัว คาดกำไรปี 69 แตะ 1.8 พันลบ. ชูจุดเด่น PE ต่ำกลุ่มสินค้า EUDR

นักวิเคราะห์แนะนำ “ซื้อ” หุ้น บมจ.นอร์ทอีส รับเบอร์ (NER) ให้ราคาเป้าหมายสูงสุด 6.50 บาท/หุ้น มองแนวโน้มผลการดำเนินงานครึ่งหลังปี 69 มีโอกาสฟื้นตัวโดดเด่น ตามทิศทางราคายางที่ปรับตัวสูงขึ้นจากภาวะ Supply ในตลาดที่ตึงตัว พร้อมมอง NER เป็นหนึ่งในผู้ผลิตยางแท่งไทยที่มีโอกาสได้รับประโยชน์จากมาตรการ EUDR ของยุโรป หากเริ่มบังคับใช้ ขณะที่คาดกำไรทั้งปีมีโอกาสแตะ 1.8 พันล้านบาท และราคาหุ้นยังมีจุดเด่นจากค่า PE ที่อยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับกลุ่มผู้ผลิตสินค้า EUDR

RELATED