‘BTS’ แจงกรณี ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดกรณีสัญญาจ้างเดินรถโครงการรถไฟฟ้า สายสีเขียวส่วนต่อขยาย

บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ชี้แจงว่า ตามที่ปรากฏรายงานข่าวจากสื่อมวลชนเมื่อวันที่ 13 กันยายน 2566 เกี่ยวกับกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (คณะกรรมการ ป.ป.ช.) ได้มีมติชี้มูลความผิดต่อ ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์ บริพัตร ขณะดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กับพวกรวม 12 คน ซึ่งรวมถึง บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (บริษัทฯ หรือ BTSC) นายคีรี กาญจนพาสน์ และนายสุรพงษ์  เลาหะอัญญา ในฐานะกรรมการของบริษัทฯ (“BTSC และผู้บริหาร”) เกี่ยวกับกรณีการทำสัญญาให้บริการเดินรถ และซ่อมบำรุงโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายตั้งแต่ปี 2555 (“สัญญาจ้างเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย”) นั้น

บริษัทฯ ขอเรียนว่า บริษัทฯ ยังไม่ได้รับการยืนยันในเรื่องการชี้มูลความผิดดังกล่าว จากคณะกรรมการ ป.ป.ช. ตามที่ปรากฏในข่าวแต่อย่างใด และขอชี้แจงข้อเท็จจริง และกระบวนการ ตามกฎหมายในเบื้องต้น ดังนี้

1) ภายหลังจากที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้แจ้งข้อกล่าวหาต่อ BTSC และผบู้ริหารว่าเป็นผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดของเจ้าหน้าที่ของรัฐ BTSC และผู้บริหารได้มีหนังสือสอบถามเพื่อขอความชัดเจนของพฤติการณ์ในการกระทำความผิดกับคณะกรรมการ ป.ป.ช. หลายครั้ง เพื่อให้ BTSC และผู้บริหารได้ชี้แจงข้อกล่าวหาได้อย่างถูกต้องตรงประเด็น แต่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ไม่ได้ชี่แจงรายละเอียดเพิ่มเติมตามที่ร้องขอ

นอกจากนี้ BTSC และผู้บริหารพบว่า มีข้อเท็จจริงและหลักฐานหลายประการที่ยังไม่ปรากฏในสำนวนการไต่สวนของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ดังนั้น ในวันที่ 4 ก.ย.66 ผู้บริหารของ BTSC จึงได้มีหนังสือขอนัดหมายคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในวันที่ 15 ก.ย.66 เวลา 14.00 น. เพื่อขอรับทราบพฤติการณ์ในการกระทำความผิดและชี้แจงข้อกล่าวหาด้วยวาจาต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.

ทั้งนี้ หากคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีมติชี้มูลความผิดแล้วจริงกรณีดังกล่าวจะเป็นการชี้มูลความผิดก่อนที่ BTSC และผู้บริหารจะได้เข้าชี้แจงข้อกล่าวหา ซึ่งบริษัทฯ เชื่อมั่นว่าหากคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้รับทราบข้อเท็จจริงและเอกสารต่าง ๆ ที่ถูกต้องครบถว้นจาก BTSC และผู้บริหารแล้ว คณะกรรมการ ป.ป.ช.จะทราบว่า BTSC และผู้บริหารไม่ได้กระทการใด ๆ ที่เป็นความผิดตามที่กล่าวหา

(2) ในทางกฎหมาย หากคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดตามที่เป็นข่าว คณะกรรมการ ป.ป.ช.จะต้องจัดส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุดภายใน 30 วัน และอยัการสูงสุดจะต้องพิจารณาสำนวนการไต่สวนของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภายใน 180 วัน เพื่อตรวจสอบความสมบูรณ์ของสำนวนการไต่สวนและพิจารณาว่าจะดำเนินคดีต่อ BTSC และผู้บริหารตามข้อกล่าวหาของคณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือไม่อีกชั้นหนึ่ง

หากปรากฏความจริง หรือได้รับแจ้งว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดจริงตามที่ปรากฏในข่าว บริษัทฯ จะเรียนชี้แจงข้อเท็จจริง และรายละเอียดเพิ่มเติมต่อไป

ที่มา : https://weblink.set.or.th/dat/news/202309/0221NWS140920230849080198T.pdf

LATEST NEWS

AIS งบ Q1/69 ปัง รายได้รวม 5.8 หมื่นล้าน กำไรสุทธิพุ่ง 1.3 หมื่นล้าน

AIS ประกาศผลประกอบการไตรมาสแรกของปี 2569 โดยยังคงมุ่งมั่นการดำเนินธุรกิจที่สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในฐานะผู้นำโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะและเทคโนโลยีดิจิทัลที่ดีที่สุดเพื่อคนไทย มีรายได้รวม 58,197 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 13,496 ล้านบาท เป็นผลมาจากการให้ความสำคัญกับคุณภาพของสินค้าและประสบการณ์ดิจิทัลที่ตอบโจทย์ทุกการใช้งานของลูกค้าทุกกลุ่ม ท่ามกลางความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวนทั้งในประเทศและต่างประเทศ

TRUE ฟอร์มแกร่ง! ประกาศงบ Q1/69 กำไรสุทธิ 6.6 พันล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติศาสตร์

ทรู คอร์ปอเรชั่น ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 โดยยังคงสามารถสร้างผลกำไรได้อย่างต่อเนื่อง จากแรงหนุนการเติบโตของจำนวนผู้ใช้บริการอย่างต่อเนื่อง การยกระดับประสบการณ์การใช้งานของลูกค้าที่ดีขึ้นภายใต้โครงการปรับปรุงโครงข่ายให้ทันสมัย (Network Modernization) และการบริหารต้นทุนอย่างมีวินัย

TRUE จัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นปี 2569 แบบ Hybrid เคาะปันผล 0.12 บาทต่อหุ้น รวมทั้งปี 2568 ประมาณ 0.31 บาทต่อหุ้น

บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (TRUE) จัดการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 เมื่อ 30 เมษายน 2569 ในรูปแบบ Hybrid Meeting ทั้งการประชุม ณ ทรู ทาวเวอร์ รัชดา และผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-AGM) เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ถือหุ้นเข้าร่วมได้อย่างทั่วถึง โดยที่ประชุมมีมติรับทราบผลการดำเนินงานของบริษัท และอนุมัติงบการเงินประจำปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568

RELATED