IMF คาด GDP โลก ใน 5 ปีข้างหน้า ขยายตัวต่ำสุดในรอบกว่า 30 ปี

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดในวันอังคารว่า GDP โลกจะขยายตัวในระยะปานกลางในอัตราต่ำที่สุดในรอบมากกว่า 30 ปี

IMF คาดว่าในช่วง 5 ปีต่อจากนี้ไป เศรษฐกิจโลกน่าจะขยายตัวเพียงประมาณปีละ 3% ซึ่งเป็นอัตราคาดการณ์ระยะปานกลางที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 1990

รายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลกฉบับล่าสุดของ IMF ระบุว่า “สภาพเศรษฐกิจโลกในปัจจุบันคงไม่กลับไปขยายตัวในระยะปานกลางในอัตราที่เห็นในช่วงก่อนการระบาดของไวรัสโควิด-19”

IMF กล่าวว่า แนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงเกิดจากความคืบหน้าของเศรษฐกิจขนาดใหญ่อย่างจีนและเกาหลีใต้ในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชากร รวมทั้งการขยายตัวที่ช้าลงของตลาดแรงงานของโลก ปัญหาการแบ่งขั้วในด้านภูมิศาสตร์การเมือง เช่น ในกรณีของ Brexit และสงครามยูเครน

ในระยะสั้น IMF คาดว่าเศรษฐกิจโลกจะโต 2.8% ในปีนี้ และ 3% ในปี 2024 ซึ่งจะต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ก่อนหน้านี้ในเดือน ม.ค. เล็กน้อย โดยตัวเลขคาดการณ์ล่าสุดได้ปรับลดลงมา 0.1% ในทั้ง 2 ปี

รายงานระบุว่า “แนวโน้มที่ไม่ค่อยสดใสนี้สะท้อนถึงนโยบายของประเทศต่างๆ ในการใช้มาตรการที่เข้มงวดขึ้นในการสกัดปัญหาเงินเฟ้อ ผลกระทบจากสภาพตลาดการเงินที่เสื่อมลงเมื่อเร็วๆ นี้ สงครามยูเครนที่ยังยืดเยื้อ และการแบ่งขั้วในด้านภูมิเศรษฐศาสตร์ที่มีเพิ่มขึ้น”

IMF คาดว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะขยายตัวเพียง 1.6% ในปีนี้ ในขณะที่ประเทศในเขตยูโรโซนจะโตเพียง 0.8% และเศรษฐกิจของสหราชอาณาจักรคงจะหดตัวลง 0.3%

ส่วน GDP ของจีนคาดว่าจะขยายตัว 5.2% ในปี 2023 และอินเดียจะโต 5.9% ในขณะที่เศรษฐกิจของรัสเซีย ซึ่งหดตัวลงมากกว่า 2.0% ในปี 2022 คงจะกลับมาโต 0.7% ในปี 2023

IMF เตือนว่า “ปัจจัยต่างๆ ที่ได้กระทบต่อเศรษฐกิจโลกในปี 2022 เช่น นโยบายเข้มงวดทางการเงินเพื่อสกัดเงินเฟ้อ งบประมาณด้านการคลังที่มีขีดจำกัดของประเทศต่างๆ ที่มีภาระหนี้สูง ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ปรับตัวสูงขึ้น การแบ่งขั้วด้านภูมิเศรษฐศาสตร์ที่เป็นผลพวงของสงครามยูเครน และการเปิดเศรษฐกิจใหม่อีกครั้งของจีน คงจะมีผลต่อเนื่องในปี 2023 เพียงแต่ว่าปัจจัยเหล่านี้จะถูกซ้ำเติมจากความวิตกกังวลเรื่องเสถียรภาพทางการคลังที่จะปรากฏขึ้นมาให้เห็น”

ที่มา: https://www.cnbc.com/2023/04/11/imf-world-economic-outlook-april-2023-weak-growth-forecasts-inflation-high-until-2025.html?fbclid=IwAR3xyO92DL4bUa8mXmWOuSr9-XJ2rZq4sXkRO5eW3YGmpbKa3TvovlZbIRg

LATEST NEWS

ทรู คอร์ปอเรชั่น เผยผลประกอบการปี 2566 กำไร EBITDA ดีต่อเนื่อง 4 ไตรมาส รายได้รวมโต ผล Synergy เกินเป้า

บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) รายงานผลประกอบการปี 2566 รายได้รวมจากธุรกิจหลักเติบโตดีขึ้นทั้งจากการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่และบริการออนไลน์ พร้อมยอดผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เพิ่มขึ้น  มูลค่า Synergy ปี 2566 ได้เกินเป้าหมายจากการเร่งการดำเนินการตามแผนงานสำคัญต่างๆ  โดย EBITDA เพิ่มขึ้นเป็นไตรมาสที่ 4 ติดต่อกันเป็นผลมาจากการรับรู้ผลประโยชน์จากการควบรวม (Synergy) และการเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยกระดับความเชื่อมั่นเรื่อง short selling และ program trading รวมถึงมาตรการเพิ่มการเปิดเผยข้อมูลแก่สาธารณชน

ตามที่คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯ ในการประชุมเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2567 ได้มีมติอนุมัติในหลักการให้
นำผลการศึกษากฎหมาย กฎเกณฑ์ และแนวทางการกำกับดูแลของตลาดหลักทรัพย์ชั้นนำในต่างประเทศมาใช้ประกอบการพิจารณาปรับปรุงแนวทางการกำกับดูแลการขายชอร์ต (short selling) และการใช้คอมพิวเตอร์ส่งคำสั่งซื้อขาย (program trading) ของตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อยกระดับการกำกับดูแลและเพิ่มความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ลงทุนทุกประเภทนั้น  

SKR ควัก 370 ลบ. จ่ายเงินปันผล 0.18 บาท/หุ้น โชว์ผลงานไตรมาส 4/66 รายได้-กำไรสุทธิแกร่ง หนุนทั้งปี 2566 กำไรสุทธิแตะ 891 ลบ. 

บอร์ด SKR ไฟเขียวควัก 370 ล้านบาทจ่ายเงินปันผล 0.18 บาท/หุ้นโชว์ผลงานไตรมาส 4/66 แข็งแกร่งทั้งรายได้-กำไรสุทธิหนุนภาพรวมทั้งปี 66 กำไรสุทธิแตะ 891 ล้านบาท พร้อมรักษาอัตรากำไร 15.23% สูงกว่าภาพรวมอุตสาหกรรม ปักหมุดรายได้ปี 67 โตทะลุ 6,500 ล้านบาท จากแผนเดินหน้าพัฒนาศักยภาพทางการแพทย์รองรับการเติบโตเคสผ่าตัดโรคยากซับซ้อน พร้อมต่อยอดโรงพยาบาลเฉพาะทาง 24 ชั่วโมงภายใต้การดำเนินงานตามกลยุทธ์ “Single Quality to Multiple Transform”

RELATED