พาณิชย์เผยเงินเฟ้อ ส.ค. +0.88% 8 เดือนแรกปี 66 ขยายตัว 2.01%

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (CPI) เดือน ส.ค.2566 อยู่ที่ระดับ 108.41 เพิ่มขึ้น 0.88% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และเพิ่มขึ้น 0.55% จากเดือนก่อน ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ย 8 เดือนแรกของปี 2566 เพิ่มขึ้น 2.01%

ทั้งนี้ เงินเฟ้อทั่วไปในเดือน ส.ค.2566 สูงกว่าที่ตลาดคาดที่ระดับ 0.6-0.78% ตามการสูงขึ้นของสินค้า ในกลุ่มพลังงานเป็นสำคัญ ขณะที่กลุ่มอาหารสดราคาทรงตัว ส่วนเนื้อสัตว์ และเครื่องประกอบอาหารราคาลดลง ส่งผลให้สินค้าในหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ราคาโดยรวมชะลอตัวต่อเนื่อง

ส่วนดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) เดือน ส.ค.2566 อยู่ที่ 104.41 เพิ่มขึ้น 0.79% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 0.02% จากเดือนก่อน ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน เฉลี่ย 8 เดือนแรกของปี 2566 เพิ่มขึ้น 1.61%

สำหรับแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือน ก.ย.2566 มีแนวโน้มทรงตัวหรือปรับตัวขึ้นเล็กน้อย โดยมีปัจจัย

ที่ส่งผลบวกต่ออัตราเงินเฟ้อ ได้แก่ ราคาพลังงาน ทั้งน้ำมันเชื้อเพลิง ค่าไฟฟ้า และก๊าซหุงต้มที่ยังคงอยู่ในระดับสูง รวมทั้งอุปสงค์ในประเทศที่อาจเพิ่มขึ้นจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดใหม่

สถานการณ์ภัยแล้งที่รุนแรงกว่าปีที่ผ่านมาในหลายประเทศทั่วโลก ทำให้ปริมาณพืชผลการเกษตรและปศุสัตว์ลดลง ส่งผลให้ราคาสินค้ากลุ่มอาหารและสินค้าที่เกี่ยวเนื่องสูงขึ้น

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์เศรษฐกิจในประเทศคู่ค้าสำคัญของไทยที่ชะลอตัว และการใช้มาตรการทางการเงินที่เข้มงวดขึ้นของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ซึ่งส่งผลต่ออุปสงค์และการลงทุนภายในประเทศ

รวมทั้งฐานการคำนวณในเดือน ก.ย.2565 ที่อยู่ในระดับสูง เป็นปัจจัยกดดันให้เงินเฟ้อทรงตัวและเพิ่มขึ้นไม่มาก

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยที่เกิดจากมาตรการของภาครัฐที่คาดว่าจะออกมาในระยะอันใกล้ และส่งผลต่อเงินเฟ้อ

อย่างมีนัยสำคัญ อาทิ มาตรการลดค่าครองชีพ และการลดต้นทุนภาคการผลิตและบริการ (ลดค่าโดยสารรถไฟฟ้า ราคาน้ำมัน ค่าไฟฟ้า ราคาก๊าซหุงต้ม) และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์คาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไป ปี 2566 อยู่ระหว่าง 1.0-2.0% (ค่ากลาง 1.5%) และหากสถานการณ์เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญจะมีการทบทวนอีกครั้ง

#moneychat

LATEST NEWS

BVG เคาะปันผลระหว่างกาล 0.03 บาท/หุ้น กำหนดจ่าย 8 ก.ย.นี้ ปิด 2Q26 กำไร 9.4 ล้านบาท

บอร์ด BVG ไฟเขียวจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลอัตรา 0.03 บาท/หุ้น คิดเป็น 60% ของกำไรสุทธิสูงกว่านโยบายกำหนด Record Date 26 สิงหาคม กำหนดจ่าย 8 กันยายน 2569 กางผลงานไตรมาส 2/2569 กำไรสุทธิกว่า 9.4 ล้านบาท รายได้รวม 126.9 ล้านบาท ส่งซิกแนวโน้มครึ่งปีหลัง ทยอยบุ๊คงานใหม่เติมพอร์ต อัพการเติบโต สร้างผลตอบแทนที่ดีให้ผู้ถือหุ้นต่อเนื่อง

GC ก้าวข้ามความท้าทายสู่การเติบโตบทใหม่ ชู “นวัตกรรมทำได้จริง” เร่งเครื่อง Specialty-Bio ดันมาบตาพุดสู่ฮับอนาคต

บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC โชว์ศักยภาพรับมือความผันผวนของเศรษฐกิจโลก กวาดกำไรสุทธิครึ่งแรกปี 2569 กว่า 15,440 ล้านบาท พร้อมเดินหน้ายุทธศาสตร์สร้างการเติบโตบทใหม่ ชูจุดแข็งบูรณาการธุรกิจ ผสานพลัง “นวัตกรรมทำได้จริง” มุ่งปรับพอร์ตสู่ธุรกิจมูลค่าสูงและคาร์บอนต่ำ พร้อมเตรียมยกระดับฐานการผลิตมาบตาพุดให้เป็นศูนย์กลางการเติบโตแห่งอนาคต

NER พบนักวิเคราะห์โบรกฯ คงคำแนะนำ “ซื้อ” มองครึ่งปีหลังเติบโตต่อ

นายชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมทีมผู้บริหาร บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) (NER) นำเสนอผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 ในงาน Analyst Meeting โดยบริษัทฯมีรายได้จากการขาย 7,143.58 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 436.36 ล้านบาท  พร้อมกันนี้ คณะกรรมการบริษัทฯมีมติจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.05 บาทต่อหุ้น

RELATED