IP ผลงาน 1H23 กำไรสุทธิ 57 ลบ. รายได้รวมโตเด่นทะลุ 925 ลบ.

บมจ.อินเตอร์ฟาร์มา ผลงานครึ่งแรกปี 2566 กำไรสุทธิ 57 ล้านบาท รายได้รวมเติบโตโดดเด่นแตะ 925 ล้านบาท ตามยอดขายผลิตภัณฑ์ ทั้งกลุ่มคนและสัตว์ที่ดีต่อเนื่อง พร้อมบุ๊ครายได้กลุ่ม “โรงพยาบาล” เติมพอร์ตอีกรวม 110 ล้านบาทหัวเรือใหญ่ “ดร.ตฤณวรรธน์” ส่งซิกครึ่งปีหลังสดใส เร่งเครื่องเตรียมความพร้อมดัน “LAB PHARMACY” – “นครพัฒน์” เข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ มั่นใจภาพรวมรายได้ทั้งปี 2566 เดินหน้าทำนิวไฮเติบโต 35% ตามเป้า

​ดร.ตฤณวรรธน์ ธนิตนิธิพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินเตอร์ ฟาร์มา จำกัด (มหาชน) หรือ IP ผู้ดำเนินธุรกิจด้านการพัฒนา คิดค้น และจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและนวัตกรรมความงามสำหรับคน และผลิตภัณฑ์สุขภาพสำหรับสัตว์เลี้ยงและปศุสัตว์ เปิดเผยภาพรวมผลการดำเนินงานช่วงครึ่งแรกของปี 2566 ว่า รายได้รวมเติบโตกว่า 35% เทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อนแตะ 925 ล้านบาท โดยรายได้จากการขายและบริการโตโดดเด่น 34.9% แตะ 917 ล้านบาท ตามยอดขายที่เพิ่มขึ้นของทั้งกลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับคนและสัตว์

โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับคนมียอดขาย 636 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 69% จากช่วงเดียวกันปีก่อน แบ่งเป็น ผลิตภัณฑ์เวชภัณฑ์รักษาโรค 195 ล้านบาท, ผลิตภัณฑ์โภชนเภสัช อาหารเสริมและนวัตกรรมความงาม 157 ล้านบาท และธุรกิจร้านขายยา 284 ล้านบาท จากปัจจุบันที่เปิดให้บริการทั้งหมด 27 สาขา และจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ ขณะที่กลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เพิ่มขึ้น 19% แตะ 172 ล้านบาท รวมทั้งบริษัทฯยังมีการรับรู้รายได้จากกลุ่มธุรกิจโรงพยาบาลอีกรวม 110 ล้านบาท

สำหรับค่าใช้จ่ายรวมงวดครึ่งปีแรกอยู่ที่ 848 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38% จากช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจากในไตรมาสสอง มีการใช้งบยิงโฆษณาสร้างแบรนด์ ยาสีฟันโปรไบโอติก YUUU toothpaste และการออกผลิตภัณฑ์ยาตัวใหม่ที่ ชื่อ Bella Para และผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Probac Series เช่น Probac Ultra Collagen, Probac Mood และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ซึึ่งทำให้มีการใช้งบการตลาดเพิ่มขึ้นกว่า 25 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทฯมีกำไรสุทธิจำนวน 57 ล้านบาท โดยอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin : GP) และอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin : NP) อยู่ที่ระดับ 39.1% และ 6.1% ตามลำดับ

​ดร.ตฤณวรรธน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า แนวโน้มครึ่งหลังของปี 2566 เติบโตต่อเนื่อง จากการเดินหน้าออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ และขยายร้านขายยาภายใต้แบรนด์ LAB Pharmacy รวมเป็น 35 สาขาภายในสิ้นปีนี้ ผลักดันรายได้รวมทำนิวไฮต่อเนื่องเติบโตไม่น้อยกว่า 35% จากปีก่อนที่ทำได้ราว 1,523 ล้านบาท ตอกย้ำการเป็นหุ้น “Growth Stock” สร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้น ล่าสุดอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมในการนำ LAB PHARMACY และโรงพยาบาลนครพัฒน์ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งจะใช้งบการเงินปี 2565-2567

ทั้งนี้ ปัจจุบัน บมจ.อินเตอร์ ฟาร์มา แบ่งโครงสร้างธุรกิจออกเป็น 6 กลุ่ม ประกอบด้วย

1. นวัตกรรมเวชภัณฑ์รักษาโรค

2. ผลิตภัณฑ์กลุ่มโภชนเภสัช, อาหารเสริมและนวัตกรรมความงาม

3. ผลิตภัณฑ์ดูแลและส่งเสริมสุขภาพของสัตว์เลี้ยง

4. ผลิตภัณฑ์สำหรับปศุสัตว์

5. ธุรกิจร้านขายยาแบรนด์ “LAB PHARMACY”

6. ธุรกิจโรงพยาบาลและคลินิก

LATEST NEWS

SCB WEALTH แนะจับตา 5 ปัจจัยเสี่ยงต้องติดตามช่วงครึ่งหลังปี 67

SCB WEALTH เดินหน้าจัดงานสัมมนา Exclusive Investment Talk ในหัวข้อ “รู้ทันเศรษฐกิจโลกจัดสรรความมั่งคั่งแบบมีเป้าหมาย” ให้แก่กลุ่มลูกค้า High Net Worth Individuals (HNWIs) โดยมองว่ามี 5 ปัจจัยเสี่ยงที่มีผลต่อการจัดพอร์ตลงทุนในครึ่งหลังปี 2567 เศรษฐกิจสหรัฐฯมีแนวโน้มขยายตัวได้ดีในช่วงที่เหลือของปี 2567 อัตราเงินเฟ้อชะลอลงเศรษฐกิจยุโรปหลุดพ้นจากภาวะเศรษฐกิจถดถอย (Recession)

สรุปภาพรวมภาวะตลาดหลักทรัพย์เดือนพฤษภาคม 2567

แนวโน้มการดำเนินนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯจะยังคงดอกเบี้ยสูงไปอีกระยะ (Higher for Longer) หลังจาก IMF ประเมินสถานการณ์ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในทะเลแดงทำให้สายการเดินเรือใหญ่ปรับเส้นทางขนส่งซึ่งเป็นการเพิ่มต้นทุนค่าระวางเรือและราคาสินค้าโภคภัณฑ์หลายชนิดจะยังทรงตัวในระดับสูงกระทบอัตราเงินเฟ้อที่ปรับลดลงช้ากว่าคาดแม้ว่าตลาดแรงงานส่งสัญญาณชะลอตัวขณะที่เศรษฐกิจจีนมีสัญญาณฟื้นตัวแต่ยังคงอ่อนแอรัฐบาลจีนประกาศมาตรการรักษาเสถียรภาพและกระตุ้นตลาดหุ้นทำให้ดัชนีตลาดหลักทรัพย์จีนและฮ่องกงเริ่มฟื้นตัว

ตลาดหลักทรัพย์ฯ พัฒนาระบบ SET Carbon จับมือพันธมิตรร่วมยกระดับคุณภาพข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สู่เป้าหมาย Net Zero ค.ศ.2050

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ก้าวสู่ปีที่ 50 มุ่งพัฒนาตลาดทุนอย่างยั่งยืน สู่เป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net-zero Commitment) เดินหน้าพัฒนาระบบ SET Carbon เปิดเผยข้อมูลการจัดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของตลาดทุน ตามแผนกลยุทธ์ปี 2567 โดยนำเทคโนโลยีมาพัฒนาการจัดการข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากการดำเนินธุรกิจของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) และเชื่อมต่อข้อมูลกับหน่วยงานด้านพลังงานและทรัพยากร หวังยกระดับข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (Environmental, Social, Governance: ESG) เพื่อประโยชน์ของการใช้ข้อมูล พร้อมลดกระบวนการทำงานของ บจ. ล่าสุดร่วมกับ กฟผ.แลกเปลี่ยนข้อมูลการใช้พลังงาน บจ. โดยระบบ SET Carbon เฟสแรกจะเปิดให้บริการสำหรับ บจ.ที่สนใจ ภายในไตรมาสแรกปี 2568

RELATED