IP ส่งซิกปิดปี 66 นิวไฮโต 35% ตามเป้า 9M23 กวาดรายได้รวมเฉียด 1,400 ลบ. 

บมจ.อินเตอร์ฟาร์มาส่งซิกปิดปี 2566 รายได้รวมเดินหน้าทำนิวไฮเติบโต 35% ตามเป้าโชว์ภาพรวมผลงาน 9 เดือนแรกกำไรสุทธิ 72 ล้านบาท แม้นำเงินไปลงทุนโฆษณาสร้างแบรนด์เพิ่มขึ้นกว่า 50 ล้านบาทใน 7 แบรนด์หลักรายได้รวมโตเฉียด 1,400 ล้านบาทตามยอดขายผลิตภัณฑ์ทั้งกลุ่มคนและสัตว์ที่ดีต่อเนื่องพร้อมบุ๊ครายได้กลุ่ม “โรงพยาบาล” เติมพอร์ตรวม 170 ล้านบาทขณะที่ยอดขาย LAB Pharmacy เติบโตดีปักธงขยายสาขาเพิ่มเป็น 34 แห่งภายในสิ้นปีนี้

​​ดร.ตฤณวรรธน์ ธนิตนิธิพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินเตอร์ ฟาร์มา จำกัด (มหาชน) หรือ IP ผู้ดำเนินธุรกิจด้านการพัฒนา คิดค้น และจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและนวัตกรรมความงามสำหรับคน และผลิตภัณฑ์สุขภาพสำหรับสัตว์เลี้ยงและปศุสัตว์ มั่นใจปิดผลงานปี 2566 รายได้รวมเติบโต 35% ทำนิวไฮต่อเนื่องตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ หลังภาพรวมผลงานล่าสุด 9 เดือนแรก บริษัทมี รายได้รวม 1,368 ล้านบาท เพิ่มขึ้นราว 26% จากช่วงเดียวกันปีก่อน  กำไรสุทธิ 72 ล้านบาท  แม้นำเงินไปลงทุนโฆษณาสร้างแบรนด์เพิ่มขึ้นกว่า 50 ล้านบาท หรือ 30-35% ของกำไรที่ดีมากของปีนี้ ไปใช้ในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรูัในแบรนด์กว่า 7 แบรนด์ และการขยายทีมขายร้านขายยา และขยายสาขา Lab ในไตรมาส 2-3 ที่ผ่านมา ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภค อาทิเช่น Bella Para, Probac 7, YUUU Probiotic Toothpaste, PreBO, Lisa DHA 600 mg และอาหารสุนัขและแมว Maria, แชมพู Malaseb 

โดยรายได้จากการขายและบริการเติบโตต่อเนื่อง 25% จากช่วงเดียวกันปีก่อน แตะ 1,356 ล้านบาท ตามยอดขายที่เพิ่มขึ้นของทั้งกลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับคนและสัตว์ พร้อมรับรู้รายได้จากกลุ่มธุรกิจโรงพยาบาลเพิ่ม โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับคนมียอดขายเพิ่มขึ้นกว่า 14% จากช่วงเดียวกันปีก่อน แตะ 926 ล้านบาท ขณะที่กลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เพิ่มขึ้นราว 5% แตะ 260 ล้านบาท เนื่องจากยอดขายที่ลดลงจากกลุ่มธุรกิจปศุสัตว์สำหรับสุกร นอกจากนี้ บริษัทฯยังมีการรับรู้รายได้จากกลุ่มธุรกิจโรงพยาบาลเติมพอร์ตอีกรวม 170 ล้านบาท และธุรกิจร้านยาภายใต้แบรนด์ LAB Pharmacy ยังมียอดขายที่เติบโตดี ซึ่งบริษัทมีแผนจะขยายสาขาต่อเนื่อง เพิ่มเป็น 34 แห่งภายในสิ้นปีนี้

​ดร.ตฤณวรรธน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปีนี้เป็นปีแห่งการลงทุนเพื่อการเติบโตในระยะยาว  บริษัทจำเป็นต้องนำกำไรประมาณ 50 ล้านบาท หรือ 30-35% ของกำไรที่ดีมากของปีนี้ แบ่งไปใช้ในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ สร้างแบรนด์หลักกว่า 7 แบรนด์ อาทิเช่น Bella Para , Probac 7, YUUU Probiotic Toothpaste, Lisa DHA 600 mg, PreBO ผลิตภัณฑ์อาหารสุนัขและแมว Maria และ แชมพู Malaseb และการขยายทีมขายร้านขายยา ในไตรมาส 2-3 ที่ผ่านมา 

ส่งผลให้ ค่าใช้จ่ายรวม 9 เดือนแรกของปี 2566 อยู่ที่ 407 ล้านบาท เพิ่มขึ้นราว 30% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นค่าโฆษณาผลิตภัณฑ์กลุ่มเวชภัณฑ์ กลุ่มโภชนเภสัช, อาหารเสริมและนวัตกรรมความงาม และกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลและส่งเสริมสุขภาพสัตว์เลี้ยง รวมถึงค่าคอมมิชชั่น เงินเดือนฝ่ายขายที่เพิ่มขึ้นให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ค่าเช่ารวม และค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน และบริษัทย่อย จากการรวมธุรกิจร้านขายยาและโรงพยาบาล ส่งผลให้บริษัทฯมีกำไรสุทธิจำนวน 72 ล้านบาท โดยอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin : GP) และอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin : NP) อยู่ที่ระดับ 38% และ 5.3% ตามลำดับ 

​​“มองแนวโน้มโค้งสุดท้ายที่เหลือของปียังคงสดใส จากดีมานด์ในตลาดที่เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งบริษัทได้เดินหน้าออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ และขยายร้านขายยาภายใต้แบรนด์ LAB Pharmacy ให้ได้ตามเป้า 34 แห่งภายในสิ้นปีนี้ มั่นใจหนุนการเติบโตเป็นไปตามแผน รายได้รวมทั้งปีเดินหน้าทำนิวไฮอีกครั้ง เติบโตไม่ต่ำกว่า 35% จากปีก่อนที่ทำได้ราว 1,523 ล้านบาท ตอกย้ำการเป็นหุ้น “Growth Stock” สร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้น” ดร.ตฤณวรรธน์ กล่าว

ทั้งนี้ ปัจจุบัน บมจ.อินเตอร์ ฟาร์มา แบ่งโครงสร้างธุรกิจออกเป็น 6 กลุ่ม ประกอบด้วย

1. นวัตกรรมเวชภัณฑ์รักษาโรค

2. ผลิตภัณฑ์กลุ่มโภชนเภสัช, อาหารเสริมและนวัตกรรมความงาม

3. ผลิตภัณฑ์ดูแลและส่งเสริมสุขภาพของสัตว์เลี้ยง

4. ผลิตภัณฑ์สำหรับปศุสัตว์

5. ธุรกิจร้านขายยาแบรนด์ “LAB PHARMACY”

6. ธุรกิจโรงพยาบาลและคลินิก

LATEST NEWS

ทรู คอร์ปอเรชั่น เผยผลประกอบการปี 2566 กำไร EBITDA ดีต่อเนื่อง 4 ไตรมาส รายได้รวมโต ผล Synergy เกินเป้า

บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) รายงานผลประกอบการปี 2566 รายได้รวมจากธุรกิจหลักเติบโตดีขึ้นทั้งจากการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่และบริการออนไลน์ พร้อมยอดผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เพิ่มขึ้น  มูลค่า Synergy ปี 2566 ได้เกินเป้าหมายจากการเร่งการดำเนินการตามแผนงานสำคัญต่างๆ  โดย EBITDA เพิ่มขึ้นเป็นไตรมาสที่ 4 ติดต่อกันเป็นผลมาจากการรับรู้ผลประโยชน์จากการควบรวม (Synergy) และการเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยกระดับความเชื่อมั่นเรื่อง short selling และ program trading รวมถึงมาตรการเพิ่มการเปิดเผยข้อมูลแก่สาธารณชน

ตามที่คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯ ในการประชุมเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2567 ได้มีมติอนุมัติในหลักการให้
นำผลการศึกษากฎหมาย กฎเกณฑ์ และแนวทางการกำกับดูแลของตลาดหลักทรัพย์ชั้นนำในต่างประเทศมาใช้ประกอบการพิจารณาปรับปรุงแนวทางการกำกับดูแลการขายชอร์ต (short selling) และการใช้คอมพิวเตอร์ส่งคำสั่งซื้อขาย (program trading) ของตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อยกระดับการกำกับดูแลและเพิ่มความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ลงทุนทุกประเภทนั้น  

SKR ควัก 370 ลบ. จ่ายเงินปันผล 0.18 บาท/หุ้น โชว์ผลงานไตรมาส 4/66 รายได้-กำไรสุทธิแกร่ง หนุนทั้งปี 2566 กำไรสุทธิแตะ 891 ลบ. 

บอร์ด SKR ไฟเขียวควัก 370 ล้านบาทจ่ายเงินปันผล 0.18 บาท/หุ้นโชว์ผลงานไตรมาส 4/66 แข็งแกร่งทั้งรายได้-กำไรสุทธิหนุนภาพรวมทั้งปี 66 กำไรสุทธิแตะ 891 ล้านบาท พร้อมรักษาอัตรากำไร 15.23% สูงกว่าภาพรวมอุตสาหกรรม ปักหมุดรายได้ปี 67 โตทะลุ 6,500 ล้านบาท จากแผนเดินหน้าพัฒนาศักยภาพทางการแพทย์รองรับการเติบโตเคสผ่าตัดโรคยากซับซ้อน พร้อมต่อยอดโรงพยาบาลเฉพาะทาง 24 ชั่วโมงภายใต้การดำเนินงานตามกลยุทธ์ “Single Quality to Multiple Transform”

RELATED