หุ้น Tupperware ดิ่งหนัก 40% หลังแจ้งถึงแนวโน้มธุรกิจที่ไม่สดใส

ราคาหุ้น Tupperware ดิ่งลงเกือบ 40% หลังตลาดหุ้นเปิดการซื้อขายในวันจันทร์ (เวลาสหรัฐ) หลังจากบริษัทแจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ถึงแนวโน้มธุรกิจที่ดูไม่สดใสในอนาคต

Tupperware ซึ่งเป็นผู้ผลิตภาชนะบรรจุอาหารที่เก่าแก่ แจ้งต่อตลาดเมื่อค่ำวันศุกร์ว่า “บริษัทมีปัญหาความไม่มั่นใจอย่างมากเรื่องความสามารถในการทำธุรกิจต่อไป” พร้อมกับเผยว่า บริษัทกำลังร่วมมือกับที่ปรึกษาทางการเงินในการหาทุนที่จะมาช่วยให้กิจการดำเนินต่อไปได้

Tupperware แจ้งต่อตลาดว่าบริษัทจะไม่มีเงินสดเพียงพอที่จะดำเนินธุรกิจอีกต่อไปถ้าขาดเงินทุนเพิ่มเติม โดยบริษัทกำลังหาวิธีปรับลดจำนวนพนักงานลง พร้อมกับทบทวนมูลค่าทรัพย์สินในพอร์ตอสังหาริมทรัพย์เพื่อหาทางลดค่าใช้จ่ายต่างๆ

ตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก เตือนว่า หุ้นของ Tupperware กำลังเสี่ยงต่อการที่อาจจะถูกปลดออกจากการจดทะเบียนในตลาด เนื่องจากไม่ได้ยื่นผลการดำเนินงานประจำปีตามกฏระเบียบข้อบังคับของตลาด

มิเกล เฟอนันเดซ CEO ของ Tupperware กล่าวในคำแถลงต่อสื่อว่า “Tupperware ได้เริ่มความพยายามในการกู้ฐานะและกิจการของบริษัท และวันนี้ได้เดินมาถึงช่วงสำคัญอย่างยิ่งในการแก้ไขฐานะเงินทุนและสภาพคล่องของบริษัท”

เขากล่าวว่า “บริษัทได้ทำทุกวิถีทางภายใต้อำนาจที่มีอยู่ในการลดผลกระทบจากสถานการณ์ที่เพิ่งผ่านมา และเรากำลังทำงานอย่างเร่งด่วนในการหาเงินทุนเพิ่มเติมเพื่อแก้ปัญหาทางการเงินของเรา”

Tupperware ซึ่งเป็นบริษัทที่ก่อตั้งมาเมื่อ 77 ปีก่อน ประสบปัญหาในช่วงปีหลังๆ ในการแข่งขันกับบริษัทคู่แข่งอื่นๆ โดยได้พยายามปรับปรุงภาพพจน์ของสินค้าที่เรียบๆ ไม่ค่อยดึงดูดลูกค้ากลุ่มอายุน้อย โดยหันไปผลิตสินค้ารูปแบบใหม่ตามสมัยมากขึ้น พร้อมกับทำข้อตกลงกับบริษัท Target ให้มาช่วยทำงานด้านการตลาดให้กับสินค้าของบริษัท

ราคาหุ้นของ Tupperware ได้ดิ่งลง 90% ในช่วงปีที่ผ่านมา โดยเมื่อเดือน พ.ย. ปีที่แล้ว บริษัทก็เคยแจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ถึงฐานะ “ที่น่าวิตก” มาครั้งหนึ่งแล้ว

ที่มา: https://edition.cnn.com/2023/04/10/investing/tupperware-trouble/index.html?fbclid=IwAR3frT3HpGfMl5sT7IFNagb5GaW5xzrieWYZeT40TLq2TCHGTZ5-bd0xDDc

LATEST NEWS

GC เสนอขายหุ้นกู้ต่อประชาชนทั่วไป 2 ชุด อายุ 7 ปีที่อัตราดอกเบี้ย 2.65% ต่อปีและ 10 ปีที่อัตราดอกเบี้ย 3.00% ต่อปี พร้อมเดินหน้าบริหารโครงสร้างเงินทุนเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต

บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ผู้นำในธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากลและแกนนำธุรกิจเคมีภัณฑ์ของกลุ่ม ปตท. เสนอขายหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ซึ่งผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนก่อนครบกำหนด ต่อประชาชนเป็นการทั่วไป (Public Offering) โดยหุ้นกู้แบ่งเป็น 2 ชุด ได้แก่ หุ้นกู้รุ่นอายุ 7 ปี อัตราดอกเบี้ย 2.65% ต่อปี และรุ่นอายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ย 3.00% ต่อปี เปิดจองซื้อ 3 ช่วง ระหว่างวันที่ 14–21 กันยายน 2569 โดยหุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ AA-(tha) จากฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569

WHART ทุ่ม 2.5 พันล้านฮุบ WGCL ล็อกสัญญาเช่า 30 ปี ชูจุดแข็งคลังสินค้า Built-to-Suit เคาะราคาขายสูงสุด 11.10 บาท เปิดจองหน่วยเพิ่มทุน 21 ก.ย.-1 ต.ค.

กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดับบลิวเอชเอ พรีเมี่ยม โกรท (WHART) เดินหน้าขยายพอร์ตต่อเนื่องด้วยการเข้าลงทุนใน WGCL ศูนย์กระจายสินค้าระดับสากลบนทำเลยุทธศาสตร์ EEC มาบตาพุด จ.ระยอง มูลค่ารวมไม่เกิน 2,507.60 ล้านบาท สินทรัพย์คุณภาพสูงแบบ Built-to-Suit พื้นที่รวม 99,390 ตร.ม. พร้อมสัญญาเช่าระยะยาว 30 ปี ดันมูลค่าทรัพย์สินรวมทะลุ 56,000 ล้านบาท เปิดจองซื้อหน่วยทรัสต์เพิ่มทุน ผู้ถือหน่วยเดิมจอง 21 – 25 ก.ย. และประชาชนทั่วไป 28 ก.ย.-1 ต.ค.69 นี้

NER โดดเด่นครึ่งปีหลัง โบรกเกอร์เชียร์ “ซื้อ” เคาะราคาเป้าหมายสูงสุด 6.50 บาท รับอานิสงส์ราคายางฟื้น-Supply ตึงตัว คาดกำไรปี 69 แตะ 1.8 พันลบ. ชูจุดเด่น PE ต่ำกลุ่มสินค้า EUDR

นักวิเคราะห์แนะนำ “ซื้อ” หุ้น บมจ.นอร์ทอีส รับเบอร์ (NER) ให้ราคาเป้าหมายสูงสุด 6.50 บาท/หุ้น มองแนวโน้มผลการดำเนินงานครึ่งหลังปี 69 มีโอกาสฟื้นตัวโดดเด่น ตามทิศทางราคายางที่ปรับตัวสูงขึ้นจากภาวะ Supply ในตลาดที่ตึงตัว พร้อมมอง NER เป็นหนึ่งในผู้ผลิตยางแท่งไทยที่มีโอกาสได้รับประโยชน์จากมาตรการ EUDR ของยุโรป หากเริ่มบังคับใช้ ขณะที่คาดกำไรทั้งปีมีโอกาสแตะ 1.8 พันล้านบาท และราคาหุ้นยังมีจุดเด่นจากค่า PE ที่อยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับกลุ่มผู้ผลิตสินค้า EUDR

RELATED