IP อัพเทรด SET 1 ส.ค.นี้ติดเรดาร์บิ๊กกองทุน พร้อมเตรียมรับแผน Spin-off บริษัทลูกเข้าตลาดหุ้น

บมจ.อินเตอร์ฟาร์มาย้ายกระดาน mai เข้า SET ได้ฤกษ์เทรด 1 สิงหาคมนี้อัพระดับความเชื่อมั่นองค์กรดึงดูดนักลงทุนสถาบันทั้งในและต่างประเทศพร้อมเตรียมรองรับแผน Spin-off ดันบริษัทลูกเข้าตลาดหุ้นประเดิมจ่อยื่นไฟลิ่ง “Lab Pharmacy” ต้นปี 2568 สยายปีกการเติบโตแกร่งส่งซิกผลงานครึ่งปีหลังสดใสหนุนภาพรวมทั้งปี 2567 เติบโตตามเป้า 25-30% แตะ 2,200 ล้านบาท  

​​ดร.ตฤณวรรธน์ ธนิตนิธิพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินเตอร์ ฟาร์มา จำกัด (มหาชน) หรือ IP ผู้ดำเนินธุรกิจด้านการพัฒนา คิดค้น และจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและนวัตกรรมความงามสำหรับคน และผลิตภัณฑ์สุขภาพสำหรับสัตว์เลี้ยงและปศุสัตว์ เปิดเผยว่า บริษัทฯได้รับอนุมัติจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในการย้ายหุ้นสามัญของบริษัท อินเตอร์ ฟาร์มา จำกัด (มหาชน) หรือ IP เข้าทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) กลุ่มอุตสาหกรรม สินค้าอุปโภคบริโภค หมวดธุรกิจของใช้ส่วนตัวและเวชภัณฑ์ จากกลุ่มอุตสาหกรรม สินค้าอุปโภคบริโภค ในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2567 เป็นต้นไป

​โดยการย้ายกระดานเข้าเทรดในตลาด SET ครั้งนี้ จะช่วยยกระดับองค์กรเข้าสู่แหล่งระดมทุนระยะยาวที่มีศักยภาพ เพิ่มโอกาสในการเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้ถือหุ้น, นักลงทุน โดยเฉพาะกลุ่มนักลงทุนสถาบันทั้งในและต่างประเทศ และผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ทั้งในด้านผลการดำเนินงาน และการกำกับดูแลกิจการที่ดี อีกทั้งยังเพิ่มสภาพคล่องในการซื้อขายหลักทรัพย์มากขึ้น ตลอดจนทำให้บริษัทฯ รวมถึงผลิตภัณฑ์เป็นที่รู้จักของสาธารณชนมากขึ้น

นอกจากนี้ยังเพิ่มโอกาสในการหา และเข้าร่วมลงทุนของพันธมิตรทางธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งเป็นการเตรียมรองรับแผนนำบริษัทลูกเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Spin-off) เบื้องต้นเตรียมยื่นคำขอเพื่อเสนอขายหุ้น (ไฟลิ่ง) บริษัทลูก “Lab Pharmacy” ต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ช่วงต้นปี 2568 ก่อนจะยื่นไฟลิ่งโรงพยาบาลนครพัฒน์ในปี 2569 ซึ่งจะสนับสนุนการเติบโตอย่างแข็งแกร่งในอนาคตได้เป็นอย่างดี

ดร.ตฤณวรรธน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับแนวโน้มผลการดำเนินการไตรมาส 2-4 /2567 ยังคงสดใส หนุนภาพรวมครึ่งแรกของปี 2567 แกร่ง ซึ่งจะผลักดันให้ภาพรวมทั้งปี 2567 เติบโตตามเป้าหมาย 25-30% อยู่ที่กว่า 2,200 ล้านบาท ภายใต้แผนกลยุทธ์ขยายร้าน Lab Pharmacy เพิ่มเป็น 40 สาขา ภายในสิ้นปีนี้ จากปัจจุบันที่มีอยู่จำนวน 34 สาขา พร้อมเดินหน้าคิดค้นพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อมุ่งสู่การเป็นบริษัทนวัตกรรมขั้นสูงตามเป้าหมายที่วางไว้

ทั้งนี้ ล่าสุด ในปี 2567 บมจ.อินเตอร์ ฟาร์มา แบ่งโครงสร้างธุรกิจใหม่ออกเป็น 5 กลุ่ม ประกอบด้วย 1.กลุ่มธุรกิจลูกค้าโรงพยาบาล (Hospital Market), 2.กลุ่มธุรกิจลูกค้าผู้บริโภค (Consumer Market), 3.กลุ่มธุรกิจดูแลและส่งเสริมสุขภาพสัตว์เลี้ยงและปศุสัตว์ (Animal Healthcare), 4.กลุ่มธุรกิจร้านขายยาภายใต้แบรนด์ “Lab Pharmacy” และ5.กลุ่มธุรกิจโรงพยาบาลและคลีนิค (Hospital Business)

LATEST NEWS

GC เสนอขายหุ้นกู้ต่อประชาชนทั่วไป 2 ชุด อายุ 7 ปีที่อัตราดอกเบี้ย 2.65% ต่อปีและ 10 ปีที่อัตราดอกเบี้ย 3.00% ต่อปี พร้อมเดินหน้าบริหารโครงสร้างเงินทุนเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต

บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ผู้นำในธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากลและแกนนำธุรกิจเคมีภัณฑ์ของกลุ่ม ปตท. เสนอขายหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ซึ่งผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนก่อนครบกำหนด ต่อประชาชนเป็นการทั่วไป (Public Offering) โดยหุ้นกู้แบ่งเป็น 2 ชุด ได้แก่ หุ้นกู้รุ่นอายุ 7 ปี อัตราดอกเบี้ย 2.65% ต่อปี และรุ่นอายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ย 3.00% ต่อปี เปิดจองซื้อ 3 ช่วง ระหว่างวันที่ 14–21 กันยายน 2569 โดยหุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ AA-(tha) จากฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569

WHART ทุ่ม 2.5 พันล้านฮุบ WGCL ล็อกสัญญาเช่า 30 ปี ชูจุดแข็งคลังสินค้า Built-to-Suit เคาะราคาขายสูงสุด 11.10 บาท เปิดจองหน่วยเพิ่มทุน 21 ก.ย.-1 ต.ค.

กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดับบลิวเอชเอ พรีเมี่ยม โกรท (WHART) เดินหน้าขยายพอร์ตต่อเนื่องด้วยการเข้าลงทุนใน WGCL ศูนย์กระจายสินค้าระดับสากลบนทำเลยุทธศาสตร์ EEC มาบตาพุด จ.ระยอง มูลค่ารวมไม่เกิน 2,507.60 ล้านบาท สินทรัพย์คุณภาพสูงแบบ Built-to-Suit พื้นที่รวม 99,390 ตร.ม. พร้อมสัญญาเช่าระยะยาว 30 ปี ดันมูลค่าทรัพย์สินรวมทะลุ 56,000 ล้านบาท เปิดจองซื้อหน่วยทรัสต์เพิ่มทุน ผู้ถือหน่วยเดิมจอง 21 – 25 ก.ย. และประชาชนทั่วไป 28 ก.ย.-1 ต.ค.69 นี้

NER โดดเด่นครึ่งปีหลัง โบรกเกอร์เชียร์ “ซื้อ” เคาะราคาเป้าหมายสูงสุด 6.50 บาท รับอานิสงส์ราคายางฟื้น-Supply ตึงตัว คาดกำไรปี 69 แตะ 1.8 พันลบ. ชูจุดเด่น PE ต่ำกลุ่มสินค้า EUDR

นักวิเคราะห์แนะนำ “ซื้อ” หุ้น บมจ.นอร์ทอีส รับเบอร์ (NER) ให้ราคาเป้าหมายสูงสุด 6.50 บาท/หุ้น มองแนวโน้มผลการดำเนินงานครึ่งหลังปี 69 มีโอกาสฟื้นตัวโดดเด่น ตามทิศทางราคายางที่ปรับตัวสูงขึ้นจากภาวะ Supply ในตลาดที่ตึงตัว พร้อมมอง NER เป็นหนึ่งในผู้ผลิตยางแท่งไทยที่มีโอกาสได้รับประโยชน์จากมาตรการ EUDR ของยุโรป หากเริ่มบังคับใช้ ขณะที่คาดกำไรทั้งปีมีโอกาสแตะ 1.8 พันล้านบาท และราคาหุ้นยังมีจุดเด่นจากค่า PE ที่อยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับกลุ่มผู้ผลิตสินค้า EUDR

RELATED