“แจมี่ ดิมอน” เตือน! นักลงทุน-ภาคธุรกิจ เตรียมรับมือดอกเบี้ยยืนสูงนาน

แจมี่ ดิมอน CEO ของ JPMorgan Chase ธนาคารที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐ กล่าวว่า นักลงทุนและภาคธุรกิจควรจะเตรียมรับมือกับสภาพอัตราดอกเบี้ยที่จะยืนอยู่สูงเป็นเวลานานกว่าที่ตลาดส่วนใหญ่คาดกันในขณะนี้

คุณดิมอน กล่าวกับนักวิเคราะห์ว่า โลกได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับปัญหาของดอกเบี้ยที่สูงและการแห่ถอนเงินออกจากแบงก์อย่างที่เกิดขึ้นในกรณีของธนาคาร Silicon Valley Bank ที่สะท้อนถึงการบริหารความเสี่ยงที่ผิดพลาด

เขากล่าวว่า เมื่อเดือน ก.ย. ปีที่แล้ว สภาพดอกเบี้ยที่สูงขี้นและเงินดอลลาร์ที่แข็งค่า คือสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาใหญ่ด้านวิกฤตหนี้ของรัฐบาลอังกฤษ

คุณดิมอน กล่าวว่า “คนควรจะมีการเตรียมตัวรับมือกับความเป็นไปได้ที่จะเห็นดอกเบี้ยที่จะอยู่สูงและนานกว่าที่คิด”

เขากล่าวว่า “เมื่อไรที่สภาพเช่นนั้นเกิดขึ้น มันจะเผยให้เห็นถึงปัญหาในระบบเศรษฐกิจสำหรับคนที่มีภาระความเสี่ยงมากจากอัตราดอกเบี้ยลอยตัว หรือพวกที่มีภาระความเสี่ยงมากจากการต้องทำรีไฟแนนซ์หนี้” ที่ปรับขึ้นตามอัตราดอกเบี้ยล่าสุดของตลาด

เขากล่าวว่า ความเสี่ยงในด้านนี้มีอยู่ในหลายๆ ภาคส่วนของระบบเศรษฐกิจ

CEO ของ JPMorgan Chase กล่าวว่า อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นได้สร้างปัญหาการบริหารจัดการสินทรัพย์ในหลายๆ ภาคส่วนของระบบเศรษฐกิจ ตั้งแต่ธนาคารในระดับภูมิภาค ซึ่งเคยเก็งกันว่าดอกเบี้ยจะยืนอยู่ในระดับต่ำไปจนถึงผู้บริโภคที่ไม่สามารถแบกรับภาระดอกเบี้ยเงินกู้ซื้อบ้านหรือหนี้บัตรเครดิดที่ลอยตัว

ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้ปรับขึ้นดอกเบี้ยพื้นฐานไปแล้วรวมกันทั้งสิ้นประมาณ 5% ในปีที่ผ่านมา ในความพยายามที่จะสยบเงินเฟ้อที่ไม่ค่อยยอมจะผ่อนคลายลงได้ง่าย

แต่เป็นที่น่าแปลกว่าวิกฤตในภาคธนาคารระดับภูมิภาคเมื่อเร็วๆ นี้ ได้ทำให้เกิดการเก็งกำไรกันว่าการชะลอตัวของเศรษฐกิจสหรัฐจะทำให้เฟดหันไปปรับลดดอกเบี้ยตั้งแต่ปลายปีนี้

การคาดคะเนเช่นนี้ช่วยหนุนการฟื้นตัวของตลาดหุ้นสหรัฐในไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา บนความหวังที่ว่าตลาดจะได้รับอานิสงค์จากอัตราดอกเบี้ยที่จะปรับต่ำลง

คุณดิมอน กล่าวว่า แบงก์ของเขาได้ทำการศึกษาผลกระทบที่ JPMorgan Chase จะได้รับจากดอกเบี้ยนโยบายที่จะคืบเข้าใกล้ 6% ซึ่งดูเหมือนจะตรงกันข้ามกับการคาดหมายของตลาดว่าเฟดจะเริ่มปรับลดดอกเบี้ยตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของปีนี้ ซึ่งจะทำให้ดอกเบี้ยนโยบายลงไปต่ำกว่า 4% ในเดือน ม.ค. ปีหน้า

เขากล่าวว่า JPMorgan Chase ได้เตือนลูกค้าของธนาคารทุกคนให้เตรียมรับมือกับความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ยที่จะยืนอยู่สูง

ที่มา: https://www.cnbc.com/2023/04/14/jamie-dimon-warning-on-rates-it-will-undress-problems-in-the-economy.html?__source=androidappshare&fbclid=IwAR01ErgqmguUg-KlRKFTIXuaMurpNAQNxtXrr_2lEOS1hJ2g_vc62DaLmAE

LATEST NEWS

ทรู คอร์ปอเรชั่น เผยผลประกอบการปี 2566 กำไร EBITDA ดีต่อเนื่อง 4 ไตรมาส รายได้รวมโต ผล Synergy เกินเป้า

บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) รายงานผลประกอบการปี 2566 รายได้รวมจากธุรกิจหลักเติบโตดีขึ้นทั้งจากการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่และบริการออนไลน์ พร้อมยอดผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เพิ่มขึ้น  มูลค่า Synergy ปี 2566 ได้เกินเป้าหมายจากการเร่งการดำเนินการตามแผนงานสำคัญต่างๆ  โดย EBITDA เพิ่มขึ้นเป็นไตรมาสที่ 4 ติดต่อกันเป็นผลมาจากการรับรู้ผลประโยชน์จากการควบรวม (Synergy) และการเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยกระดับความเชื่อมั่นเรื่อง short selling และ program trading รวมถึงมาตรการเพิ่มการเปิดเผยข้อมูลแก่สาธารณชน

ตามที่คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯ ในการประชุมเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2567 ได้มีมติอนุมัติในหลักการให้
นำผลการศึกษากฎหมาย กฎเกณฑ์ และแนวทางการกำกับดูแลของตลาดหลักทรัพย์ชั้นนำในต่างประเทศมาใช้ประกอบการพิจารณาปรับปรุงแนวทางการกำกับดูแลการขายชอร์ต (short selling) และการใช้คอมพิวเตอร์ส่งคำสั่งซื้อขาย (program trading) ของตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อยกระดับการกำกับดูแลและเพิ่มความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ลงทุนทุกประเภทนั้น  

SKR ควัก 370 ลบ. จ่ายเงินปันผล 0.18 บาท/หุ้น โชว์ผลงานไตรมาส 4/66 รายได้-กำไรสุทธิแกร่ง หนุนทั้งปี 2566 กำไรสุทธิแตะ 891 ลบ. 

บอร์ด SKR ไฟเขียวควัก 370 ล้านบาทจ่ายเงินปันผล 0.18 บาท/หุ้นโชว์ผลงานไตรมาส 4/66 แข็งแกร่งทั้งรายได้-กำไรสุทธิหนุนภาพรวมทั้งปี 66 กำไรสุทธิแตะ 891 ล้านบาท พร้อมรักษาอัตรากำไร 15.23% สูงกว่าภาพรวมอุตสาหกรรม ปักหมุดรายได้ปี 67 โตทะลุ 6,500 ล้านบาท จากแผนเดินหน้าพัฒนาศักยภาพทางการแพทย์รองรับการเติบโตเคสผ่าตัดโรคยากซับซ้อน พร้อมต่อยอดโรงพยาบาลเฉพาะทาง 24 ชั่วโมงภายใต้การดำเนินงานตามกลยุทธ์ “Single Quality to Multiple Transform”

RELATED