JR คว้างานใหม่ กฟผ. มูลค่า 743.7 ล้านบาท ดำเนินการแล้วเสร็จภายใน 26 เดือน

บริษัท เจ.อาร์.ดับเบิ้ลยู. ยูทิลิตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ JR แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2566 ว่า บริษัทแจ้งลงนามในหนังสือแสดงเจตจำนงจ้างในสัญญาร่วมกับ บริษัท ซีเมนส์ เอนเนอร์ยี่ จำกัด จากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2566 สำหรับโครงการ Supply and Construction of 230/115 KV Bhumibol substation (GIS) and Improvement of 230 KV Bhumibol Dam Power Plant Switchyard and 230 KV Tak 2 Substation มูลค่าโครงการ 743,707,521.67 บาท ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยบริษัทมีระยะเวลาในการดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 26 เดือน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา

ทั้งนี้ ส่งผลให้บริษัทฯ มีงานในมือรอรับรู้รายได้ (Backlog) เพิ่มขึ้นกว่า 10,521 ล้านบาท และสนับสนุนให้ผลการดำเนินงานโดยรวมในปีนี้โตตามเป้าหมายที่วางไว้ คือ รายได้เพิ่มขึ้น 15-20% เมื่อเทียบกับปีก่อน และผลักดันธุรกิจใน 3-5 ปีข้างหน้าเติบโตแบบก้าวกระโดด 

“งานใหม่ที่ได้รับจาก กฟผ. สนับสนุนให้ผลงานของ JR เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ปีนี้เราคาดว่าผลประกอบการโดยรวมจะเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ คือ รายได้จะเพิ่มขึ้น 15-20% จากปีก่อน และจะทำให้เราเติบโตแบบก้าวกระโดดใน 3-5 ปีข้างหน้าแตะระดับนิวไฮอย่างต่อเนื่อง ตอกย้ำถึงความเชี่ยวชาญในธุรกิจรับเหมาวางระบบไฟฟ้า, วางระบบสื่อสารโทรคมนาคม และเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าอย่างดีเยี่ยมมาโดยตลอด” นายจรัญ กล่าว    สำหรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลัง 2566 บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นเข้าประมูลงานใหม่อย่างต่อเนื่อง รวมมูลค่ากว่า 500 ล้านบาท ในงานธุรกิจรับเหมาวางระบบไฟฟ้า, งานวางระบบสื่อสารโทรคมนาคม และเทคโนโลยีสารสนเทศ รวมทั้งให้ความสำคัญกับงานวางระบบไฟฟ้า งาน E&I ในส่วนของงานในอุตสาหกรรมพลังงาน รวมถึงมีแผนเข้าไปลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ EV ร่วมกับพันธมิตรมากขึ้น พร้อมกับบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างการเติบโตที่แข็งแกร่ง มั่นคง และยั่งยืน

LATEST NEWS

SCB WEALTH แนะจับตา 5 ปัจจัยเสี่ยงต้องติดตามช่วงครึ่งหลังปี 67

SCB WEALTH เดินหน้าจัดงานสัมมนา Exclusive Investment Talk ในหัวข้อ “รู้ทันเศรษฐกิจโลกจัดสรรความมั่งคั่งแบบมีเป้าหมาย” ให้แก่กลุ่มลูกค้า High Net Worth Individuals (HNWIs) โดยมองว่ามี 5 ปัจจัยเสี่ยงที่มีผลต่อการจัดพอร์ตลงทุนในครึ่งหลังปี 2567 เศรษฐกิจสหรัฐฯมีแนวโน้มขยายตัวได้ดีในช่วงที่เหลือของปี 2567 อัตราเงินเฟ้อชะลอลงเศรษฐกิจยุโรปหลุดพ้นจากภาวะเศรษฐกิจถดถอย (Recession)

สรุปภาพรวมภาวะตลาดหลักทรัพย์เดือนพฤษภาคม 2567

แนวโน้มการดำเนินนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯจะยังคงดอกเบี้ยสูงไปอีกระยะ (Higher for Longer) หลังจาก IMF ประเมินสถานการณ์ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในทะเลแดงทำให้สายการเดินเรือใหญ่ปรับเส้นทางขนส่งซึ่งเป็นการเพิ่มต้นทุนค่าระวางเรือและราคาสินค้าโภคภัณฑ์หลายชนิดจะยังทรงตัวในระดับสูงกระทบอัตราเงินเฟ้อที่ปรับลดลงช้ากว่าคาดแม้ว่าตลาดแรงงานส่งสัญญาณชะลอตัวขณะที่เศรษฐกิจจีนมีสัญญาณฟื้นตัวแต่ยังคงอ่อนแอรัฐบาลจีนประกาศมาตรการรักษาเสถียรภาพและกระตุ้นตลาดหุ้นทำให้ดัชนีตลาดหลักทรัพย์จีนและฮ่องกงเริ่มฟื้นตัว

ตลาดหลักทรัพย์ฯ พัฒนาระบบ SET Carbon จับมือพันธมิตรร่วมยกระดับคุณภาพข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สู่เป้าหมาย Net Zero ค.ศ.2050

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ก้าวสู่ปีที่ 50 มุ่งพัฒนาตลาดทุนอย่างยั่งยืน สู่เป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net-zero Commitment) เดินหน้าพัฒนาระบบ SET Carbon เปิดเผยข้อมูลการจัดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของตลาดทุน ตามแผนกลยุทธ์ปี 2567 โดยนำเทคโนโลยีมาพัฒนาการจัดการข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากการดำเนินธุรกิจของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) และเชื่อมต่อข้อมูลกับหน่วยงานด้านพลังงานและทรัพยากร หวังยกระดับข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (Environmental, Social, Governance: ESG) เพื่อประโยชน์ของการใช้ข้อมูล พร้อมลดกระบวนการทำงานของ บจ. ล่าสุดร่วมกับ กฟผ.แลกเปลี่ยนข้อมูลการใช้พลังงาน บจ. โดยระบบ SET Carbon เฟสแรกจะเปิดให้บริการสำหรับ บจ.ที่สนใจ ภายในไตรมาสแรกปี 2568

RELATED