ลีกาชิง ลดราคาอพาร์ทเม้นท์ ดึงดูดความสนใจ เขย่าตลาดอสังหาฮ่องกง

ผู้คนแห่ซื้อบ้าน  โครงการล่าสุดของ CK Asset Holding Ltd. ในประเทศฮ่องกง หลังจากที่หั่นราคา ต่ำสุดในรอบ 7 ปี จากความกังวลในสินค้าคงคลังที่เพิ่มขึ้นในช่วงยอดขายตกต่ำ

มีคนมาติดต่อต้องการซื้ออพาร์ทเม้นท์ของบริษัทของมหาเศรษฐี ลีกาชิง ที่ละไม่ต่ำกว่า 25 ราย ในโครงการ Coast line 2

CK Asset มักจะตั้งราคาถูกกว่าราคาตลาด เพื่อที่จะกระตุ้นการหมุนเวียน(turnover) คือราคา $HK 14,997 (1,920$) ต่อตารางฟุต (ประมาณ 67,000 บาท) และ Coast Line II เป็นโปรเจ็กต์ที่ถูกที่สุดในบรรดาโครงการใหม่ๆในเมืองฮ่องกง

ตอนโครงการนี้ถูกขายออกมา ทำให้มีนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะทำให้เกิดสงครามการตั้งราคา และอัตราดอกเบี้ยสูงกับเศรษฐกิจอ่อนแอยังคอยขัดขวางผู้ที่ต้องการซื้อบ้าน และราคาบ้านล่วงลงมาแล้ว 13% จากจุดสูงสุดในปี 2021

ตอนแรกตลาดตอบสนองไปในทางที่ดี แสดงให้เห็นว่าราคาที่ถูกลงนั้น สามารถดึงดูดผู้ใช้งานปลายทางให้สนใจได้อย่างแข็งแกร่ง

แต่ก็จะไปกระทบตลาดรอง และ โครงการอื่นๆทำให้ต้องปรับลดราคาลงเพื่อดึงดูดกำลังซื้อ

กลยุทธ์การบริหารสินทรัพย์ของ CK Asset เกิดมาจากการที่สินค้าคงเหลือในฮ่องกงหมักหมม จำนวนห้องที่สร้างเสร็จแล้วแต่ขายไม่ได้มีจำนวนมาก สูงที่สุดตั้งแต่ปี 2007 อยู่ประมาณ 83,000 ห้องที่ไร้ผู้อยู่อาศัยในฮ่องกง

ยอดขายของ CK Asset ในฮ่องกง ลดลง 66% ในครึ่งปีแรก โครงการในพื้นที่ Yau tong ในทางเกาลูนตะวันออกเฉียงใต้ดึงดูทั้งผู้อยู่อาศัยแลันักลงทุนระยะยาวเข้ามาลงทุน 2 กลุ่มหลักที่เช่าอยู่อาศัย ณ ตอนนี้คือ นักเรียนในเมืองและ ผู้ซื้อเก็งกำไรที่รอราคาปรับตัวขึ้น

จำนวนการเช่าห้องเริ่มกลับมาฟื้นตัวขึ้น และผลตอบแทนที่น่าสนใจมากขึ้น ทำให้ทาง CK Asset มองว่าเป็นจังหวะที่ดีสำหรับการประกาศราคาที่น่าตกใจของโครงการ

ตลาดอสังหาริมทรัพย์ของฮ่องกงยังจะคงอยู่ตลอดไป และ ผู้คนจะตามล่าหาราคาต่อรองอยู่เสมอ

ที่มา : Li Ka-Shing’s Discounted Apartments Draw Interest During Glut – Bloomberg

LATEST NEWS

GC-SCGC ผนึกธุรกิจปิโตรเคมี ตั้งบริษัทร่วมทุนกำลังผลิต 7.1 ล้านตันต่อปี ขึ้นแท่น TOP 10 ของโลก

GC และ SCGC รวมธุรกิจโอเลฟินส์และโพลิโอเลฟินส์ในไทย ตั้งบริษัทร่วมทุน GC ถือหุ้น 56% และ SCGC 44% มีกำลังการผลิตโอเลฟินส์รวม 7.1 ล้านตันต่อปี ตั้งเป้าสร้าง Synergy 150-200 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี คาดรับรู้ประโยชน์เต็มศักยภาพภายใน 3 ปี มุ่งลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพสินทรัพย์ และต่อยอดผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มสูง คาดจัดตั้งแล้วเสร็จครึ่งหลังปี 2570

NER ท็อปฟอร์ม! โบรกฯคาด Q3/69 กำไรโตแรง 52-58% รับอานิสงส์ราคายางพาราพุ่งกระฉูด จับตาโค้งสุดท้ายทำนิวไฮ ลุ้นปันผลครึ่งปีหลังยีลด์สูง

บมจ.นอร์ทอีส รับเบอร์ (NER) สุดแกร่ง! โบรกเกอร์พร้อมใจเชียร์ซื้อ คาดโชว์ไตรมาส 3/69 กำไรสุทธิอยู่ที่ 500-534 ล้านบาท เติบโต 52-58% จากงวดเดียวกันของปีก่อน รับแรงหนุนราคาขายยางพาราเร่งตัวแรง เกาะติดผลงานไตรมาส 4/69 ทำสถิติสูงสุดรายไตรมาส ขณะที่ บล.หยวนต้า คงคำแนะนำ “ซื้อ” เคาะราคาเป้าหมายสูงสุด 7.20 บาท พร้อมลุ้นจ่ายปันผลครึ่งปีหลัง 0.26 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราผลตอบแทน 5.6%

BVG แจง THRE ปรับโครงสร้างสู่ “Holding Company” ไม่กระทบโครงสร้างนโยบายธุรกิจ

BVG ยืนยันแผน THRE ปรับโครงสร้างการถือหุ้น และการจัดการสู่ Holding Company ไม่กระทบแนวนโยบาย – โครงสร้างการบริหารจัดการธุรกิจ เดินหน้าพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ๆ พร้อมขยายตลาดต่างประเทศ ชู 4 ยุทธศาสตร์หลัก อัพการเติบโตแกร่ง สร้างผลตอบแทนที่ดีให้ผู้ถือหุ้นต่อเนื่อง

RELATED