NER เข้าสู่รอบฟื้นตัวใหม่ โบรกให้เป้าสูงสุด 5.60 บาท กำไรแรงรับราคายางโลกพุ่ง

กูรูหุ้นเชียร์ซื้อหุ้น NER ให้กรอบราคาเป้าหมายอยู่ที่ 4.80-5.60 บาท ผลจากแนวโน้มธุรกิจดีตามทิศทางของราคายาง SICOM ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่ประเมินราคาขายปรับตัวเพิ่มขึ้นช่วยหนุนรายได้เติบโต โดยคาดผลงานไตรมาส Q2/69 และครึ่งปีหลังฟื้นตัวชัดเจน เชื่อผ่านจุดต่ำสุดของปีแล้ว พร้อมคงประมาณการกำไรทั้งปี 2569 ที่ระดับ 1,730 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.8%จากงวดเดียวกันปีก่อน

บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เผยแพร่บทวิเคราะห์หุ้น บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NER โดยแนะนำ “ซื้อ” ให้ราคาเป้าหมาย 12 เดือน (12M Target) ที่ 5.60 บาท โดยประเมินว่า กำไรไตรมาส 1/2569 คิดเป็นสัดส่วน 17.6% ของประมาณการกำไรทั้งปี โดยคาดว่าไตรมาสดังกล่าวจะเป็นไตรมาสต่ำที่สุดของปี และจะทยอยฟื้นรายไตรมาสตามทิศทางราคายาง SICOM โดยจะเด่นในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ สำหรับไตรมาส 2/2569 คาดว่ารายได้เพิ่มขึ้นตามราคาขายที่ขยับขึ้น แต่ GPM ทรงตัวเพราะต้นทุนถัวเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเช่นกัน แต่อาจเห็นการเติบโตเล็กน้อย QoQ ของกำไรขั้นต้นในรูปตัวเงินตามราคาขายที่เพิ่มขึ้น แต่ YoY คาดว่ายังคงลดลงเพราะไตรมาส 2/2568 ยังคงเป็นฐานที่สูง โดยคาดว่ากำไรปกติไตรมาส 2/2569 เบื้องต้นที่ราว 320 ล้านบาท (+/-)

ราคายาง SICOM ที่ปรับขึ้นปัจจุบันคาดว่าจะส่งผลบวกชัดเจนในไตรมาส 3-4/2569 ซึ่งคาดว่าจะทำให้กำไรกลับมาเติบโตทั้ง QoQ และ YoY ได้อีกครั้งในไตรมาส 3/2569 ทั้งนี้ ยังคงประมาณการกำไรทั้งปี 2569 ที่ 1,730 ล้านบาท (+5.8% YoY) ปัจจุบันซื้อขายที่ PER2569 ที่ 5.1 เท่า แต่งบไตรมาส 2/2569 ยังไม่เด่น รวมถึงปันผลงวดครึ่งแรกปี 2569 คาดเพียง 0.05 บาทต่อหุ้น แม้ว่ายังคงคำแนะนำซื้อ แต่เชิงกลยุทธ์อาจสะสมอีกครั้งหลังงบไตรมาส 2/2569

บริษัทหลักทรัพย์พาย จำกัด ยังคงแนะนำ ซื้อ และประเมินมูลค่าเหมาะสมได้ใหม่ที่ 5.05 บาท (6.2XPER’26E) โดยมองว่าแนวโน้มผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 2/2569 จะเห็นการฟื้นตัวจากไตรมาส 1/2569 ได้จากผลดีของราคาขายที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นตามราคายางพาราโลกที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นตั้งแต่ต้นปี อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นคือปัญหา El Niño ที่คาดว่าจะเกิดในช่วงปลายปี ทำให้เป้าการขายที่ผู้บริหารคาดไว้ที่ระดับ 500,000 ตัน น่าจะไปไม่ถึง เบื้องต้นคาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 450,000 ตันเท่านั้น จึงปรับประมาณการกำไรทั้งปีลงมาเหลือ 1,555 ล้านบาท

บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) รายงานว่า ยังคงคำแนะนำ Neutral แต่ปรับราคาเป้าหมายอยู่ที่ 4.80 บาท โดยมีมุมมอง Slightly Negative ต่อการปรับลดเป้าหมายปริมาณการขายปี 2569 เหลือ 450,000 ตัน จากความกังวลต่อภาวะ Super El Niño ที่อาจทำให้อุปทานยางตึงตัวในช่วงครึ่งหลังปี 2569 อีกทั้งยังเลื่อนการก่อสร้างโรงงานแห่งที่ 3 ออกไป เพื่อรักษาสภาพคล่องรองรับต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นซึ่งจำกัด Upside ด้านปริมาณการขายในระยะ 1-2 ปี จึงปรับลดประมาณการกำไรปกติปี 2569-2570 ลง 9% และ 5% เหลือ 1,667 ล้านบาท (+2% YoY) และ 1,772 ล้านบาท (+6% YoY) ตามลำดับ โดยชดเชยบางส่วนจากราคาขายเฉลี่ยที่ปรับเพิ่มเป็น 68 บาท/กิโลกรัม (เดิม 64 บาท/กิโลกรัม) แต่แนวโน้ม SG&A/sale ที่เพิ่มขึ้นตามต้นทุนพลังงานและค่าขนส่ง

สำหรับไตรมาส 2/2569 คาดกำไรปกติลดลง YoY จากฐานกำไรที่สูงในไตรมาส 2/2568 แต่เพิ่มขึ้น QoQ จากต้นทุนวัตถุดิบในสต็อกที่ยังสะท้อนราคารับซื้อก่อนยางปรับขึ้นแรง จะเป็นปัจจัยหนุนหลัก ทั้งนี้ คาดกำไรปกติในช่วงครึ่งปีหลัง 2569 จะปรับตัวดีขึ้นกว่าครึ่งปีแรก โดยมีทิศทางอุปทานยางภายใต้ภาวะ El Niño เป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม

LATEST NEWS

ผู้บริหาร NOVOCOCONUT ตรวจความพร้อมโรงงานฟิลิปปินส์พร้อมลุยเปิดปีนี้

นางสาวพัฒรา ทัศจันทร์ กรรมการผู้จัดการ สายงานสนับสนุนธุรกิจ บริษัท ไทย โคโคนัท จำกัด (มหาชน) หรือ COCOCO และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท NOVOCOCONUT INC. (NOVO) ในประเทศฟิลิปปินส์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและทีมงาน ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าของโครงการก่อสร้างอย่างใกล้ชิด

GC เดินหน้ายกระดับมาบตาพุดสู่ฐานธุรกิจมูลค่าสูง-คาร์บอนต่ำระดับภูมิภาคต่อยอด Green & Bio และ Specialty Chemicals ผ่านความร่วมมือกับ Toray และ Mitsubishi Corporation

บริษัท พีทีทีโกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC เดินหน้าต่อยอดความร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำจากประเทศญี่ปุ่นทั้ง Toray Industries, Inc. และ Mitsubishi Corporation เพื่อเร่งพัฒนาธุรกิจ Green & Bio ตั้งแต่การต่อยอดวัตถุดิบเหลือใช้ทางการเกษตรสู่วัสดุชีวภาพมูลค่าสูงไปจนถึงการขยายตลาดผลิตภัณฑ์ที่ต่อยอดมาจากโรงกลั่นชีวภาพสู่ลูกค้าและเจ้าของแบรนด์ในระดับสากล สอดคล้องกับกลยุทธ์ของ GC ในการยกระดับมาบตาพุดให้เป็นฐานอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ที่มีความสามารถในการแข่งขันระดับภูมิภาคและรองรับการเปลี่ยนผ่านไปสู่ธุรกิจมูลค่าสูง-คาร์บอนต่ำในระยะยาว

ปักหมุดสระบุรี! แพทยสภา-มธพ. ผนึกทรูและพันธมิตร ยกทัพ 52 คลินิกเฉพาะทาง ออกหน่วยแพทย์อาสาฯครั้งใหญ่

กรุงเทพฯ 2 มิถุนายน 2569 – มูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์ (มธพ.) ร่วมกับ แพทยสภา สถาบันมหิตลาธิเบศร สถาบันพระปกเกล้า พร้อมด้วยนักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรธรรมาภิบาลทางการแพทย์สำหรับผู้บริหารระดับสูง รุ่นที่ 12 (ปธพ.12) และนักศึกษาหลักสูต ประกาศนียบัตรผู้นำทางการแพทย์ (ปนพ.3) จัด “โครงการหน่วยแพทย์อาสาเฉพาะทางร่วมใจเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ 3 มิถุนายน 2569 ครั้งที่ 11 ประจำปี 2569” ระหว่างวันที่ 22-24 พฤษภาคม 2569 ณ ศูนย์ราชการจังหวัดสระบุรี และโรงพยาบาลสระบุรี เพื่อเพิ่มโอกาสการเข้าถึงบริการทางการแพทย์เฉพาะทาง ลดความเหลื่อมล้ำด้านสาธารณสุข และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่จังหวัดสระบุรีและจังหวัดใกล้เคียง โครงการครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในภารกิจแพทย์อาสาครั้งสำคัญแห่งปี ด้วยการระดมทีมแพทย์เฉพาะทาง บุคลากรสาธารณสุขและพันธมิตรจากหลากหลายภาคส่วนทั่วประเทศ เปิดให้บริการรวม  18 กลุ่มคลินิก ครอบคลุม 52 คลินิกเฉพาะทาง ตั้งแต่การตรวจรักษาโรคทั่วไป การคัดกรองโรค การตรวจหัวใจ การตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม การผ่าตัดส่องกล้อง ไปจนถึงการฝึกปฏิบัติการกู้ชีพพื้นฐาน พร้อมรองรับประชาชนที่เข้ารับบริการกว่า 10,000 ราย ตอกย้ำพลังความร่วมมือของภาคการแพทย์ ภาครัฐ ภาคเอกชน และจิตอาสา ในการนำบริการสุขภาพคุณภาพไปใกล้ชิดประชาชนมากขึ้น

RELATED