“NER” ย้ำเป้า 5 แสนตัน ปี 66 จากราคายางเพิ่มขึ้น ตามความต้องการของตลาด และคำสั่งซื้อล่วงหน้า

บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NER มั่นใจปี 2566 มียอดขาย 500,000 ตันตามเป้าหมายที่วางไว้ จากราคายางพารา เริ่มมีทิศทางปรับตัวเพิ่มขึ้นตามความต้องการของตลาด และยังมุ่งเน้นการขยายตลาดต่อเนื่อง ด้าน ESG บริษัทยังคงมุ่งเน้นการดำเนินงานในทุกมิติ ควบคู่ไปพร้อมกับการเติบโตอย่างยั่งยืนของบริษัท

นายชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NER ผู้ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายยางแผ่นรมควัน ยางแท่ง และยางผสม เพื่อจำหน่ายไปยังผู้ผลิตในอุตสาหกรรมยานยนต์ และกลุ่มผู้ค้าคนกลาง ทั้งในและต่างประเทศ เปิดเผยถึงสถานการณ์ราคายางพารา เริ่มมีทิศทางปรับตัวเพิ่มขึ้นตามความต้องการของตลาด (Demand) ภาวะฟื้นตัวของอุตสาหกรรมทั้งตลาดในและต่างประเทศ อาทิ กลุ่มยานยนต์ (รวมยานยนต์ไฟฟ้าตามแผนสนับสนุนของภาครัฐ) และการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่มีแนวโน้มขยายตัวหนุนความต้องการใช้ยางในภาคก่อสร้าง เป็นต้น นอกจากนี้รัฐบาลให้ความสำคัญในแก้ปัญหาการลักลอบนำเข้าและส่งออกสินค้าเกษตรผิดกฎหมายซึ่งรวมถึงยางพารา โดยเร่งเดินหน้าปราบปรามอย่างจริงจัง ประกอบกับ ผลผลิตยางช่วงนี้ลดลง จากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ มีฝนตกหนักและเกิดอุทกภัยในหลายพื้นที่ ส่งผลให้ราคายางพาราในปัจจุบันมีการปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น 4-5 บาทต่อกิโลกรัม คาดว่าจะมีแนวโน้มอยู่ในทิศทางที่ดีต่อไป

โดยในปัจจุบันบริษัทยังได้รับคำสั่งซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันบริษัทมีการขายให้กับลูกค้าไปถึงไตรมาสที่ 1/2567 แล้ว จากอานิสงค์ของคำสั่งซื้อจากประเทศจีนที่ยังมีความต้องการสูงและราคายางที่ปรับตัวดีขึ้น ทำให้ภาพรวมปี 2566 บริษัทยังคงตั้งเป้าปริมาณขายสินค้าที่ 500,000 ตัน จากกำลังการผลิตทั้งหมด 515,600 ตัน เติบโตเมื่อเทียบกับปริมาณขายปี 2565 ที่ 446,090 ตัน โดยการเติบโตมาจากการขยายตลาดไปยังกลุ่มลูกค้าต่างๆ และความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าที่มีแนวโน้มเติบโตเพิ่มมากขึ้น 

สำหรับด้าน ESG ในปี 2566 นี้ บริษัทฯ ยังดำเนินโครงการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืนในทุกมิติ ทั้งมิติด้านสิ่งแวดล้อม มิติด้านสังคม และมิติด้านบรรษัทภิบาล  อาทิ โครงการห่วงโซ่อุปทานเพื่อความยั่งยืน โครงการตลาดสีเขียว โครงการห้องสมุดเพื่อการเรียนรู้ โครงการ NER ร่วมใจลดขยะพลาสติก โครงการตรวจสุขภาพกลุ่มเปราะบาง โครงการส่งสุขความรู้สู่ดวงใจพนักงานผ่านคาราวานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นต้น และจะดำเนินโครงการเพื่อพัฒนาชุมชนและสังคมมากยิ่งขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังนี้  เพื่อสร้างประโยชน์ให้แก่ชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปพร้อมกับการเติบโตอย่างยั่งยืนของบริษัทฯ

บริษัทฯ มีการวางแผนการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ควบคู่ไปกับการลดต้นทุนการผลิตและต้นทุนในการดำเนินงาน เช่น การปรับปรุงประสิทธิภาพเครื่องจักรเพื่อรองรับการผลิตที่มากขึ้นในอนาคต  ตลอดจนการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาโรงงานเพิ่มเติม โดยปัจจุบันบริษัทฯมีพลังงานหมุนเวียน คือ พลังงานจากแสงอาทิตย์(โซลาร์เซลล์)และไบโอแก๊สที่ผลิตเพื่อใช้งานเองภายในบริษัท รวมกำลังการผลิต 8 เมกกะวัตต์  ซึ่งช่วยลดต้นทุนค่าพลังงานของบริษัทได้เป็นอย่างดี 

LATEST NEWS

GC ประกาศความสำเร็จในการออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ ชุดใหม่ ตอกย้ำความเชื่อมั่นจากนักลงทุน เสริมแกร่งโครงสร้างเงินทุนระยะยาว รองรับการเติบโตธุรกิจมูลค่าสูง-คาร์บอนต่ำ

บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ผู้นำในธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากล และแกนนำธุรกิจเคมีภัณฑ์ของกลุ่ม ปตท. ประกาศความสำเร็จในการเสนอขายหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ ชุดใหม่ มูลค่ารวม 10,000 ล้านบาท ด้วยการตอบรับอย่างดีจากนักลงทุน สะท้อนความเชื่อมั่นต่อฐานะทางการเงินและศักยภาพการดำเนินธุรกิจ พร้อมส่งเสริมความมั่นคงของโครงสร้างเงินทุนระยะยาว  รองรับกลยุทธ์การเติบโตในธุรกิจมูลค่าสูง–คาร์บอนต่ำ (High Value–Low Carbon)

SODECIA AAPICO ลงทุน 120 ล้านดอลลาร์ สร้างโรงงานแห่งใหม่ในสหรัฐฯ

บริษัทร่วมทุน SODECIA AAPICO ลงทุน 120 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สร้างโรงงานผลิตแห่งใหม่ในรัฐเซาท์แคโรไลนา ประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อผลิตและจัดส่งโครงแชสซี (Ladder Frame) ให้กับ Scout Motors โรงงานขนาด 400,000 ตารางฟุตแห่งนี้จะเป็นหนึ่งในโรงงานที่ทันสมัยที่สุดในภูมิภาค และคาดว่าจะสร้างการจ้างงานเกือบ 400 ตำแหน่ง โดยพิธีวางศิลาฤกษ์จัดขึ้นวันที่ 8 ธันวาคม 2568

EXUS จัดงาน Executive Forum ชู AI พลิกโฉมการบริหารหนี้

“เอ็กซ์ซุส” จัดงาน EXUS Executive Forum ยกระดับโครงสร้างงานบริหารหนี้ของไทย ภายใต้บริบททางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว และกฎระเบียบใหม่ด้านข้อมูลและ AI เพิ่มความโปร่งใส และช่วยยกระดับการบริหารความเสี่ยงด้านเครดิตของประเทศ

RELATED