ORI โชว์ Backlog แกร่ง 47,329 ล้านบาท รอรับรู้รายได้ต่อเนื่อง 5 ปี พร้อมเสนอขายหุ้นกู้ชุดใหม่ 10 – 11, 13 กุมภาพันธ์ 2568 นี้ให้แก่ผู้ลงทุนทั่วไป ชูอัตราดอกเบี้ยคงที่ 4.50 -5.15% ต่อปี

บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI พร้อมเสนอขายหุ้นกู้ให้แก่ผู้ลงทุนทั่วไปและผู้ลงทุนสถาบันจำนวน 3 รุ่นอัตราดอกเบี้ย 4.50 – 5.15% จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือนเสนอขายระหว่างวันที่ 10 – 11 และวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2568 ผ่าน 9 สถาบันการเงินได้แก่ธ.ซีไอเอ็มบีไทยบล. เอเซียพลัสบล. ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) บล.บลูเบลล์บล.โกลเบล็ก บล.ยูโอบีเคย์เฮียน บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) บล.พาย และบล.เมอร์ชั่นพาร์ทเนอร์ พร้อมโชว์ Backlog ในมือ 47,329 ล้านบาท รอรับรู้สร้างรายได้ต่อเนื่อง 5 ปี เตรียมโอนกรรมสิทธิ์โครงการคอนโดก่อสร้างแล้วเสร็จใหม่ปี 2568 เพิ่มอีก 13 โครงการมูลค่าโครงการรวม 17,180 ล้านบาท มีแบ็คล็อกเฉลี่ยแล้วกว่า 70%

นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI เปิดเผยว่า ORI พร้อมเสนอขายหุ้นกู้ครั้งที่ 1/2568 โดยหุ้นกู้ที่เสนอในครั้งนี้ เป็นหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ทั้งนี้ทริสเรทติ้งจัดอันดับเครดิตองค์กรและจัดอันดับความน่าเชื่อถือของหุ้นกู้ที่ระดับ “BBB+” แนวโน้ม “คงที่” อันดับเครดิตดังกล่าวสะท้อนถึงสถานะขององค์กรที่มีแบ็คล็อกสูง รอรับรู้รายได้ต่อเนื่อง 5 ปี โดยมีวัตถุประสงค์เสนอขายหุ้นกู้ครั้งนี้เพื่อนำไปใช้ในการชำระคืนหุ้นกู้ที่จะครบกำหนดรอบเมษายน 2568 โดยหุ้นกู้ที่เสนอขายมีจำนวนทั้งหมด 3 ชุดพร้อมเสนอขายหุ้นกู้ระหว่างวันที่ 10 – 11 และวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2568 หุ้นกู้ทั้ง 3 ชุด ชำระดอกเบี้ยทุก 3 เดือน และมีรายละเอียดดังนี้ 

  • หุ้นกู้ชุดที่ 1 อายุ 2 ปี 1 เดือน 8 วัน อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 4.50 ต่อปี
  • หุ้นกู้ชุดที่ 2 อายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 4.85 ต่อปี
  • หุ้นกู้ชุดที่ 3 อายุ 4 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 5.15 ต่อปี

ในปี 2567 บริษัทฯ มียอดขายหรือ Presale จากโครงการที่อยู่อาศัยจำนวน 35,435 ล้านบาท ได้ตามเป้าหมายโดยแบ่งเป็นยอดขายที่อยู่อาศัยแนวสูงหรือคอนโดมิเนียมภายใต้บริษัท ออริจิ้น เวอร์ติเคิล คอร์ปอเรชั่น จำกัด จำนวน 28,891 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 82%  ขณะที่ยอดขายจากโครงการบ้านจัดสรรหรือที่อยู่อาศัยแนวรายภายใต้บริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน) หรือ BRI จำนวน 6,544 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 18% ของยอดขายทั้งหมด  

นอกจากนี้ในปี 2567 ยังคงมีโครงการร่วมทุนใหม่ รวม 14 โครงการ ทั้งโครงการคอนโดมิเนียม โครงการบ้านจัดสรร โรงแรม และคลังสินค้า ทำให้สิ้นปี 2567 กลุ่มบริษัท มีโครงการร่วมทุนรวม 119 โครงการ มูลค่ารวม 186,960 ล้านบาท บริษัทฯ ยังเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันด้วยการเปิดตัว Origin Agent Club เพื่อเปิดตลาดเชิงรุกเจาะกลุ่มลูกค้าต่างชาติด้วยการจับมือกับเอเจนท์กว่า 300 ราย ทำให้ปี 2567 ที่ผ่านมาบริษัทฯสามารถทำยอดขายกลุ่มลูกค้าต่างชาติได้ถึง 5,700 ล้านบาท เติบโตถึง 225% 

ในส่วนของกลุ่มธุรกิจใหม่ของบริษัทฯหรือ New S Curve ทั้งธุรกิจโรงแรม คลังสินค้า และบริการ เพื่อสร้างสมดุลการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยปัจจุบันธุรกิจโรงแรมครอบคลุมโรงแรมแบรนด์ดัง 11 แห่ง อาทิ สเตย์บริดจ์ สวีท แบงค็อก ทองหล่อ, ฮอลิเดย์ อินน์ แอนด์ สวีทส์ ศรีราชา-แหลมฉบัง, อินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพ สุขุมวิท และมีห้องพักทั้งหมด 2,657 ห้อง โดยในช่วงเดือนธันวาคม 2567 มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยสูงถึง 76% ธุรกิจคลังสินค้ามีทำเลยุทธศาสตร์ขนส่งทั้งหมด 10 แห่งทั่วประเทศ อาทิ สมุทรปราการ ปทุมธานี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี คิดเป็นพื้นที่เช่ารวมกว่า 403,447 ตารางเมตร โดยมีอัตราเช่าคลังสินค้าทะลุ 90%และสุดท้ายธุรกิจบริการอสังหาฯครบวงจรภายใต้บริษัท พรีโม เซอร์วิส โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PRI นั้น ปัจจุบัน ดูแลลูกค้าตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ทั้งควบคุมงานก่อสร้าง บริหารนิติบุคคล บริหาร Investment Property บริการออกแบบและตกแต่งภายใน บริการด้านความสะอาด ที่ดูแลทั้งหมดกว่า 229 โครงการ คิดเป็นกว่า 44.650 ครอบครัว ซึ่งกลุ่มธรุกิจใหม่ของบริษัทฯจะสามารถสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับบริษัทฯได้ในระยะยาว โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาการสร้างอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายเพียงอย่างเดียว

สำหรับผู้ลงทุนที่สนใจลงทุนหุ้นกู้ สามารถจองซื้อขั้นต่ำ 100,000 บาท และทวีคูณของ 100,000 บาท ผ่านสถาบันการเงินทั้ง 9 แห่ง ดังต่อไปนี้

  • ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) โทร. 02-626-7777 หรือ จองซื้อผ่าน Mobile application – CIMB Thai 
  • บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด โทร. 02-680-4004h
  • บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด โทร. 02-846-8675
  • บริษัทหลักทรัพย์ บลูเบลล์ จำกัด โทร. 02-249-2999    
  • บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด โทร. 02-687-7543
  • บริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) โทร. 02-659-5272-73
  • บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) โทร. 02-658-5050
  • บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) โทร. 02-205-7000 ต่อ 7387
  • บริษัทหลักทรัพย์ เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ จำกัด (มหาชน) โทร. 02-660-6688

คำเตือน: การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาและทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน ทั้งนี้ ผู้ลงทุนสามารถศึกษารายละเอียดได้จากแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนที่ www.sec.or.th

หมายเหตุ: การจัดสรรขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ เงื่อนไขการจัดจำหน่ายเป็นไปตามที่กำหนดในร่างหนังสือชี้ชวน

LATEST NEWS

GC เสริมแกร่งตลอดปี 68 ลุยปรับโครงสร้างเงินทุน ดันดิจิทัล-พันธมิตรขับเคลื่อนธุรกิจ

บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC สรุปการดำเนินงานตามกลยุทธ์ เพื่อเสริมความแข็งแกร่ง ตลอดปี 2568 จากการดำเนินงานตามแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพแบบองค์รวม (Holistic Optimization) ควบคู่กับการประยุกต์ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลในทุกมิติ ภายใต้กรอบ 3 Smarts ได้แก่ Smart Plant, Smart Sales & Marketing และ Smart Work Process ส่งผลให้สามารถยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน ควบคู่กับการเสริมความแข็งแกร่งทางการเงิน โดย GC ประสบความสำเร็จในการออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นครั้งแรก มูลค่า 1,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และการออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ สกุลเงินบาท ชุดใหม่ มูลค่ารวม 10,000 ล้านบาท ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีมากจากนักลงทุน สะท้อนความเชื่อมั่นต่อฐานะทางการเงินและศักยภาพการดำเนินธุรกิจของ GC

บทความ Session : Family Business

ท่ามกลางพายุเศรษฐกิจที่โหมกระหน่ำจากภายนอก ความท้าทายที่แท้จริงของการส่งต่อความมั่งคั่งอาจไม่ได้มาจากสภาวะตลาด แต่กลับเป็น “พายุภายใน” ครอบครัวที่กำลังก่อตัวขึ้นจากความไม่เข้าใจ ช่องว่างระหว่างวัย และการขาดการวางแผนที่ดี ในงานสัมมนา SCB WEALTH Holistic Wealth Forum 2025: Storm Shift

The Storm Shift: บทใหม่ของความมั่งคั่ง ในโลกที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป”

ท่ามกลางพายุเศรษฐกิจและความผันผวนรอบด้านที่ทำให้ โลกวันนี้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป แนวคิดเรื่องการบริหารความมั่งคั่งจึงต้องปรับตัวครั้งใหญ่ SCB WEALTH จึงจัดงานสัมมนา SCB WEALTH: Holistic Wealth Forum 2025 ภายใต้ธีม The Storm Shift เพื่อทำหน้าที่เสมือน “ประภาคาร” คอยชี้ทางให้นักลงทุนท่ามกลางความไม่แน่นอน

RELATED