PR9 ปักธงรายได้ปีมังกรทองโต 12% ทะลุ 4.7 พันลบ. โชว์ผลงานปี 66 ทุบสถิติ All Time High 

PR9 ปักธงรายได้ปี 2567 โต 12% ทะลุ 4,700 ล้านบาทเตรียมแผนลุยขยายวอร์ด-รุกตลาดผู้ป่วยต่างชาติล่าสุดโชว์ผลงานปี 66 รายได้รวมทุบสถิติ All Time High 4,253 ล้านบาทกำไรสุทธิ 558 ล้านบาท อานิสงค์โค้งสุดท้ายไตรมาส 4/66 รายได้โตเด่นแตะ 1,175 ล้านบาทกำไรสุทธิ 188 ล้านบาท Net profit margin 15.8% จากแรงหนุนแบรนด์แข็งแกร่งเป็นที่รู้จักและยอมรับในกลุ่มผู้ป่วยทั้งในและต่างชาติ พร้อมเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นหนุนการรักษาศัลยกรรมทั่วไป-โรคยากซับซ้อนเติบโตโดดเด่น-เคสเปลี่ยนไตทำนิวไฮ 

นพ.เสถียร ภู่ประเสริฐ รองประธานกรรมการและกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท โรงพยาบาลพระรามเก้า จำกัด (มหาชน) หรือ PR9 ผู้ดำเนินธุรกิจสถานพยาบาลเอกชนประเภทรับผู้ป่วยไว้ค้างคืน   เปิดเผยถึงแผนการดำเนินงานปี 2567 ว่า บริษัทปักธงขับเคลื่อนรายได้รวมเติบโต 12% ทะลุ 4,700 ล้านบาท ภายใต้การเดินหน้ากลยุทธ์ด้านการพัฒนาความเชี่ยวชาญการรักษาโรคยากซับซ้อน เพื่อยกระดับศักยภาพการแข่งขัน ขับเคลื่อนการเติบโตต่อเนื่องแบบยั่งยืน ควบคู่ไปกับการขยายวอร์ดเพิ่มเติม รองรับผู้ป่วยนอก (OPD) และผู้ป่วยใน (IPD) ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น รวมถึงการทำการตลาดเชิงรุกขยายฐานผู้ป่วย ทั้งชาวไทยและต่างชาติ อาทิ กัมพูชา, พม่า, สปป.ลาว และจีน รวมถึงผู้ป่วยชาวอาหรับ ที่ขณะนี้เริ่มเห็นสัญญาณเชิงบวกในการเข้าใช้บริการเพิ่มสูงขึ้น 

“ปัจจุบันโรงพยาบาลพระรามเก้ามีแบรนด์ที่แข็งแกร่งเป็นที่รู้จักในวงกว้าง ทั้งในกลุ่มผู้ป่วยไทยและผู้ป่วยต่างชาติ ที่เกิดจากความตั้งใจของทีมงานที่มุ่งเน้นพัฒนาศักยภาพทางการแพทย์ ใช้เครื่องมือที่ทันสมัย รวมถึงพัฒนาบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญในการรักษาโรคยากซับซ้อน ส่งผลให้ผู้ป่วยมอบความไว้ใจให้กับโรงพยาบาลและเข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้นในทุกๆปี และจากแผนการดำเนินงานปี 2567 ที่วางไว้ ประกอบกับลมส่งจากการเพิ่มขึ้นของชาวต่างชาติที่เข้ามาไทยในปีนี้ มั่นใจภาพรวมทั้งปี จะสามารถผลักดันรายได้เติบโต 12% แตะ 4,700 ล้านบาท” นพ.เสถียร กล่าว

นพ.เสถียร กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับภาพรวมผลการดำเนินงานปี 2566 รายได้รวมทุบสถิติ All Time High 4,253 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.5% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิ 558 ล้านบาท หากไม่รวมรายการวัคซีนที่ลูกค้าไม่มาใช้บริการ กำไรสำหรับปี 2566 จะสูงกว่า กำไรสำหรับปี 2565 คิดเป็น 3.8% อานิสงค์ช่วงโค้งสุดท้ายไตรมาส 4/66 เติบโตโดดเด่น จากแบรนด์ที่แข็งแกร่งเป็นที่รู้จักและยอมรับในกลุ่มผู้ป่วยทั้งในและต่างชาติ และเข้าสู่ช่วงไฮซีชั่นของธุรกิจโรงพยาบาล ซึ่งมีผู้ป่วยเข้ามาใช้บริการเป็นจำนวนมาก จากการเข้ามาใช้บริการตรวจสุขภาพประจำปี, การผ่าตัดทั่วไป รวมถึงการทำเลสิค 

โดยภาพรวมผลประกอบการไตรมาส 4/66 บริษัทมีกำไรสุทธิ 188 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49 ล้านบาท เติบโต  36% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน หากไม่รวมรายการวัคซีนที่ลูกค้าไม่มาใช้บริการบริษัทจะมีกำไรสุทธิ 139 ล้านบาท โดยมีรายได้รวมอยู่ที่ 1,191 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 75 ล้านบาท เติบโต 10% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่รายได้รวม 1,086 ล้านบาท

“รายได้ทั้งปี 2566 เติบโตโดดเด่นทำ All Time High อานิสงส์จากการขยายตัวของทั้งผู้ป่วย OPD และ IPD ที่เข้ามารักษาโรคทั่วไปและโรคยากซับซ้อน โดยเฉพาะความเชี่ยวชาญในการรักษากลุ่มผู้ป่วยโรคไต ส่งผลให้จำนวนเคสเปลี่ยนไตของปีนี้พุ่งทำนิวไฮ ที่ 103 เคส นับเป็นการเติบโต 20% จากปีที่แล้วที่ทำไว้ 86 เคส” นพ.เสถียร กล่าว 

LATEST NEWS

GC เสนอขายหุ้นกู้ต่อประชาชนทั่วไป 2 ชุด อายุ 7 ปีที่อัตราดอกเบี้ย 2.65% ต่อปีและ 10 ปีที่อัตราดอกเบี้ย 3.00% ต่อปี พร้อมเดินหน้าบริหารโครงสร้างเงินทุนเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต

บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ผู้นำในธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากลและแกนนำธุรกิจเคมีภัณฑ์ของกลุ่ม ปตท. เสนอขายหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ซึ่งผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนก่อนครบกำหนด ต่อประชาชนเป็นการทั่วไป (Public Offering) โดยหุ้นกู้แบ่งเป็น 2 ชุด ได้แก่ หุ้นกู้รุ่นอายุ 7 ปี อัตราดอกเบี้ย 2.65% ต่อปี และรุ่นอายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ย 3.00% ต่อปี เปิดจองซื้อ 3 ช่วง ระหว่างวันที่ 14–21 กันยายน 2569 โดยหุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ AA-(tha) จากฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569

WHART ทุ่ม 2.5 พันล้านฮุบ WGCL ล็อกสัญญาเช่า 30 ปี ชูจุดแข็งคลังสินค้า Built-to-Suit เคาะราคาขายสูงสุด 11.10 บาท เปิดจองหน่วยเพิ่มทุน 21 ก.ย.-1 ต.ค.

กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดับบลิวเอชเอ พรีเมี่ยม โกรท (WHART) เดินหน้าขยายพอร์ตต่อเนื่องด้วยการเข้าลงทุนใน WGCL ศูนย์กระจายสินค้าระดับสากลบนทำเลยุทธศาสตร์ EEC มาบตาพุด จ.ระยอง มูลค่ารวมไม่เกิน 2,507.60 ล้านบาท สินทรัพย์คุณภาพสูงแบบ Built-to-Suit พื้นที่รวม 99,390 ตร.ม. พร้อมสัญญาเช่าระยะยาว 30 ปี ดันมูลค่าทรัพย์สินรวมทะลุ 56,000 ล้านบาท เปิดจองซื้อหน่วยทรัสต์เพิ่มทุน ผู้ถือหน่วยเดิมจอง 21 – 25 ก.ย. และประชาชนทั่วไป 28 ก.ย.-1 ต.ค.69 นี้

NER โดดเด่นครึ่งปีหลัง โบรกเกอร์เชียร์ “ซื้อ” เคาะราคาเป้าหมายสูงสุด 6.50 บาท รับอานิสงส์ราคายางฟื้น-Supply ตึงตัว คาดกำไรปี 69 แตะ 1.8 พันลบ. ชูจุดเด่น PE ต่ำกลุ่มสินค้า EUDR

นักวิเคราะห์แนะนำ “ซื้อ” หุ้น บมจ.นอร์ทอีส รับเบอร์ (NER) ให้ราคาเป้าหมายสูงสุด 6.50 บาท/หุ้น มองแนวโน้มผลการดำเนินงานครึ่งหลังปี 69 มีโอกาสฟื้นตัวโดดเด่น ตามทิศทางราคายางที่ปรับตัวสูงขึ้นจากภาวะ Supply ในตลาดที่ตึงตัว พร้อมมอง NER เป็นหนึ่งในผู้ผลิตยางแท่งไทยที่มีโอกาสได้รับประโยชน์จากมาตรการ EUDR ของยุโรป หากเริ่มบังคับใช้ ขณะที่คาดกำไรทั้งปีมีโอกาสแตะ 1.8 พันล้านบาท และราคาหุ้นยังมีจุดเด่นจากค่า PE ที่อยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับกลุ่มผู้ผลิตสินค้า EUDR

RELATED