Ray Dalio เตือน! ขยับเพดานหนี้ไม่จบ ระบบการเงินล่มสลาย

เรย์ ดาลิโอ ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินและเศรษฐกิจ ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นผ่าน LinkedIn ของเขาในวันนี้เกี่ยวกับเรื่อง ที่เป็นประเด็นร้อนแรง เพดานหนี้สหรัฐ และชี้แนวทางที่ประเทศจะรอดไปได้

Ray เชื่อว่า อย่างแรก ถ้าขยับเพดานหนี้ขึ้นไปอีก จะส่งผลให้ระบบการเงินล่มสลาย เป็นทางเลือกที่ไม่ยั่งยืน เพราะ ยิ่งเพิ่มหนี้เร็วกว่ารายได้ ความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้ก็ยิ่งมีมากขึ้นไปอีก และจะแทบเป็นไปไม่ได้ที่จะสามารถจ่ายหนี้คืนทันดอกเบี้ยที่ปรับสูงขึ้น เมื่อเทียบกับเงินเฟ้อ และไม่สามารถเป็นหนี้ โดยที่ไม่ต้องจ่าย ดอกเบี้ยสูงเกินไป

ถ้าเกิดว่าก้อนหนี้ ไปถึงจุดที่ ผู้ซื้อหนี้ ไม่เพียงพอต่อจำนวนหนี้ในตลาด ธนาคารกลางสหรัฐจะมีทางเลือก 2 ทาง

1. ขึ้นดอกเบี้ย เพื่อ ทำให้ความต้องการซื้อ และ ความต้องการขายมีความสมดุล หมายความว่าจะทำให้ลูกหนี้รับภาระที่มากขึ้น และ เกิดเศรษฐกิจล้มเหลว

2. พิมพ์เงินออกมาเพิ่ม และนำมาซื้อหนี้ในระบบ จะไปกระตุ้นเงินเฟ้อ และผลักดันให้ผู้ที่เป็นหนี้ ขายหนี้คืนห็ธนาคารกลาง ทำให้เกิดความไม่สมดุลในระบบวงจรหนี้มากกว่าเดิม

ทั้ง 2 เคส จะก่อให้เกิด วิกฤติหนี้สาธารณะ ซึ่งคล้ายคลึงกันกับวิกฤติธนาคารที่เราได้เห็นกันอยู่ในขณะนี้ แต่คราวนี้จะเกิดกับธนาคารกลางสหรัฐโดยตรง

อย่างที่สอง ในกรณีที่ไม่ขยับเพดานหนี้ขึ้นไปอีก ก็จะนำไปสู่การผิดนัดชำระหนี้ หรือ ลดการใช้จ่ายพื้นฐาน แต่ก็จะมีผู้ที่ไม่สามารถลดค่าใช้จ่าย ได้ ทำให้เกิด ความวุ่นวายทางการเงิน และการออกมาเคลื่อนไหวทางสังคม

Ray เสนอทางออกในมุมมองของเขาว่า “จำเป็นต้องปฏิรูปทั้งระบบ”

เพื่อจัดการกับปัญหาทางการเงิน เศรษฐกิจ และปัญหาวิกฤติหนี้ระดับประเทศจำเป็นต้องมีการปรับโครงสร้าง โดยเริ่มจาก แผนการร่วมมือกันของทั้ง2ฝ่าย รัฐบาล และ ฝ่ายค้าน อย่างชาญฉลาดเป็นทางรอดทางเดียวที่พวกเราจะผ่านพ้นวิกฤติครั้งนี้ไปได้

LATEST NEWS

GC เสนอขายหุ้นกู้ต่อประชาชนทั่วไป 2 ชุด อายุ 7 ปีที่อัตราดอกเบี้ย 2.65% ต่อปีและ 10 ปีที่อัตราดอกเบี้ย 3.00% ต่อปี พร้อมเดินหน้าบริหารโครงสร้างเงินทุนเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต

บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ผู้นำในธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากลและแกนนำธุรกิจเคมีภัณฑ์ของกลุ่ม ปตท. เสนอขายหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ซึ่งผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนก่อนครบกำหนด ต่อประชาชนเป็นการทั่วไป (Public Offering) โดยหุ้นกู้แบ่งเป็น 2 ชุด ได้แก่ หุ้นกู้รุ่นอายุ 7 ปี อัตราดอกเบี้ย 2.65% ต่อปี และรุ่นอายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ย 3.00% ต่อปี เปิดจองซื้อ 3 ช่วง ระหว่างวันที่ 14–21 กันยายน 2569 โดยหุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ AA-(tha) จากฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569

WHART ทุ่ม 2.5 พันล้านฮุบ WGCL ล็อกสัญญาเช่า 30 ปี ชูจุดแข็งคลังสินค้า Built-to-Suit เคาะราคาขายสูงสุด 11.10 บาท เปิดจองหน่วยเพิ่มทุน 21 ก.ย.-1 ต.ค.

กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดับบลิวเอชเอ พรีเมี่ยม โกรท (WHART) เดินหน้าขยายพอร์ตต่อเนื่องด้วยการเข้าลงทุนใน WGCL ศูนย์กระจายสินค้าระดับสากลบนทำเลยุทธศาสตร์ EEC มาบตาพุด จ.ระยอง มูลค่ารวมไม่เกิน 2,507.60 ล้านบาท สินทรัพย์คุณภาพสูงแบบ Built-to-Suit พื้นที่รวม 99,390 ตร.ม. พร้อมสัญญาเช่าระยะยาว 30 ปี ดันมูลค่าทรัพย์สินรวมทะลุ 56,000 ล้านบาท เปิดจองซื้อหน่วยทรัสต์เพิ่มทุน ผู้ถือหน่วยเดิมจอง 21 – 25 ก.ย. และประชาชนทั่วไป 28 ก.ย.-1 ต.ค.69 นี้

NER โดดเด่นครึ่งปีหลัง โบรกเกอร์เชียร์ “ซื้อ” เคาะราคาเป้าหมายสูงสุด 6.50 บาท รับอานิสงส์ราคายางฟื้น-Supply ตึงตัว คาดกำไรปี 69 แตะ 1.8 พันลบ. ชูจุดเด่น PE ต่ำกลุ่มสินค้า EUDR

นักวิเคราะห์แนะนำ “ซื้อ” หุ้น บมจ.นอร์ทอีส รับเบอร์ (NER) ให้ราคาเป้าหมายสูงสุด 6.50 บาท/หุ้น มองแนวโน้มผลการดำเนินงานครึ่งหลังปี 69 มีโอกาสฟื้นตัวโดดเด่น ตามทิศทางราคายางที่ปรับตัวสูงขึ้นจากภาวะ Supply ในตลาดที่ตึงตัว พร้อมมอง NER เป็นหนึ่งในผู้ผลิตยางแท่งไทยที่มีโอกาสได้รับประโยชน์จากมาตรการ EUDR ของยุโรป หากเริ่มบังคับใช้ ขณะที่คาดกำไรทั้งปีมีโอกาสแตะ 1.8 พันล้านบาท และราคาหุ้นยังมีจุดเด่นจากค่า PE ที่อยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับกลุ่มผู้ผลิตสินค้า EUDR

RELATED