“ซัมซุง” ลดการผลิตแผ่นชิป หลังกำไร Q1 ดิ่ง 96% ต่ำสุดรอบ 14 ปี

ซัมซุง อีเล็กโทรนิกส์ ประกาศในวันศุกร์ว่าจะลดการผลิตแผ่นชิป “อย่างมีนัยสำคัญ” หลังจากแจ้งกำไรเบื้องต้นที่ต่ำกว่าคาดที่ดิ่งลง 96% ในไตรมาสแรก เนื่องจากการชะลอตัวอย่างรุนแรงของตลาดเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลก

ราคาหุ้นของซัมซุง ซึ่งเป็นผู้ผลิตแผ่นชิปและโทรทัศน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ปรับขึ้น 3% ในช่วงแรกของการซื้อขาย ในขณะที่หุ้นของบริษัทคู่แข่ง SK Hynix ทะยานขึ้น 5% เนื่องจากนักลงทุนตอบรับต่อข่าวการลดกำลังการผลิตแผ่นชิป ซึ่งจะช่วยลดแรงกดดันทางด้านราคา

ซัมซุงประมาณว่ากำไรเบื้องต้นได้ลดลงเหลือ 600,000 ล้านวอน (455.5 ล้านดอลลาร์) ในช่วงไตรมาส ม.ค.-มี.ค. เทียบกับ 14.12 ล้านล้านวอน ในช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยตัวเลขกำไรของไตรมาสแรกปีนี้ถือว่าต่ำสุดในรอบ 14 ปี

ซัมซุงแถลงว่า “อุปสงค์ของแผ่นชิปหน่วยความจำลดลงรุนแรง เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจมหภาคและกำลังการซื้อของผู้ใช้ที่ชะลอตัวโดยผู้ใช้หลายรายหันไปปรับสต็อกแผ่นชิปด้วยเหตุผลทางด้านการเงิน”

“เราจะลดการผลิตแผ่นชิปหน่วยความจริงลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับสินค้าที่มีอุปทานเพียงพออยู่แล้ว”

การประกาศลดการผลิตของซัมซุงในครั้งนี้มีความชัดเจนมากเป็นพิเศษ เนื่องจากก่อนหน้านี้ บริษัทมักจะพูดถึงแต่การปรับตัวเล็กๆ น้อยๆ เช่น การปรับปรุงระบบสายพานการผลิต แต่ไม่ใช่การลดการผลิตอย่างเต็มตัว

บริษัทวิจัย Refinitiv SmartEstimate คาดก่อนหน้านี้ว่ากำไรไตรมาสแรกของซัมซุงจะอยู่ที่ประมาณ 873,000 ล้านวอน หลังจากการซาวด์เสียงนักวิเคราะห์ที่ส่วนใหญ่มักจะประเมินได้ค่อนข้างถูกต้องใกล้เคียง

ข้อมูลของซัมซุง ระบุว่า ตัวเลขของไตรมาสล่าสุดถือว่าต่ำสุดนับตั้งแต่ไตรมาสแรกของปี 2009 เมื่อกำไรเบื้องต้นของบริษัทยืนอยู่ที่ 590,000 ล้านวอน

ที่มา : Samsung to cut chip production after posting lowest profit in 14 years | CNN Business

LATEST NEWS

SCB WEALTH แนะจับตา 5 ปัจจัยเสี่ยงต้องติดตามช่วงครึ่งหลังปี 67

SCB WEALTH เดินหน้าจัดงานสัมมนา Exclusive Investment Talk ในหัวข้อ “รู้ทันเศรษฐกิจโลกจัดสรรความมั่งคั่งแบบมีเป้าหมาย” ให้แก่กลุ่มลูกค้า High Net Worth Individuals (HNWIs) โดยมองว่ามี 5 ปัจจัยเสี่ยงที่มีผลต่อการจัดพอร์ตลงทุนในครึ่งหลังปี 2567 เศรษฐกิจสหรัฐฯมีแนวโน้มขยายตัวได้ดีในช่วงที่เหลือของปี 2567 อัตราเงินเฟ้อชะลอลงเศรษฐกิจยุโรปหลุดพ้นจากภาวะเศรษฐกิจถดถอย (Recession)

สรุปภาพรวมภาวะตลาดหลักทรัพย์เดือนพฤษภาคม 2567

แนวโน้มการดำเนินนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯจะยังคงดอกเบี้ยสูงไปอีกระยะ (Higher for Longer) หลังจาก IMF ประเมินสถานการณ์ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในทะเลแดงทำให้สายการเดินเรือใหญ่ปรับเส้นทางขนส่งซึ่งเป็นการเพิ่มต้นทุนค่าระวางเรือและราคาสินค้าโภคภัณฑ์หลายชนิดจะยังทรงตัวในระดับสูงกระทบอัตราเงินเฟ้อที่ปรับลดลงช้ากว่าคาดแม้ว่าตลาดแรงงานส่งสัญญาณชะลอตัวขณะที่เศรษฐกิจจีนมีสัญญาณฟื้นตัวแต่ยังคงอ่อนแอรัฐบาลจีนประกาศมาตรการรักษาเสถียรภาพและกระตุ้นตลาดหุ้นทำให้ดัชนีตลาดหลักทรัพย์จีนและฮ่องกงเริ่มฟื้นตัว

ตลาดหลักทรัพย์ฯ พัฒนาระบบ SET Carbon จับมือพันธมิตรร่วมยกระดับคุณภาพข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สู่เป้าหมาย Net Zero ค.ศ.2050

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ก้าวสู่ปีที่ 50 มุ่งพัฒนาตลาดทุนอย่างยั่งยืน สู่เป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net-zero Commitment) เดินหน้าพัฒนาระบบ SET Carbon เปิดเผยข้อมูลการจัดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของตลาดทุน ตามแผนกลยุทธ์ปี 2567 โดยนำเทคโนโลยีมาพัฒนาการจัดการข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากการดำเนินธุรกิจของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) และเชื่อมต่อข้อมูลกับหน่วยงานด้านพลังงานและทรัพยากร หวังยกระดับข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (Environmental, Social, Governance: ESG) เพื่อประโยชน์ของการใช้ข้อมูล พร้อมลดกระบวนการทำงานของ บจ. ล่าสุดร่วมกับ กฟผ.แลกเปลี่ยนข้อมูลการใช้พลังงาน บจ. โดยระบบ SET Carbon เฟสแรกจะเปิดให้บริการสำหรับ บจ.ที่สนใจ ภายในไตรมาสแรกปี 2568

RELATED