The Storm Shift: บทใหม่ของความมั่งคั่ง ในโลกที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป”

ท่ามกลางพายุเศรษฐกิจและความผันผวนรอบด้านที่ทำให้ โลกวันนี้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป แนวคิดเรื่องการบริหารความมั่งคั่งจึงต้องปรับตัวครั้งใหญ่ SCB WEALTH จึงจัดงานสัมมนา SCB WEALTH: Holistic Wealth Forum 2025 ภายใต้ธีม The Storm Shift เพื่อทำหน้าที่เสมือน “ประภาคาร” คอยชี้ทางให้นักลงทุนท่ามกลางความไม่แน่นอน

คุณกฤษณ์ จันทโนทก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ในยุคที่โลกมีความไม่แน่นอนนี้ ความมั่งคั่งไม่ได้หมายถึงแค่มูลค่าสินทรัพย์อีกต่อไป แต่คือความสามารถในการรักษา ขยาย และส่งต่อ ความมั่งคั่งได้อย่างยั่งยืน “The Storm Shift ” สะท้อนความจริงที่ว่าโลกวันนี้ไม่อาจหยุดรอให้พายุสงบ แต่ทุกคนจำเป็นต้อง Shift เพื่อเปลี่ยนมุมคิดและกลยุทธ์สู่การบริหารความมั่งคั่งแบบรอบด้านและให้มั่นคงกว่าเดิม เพื่อรักษาความมั่งคั่งได้อย่างยั่งยืน

SESSION 1 :The Future of Thai Wealth เมื่อพายุโลกพา “โอกาสทองของไทย” กลับมาอีกครั้ง

Speaker:
คุณอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)
คุณนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)

แม้การลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) ที่ทั่วโลกหดตัวติดต่อกัน 2 ปี ในปีที่ผ่านมาติดลบถึง 11% แต่คุณนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ ชี้ให้เห็นต่างในอาเซียนที่เติบโตสวนกระแสกว่า 8% โดยไทยได้รับอานิสงส์ครั้งนี้ จากความโดดเด่น ทั้งในแง่ความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน ศักยภาพด้านพลังงานสะอาด ซัพพลายเชนที่ครบวงจร นโยบายส่งเสริมการลงทุนที่ชัดเจนและต่อเนื่อง ทำให้มีเม็ดเงินที่ไหลเข้าสู่ไทยในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น เซมิคอนดักเตอร์ อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ยานยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ ดาต้าเซ็นเตอร์ และเทคโนโลยี AI สำนักงานBOI จึงเร่งเครื่องเปลี่ยนไทยจาก “ฐานการผลิต” สู่ “ฐานอุตสาหกรรมเทคโนโลยี” มุ่งเน้นการสร้างห่วงโซ่อุปทานใหม่และยกระดับทักษะแรงงานเพื่อการเติบโตระยะยาว

สอดคล้องกับ คุณอัสสเดช คงสิริ ที่มองว่าตลาดทุนไทยต้องเร่งปรับตัวจาก Old Economy สู่ New S-Curve เพื่อรับลูกกับคลื่นการลงทุนใหม่ ตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงผลักดันโครงการ JUMP+ อย่างจริงจัง เพื่อช่วยบริษัทจดทะเบียนวางแผนลงทุน เพิ่ม ROE และสื่อสารแผนการเติบโตอย่างโปร่งใส หวังเรียกคืนความเชื่อมั่นจากนักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศ

SESSION 2 : The Global AI Race – โครงสร้างพื้นฐานของวันพรุ่งนี้

Speaker:
คุณศรชัย สุเนต์ตา รองผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงาน Wealth & Investment Product ธนาคารไทยพาณิชย์
Mr. George Maltezos APAC Head of BlackRock Capital Formation Team & Head of Southeast Asia Institutional Client Business
คุณธณาพล อิทธินิธิภัค Director, Head of Thailand Business, BlackRock

คุณศรชัย สุเนต์ตา ฉายภาพการเปลี่ยนผ่านสู่ AI Economy ที่ปัญญาประดิษฐ์กลายเป็น “โครงสร้างใหม่ของเศรษฐกิจโลก” ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงต้นของ S-Curve ในอีก 5 ปีข้างหน้า AI จะเพิ่มมูลค่าให้เศรษฐกิจโลกกว่า 15.7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยAI กำลังเติบโตแบบก้าวกระโดด เราเห็นการพัฒนาของ AI ที่กำลังก้าวจาก Gernerative AI สู่ Agentic AI ที่ทำงานหลายภารกิจพร้อมกัน ซึ่งต้องการพลังประมวลผลและโครงสร้างพี้นฐานจำนวนมหาศาล ทำให้มีความจำเป็นต้องขยายการลงทุนใน AI Infrastructure ในระดับเมืองและประเทศ ในอีก 5-10 ปีข้างหน้า

ดังนั้น หากนักลงทุนกำลังมองหาโอกาสลงทุนในเมกะเทรนด์ AI นอกเหนือจากหุ้นกลุ่ม AI โดยตรงแล้ว ก็มีโอกาสลงทุนในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องอีกมาก เช่น กลุ่ม AI Infrastructure ได้แก่ โครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล Cloud computing , Data Center และโครงข่ายไฟฟ้าขนาดใหญ่ เพื่อรองรับความต้องการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้นอย่างมากขิง Data Center ในอนาคต

ด้านผู้บริหารจาก BlackRock ทั้ง Mr. George Maltezos และ คุณธณาพล อิทธินิธิภัค แนะนำให้นักลงทุนมองข้ามความผันผวนระยะสั้น และโฟกัสที่ 4 Megaforces ได้แก่ Digital & AI, Future of Finance, Energy Transition และ Demographic Shifts ซึ่งผลักดันให้โลกต้องการ Private Infrastructure มหาศาล โดยเฉพาะ Data Center และพลังงานสะอาด

กระแส AI กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในทุกมิติ ทั้งเม็ดเงินลงทุน เทคโนโลยี และจำนวนผู้ใช้งาน โดยปีนี้คาดว่า การลงทุนด้าน AI ทั่วโลกจะสูงถึง 1.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และอาจขยายตัวแตะ 3-4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายใน 5-10 ปีข้างหน้า ประเทศต่างๆจึงเร่งสร้าง Data Center ขนาดใหญ่ ทำให้โครงสร้างพื้นฐานก่นหลังงาน และดาต้า กลายเป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจโลกยุคใหม่

โดย BlackRock มองว่าสินทรัพย์กลุ่มนี้เปรียบเสมือน “หลังบ้าน” ของเศรษฐกิจยุคใหม่ ที่ให้กระแสเงินสดมั่นคง ทนทานต่อความผันผวน และไทยเองก็มีศักยภาพสูงที่จะก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลาง Data Center ของภูมิภาค

SESSION 3 : ทองคำ : สมอเรือในวันที่พายุยังไม่สงบ

Speaker:
คุณธนรัชต์ พสวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มฮั่วเซ่งเฮง
คุณแพททริก ปูเลีย รองผู้จัดการใหญ่ Head of Financial Markets Function ธนาคารไทยพาณิชย์

ในวันที่โลกเผชิญความเสี่ยงรอบด้าน ทั้งสองท่านเห็นตรงกันว่า “ทองคำ” คือสมอเรือของพอร์ตที่ขาดไม่ได้ คุณธนรัชต์ พสวงศ์ ประเมินเป้าหมายราคาทองคำปี 2569 ไว้ที่ 4,700 ดอลลาร์สหรัฐฯ / ทรอยออนซ์ โดยแนะนำกลยุทธ์ทยอยสะสมเมื่อราคาย่อตัว จับตาโซน 3,875-3,900 ดอลลาร์สหรัฐฯ / ทรอยออนซ์ และควรมีสัดส่วนในพอร์ต 5-10% หรือสูงสุด 15% ในปีที่มีความเสี่ยงสูง

ด้าน คุณแพททริก ปูเลีย เสริมว่าวัฏจักรดอกเบี้ยขาลงจะเป็นแรงหนุนสำคัญให้ทองคำทำผลงานได้ดีต่อเนื่อง ประกอบกับกระแส De-dollarization ที่ทำให้ธนาคารกลางทั่วโลกหันมาสะสมทองคำแทนดอลลาร์ การลงทุนทองคำในวันนี้จึงเป็นทั้งการกระจายสกุลเงิน และสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาวให้กับพอร์ต

ส่วนค่าเงินบาท มองกรอบปลายปี 2569 คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 33.00 – 34.00 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ หากนักลงทุนต้องการกระจายความเสี่ยงสกุลเงิน สามารถเปิดบัญชีเงินฝากสกุลเงินต่างประเทศ ( Foreign Currency Deposit :FCD) เพื่อเปิดโอกาสเข้าถึงการลงทุนในสินทรัพย์สกุลดอลลาร์สหรัฐฯ โดยตรง หรืออาจลงทุนผ่านผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ออกแบบมาเพื่อช่วยบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน

SESSION 4 : ส่งต่อความมั่งคั่งของครอบครัว ปกป้องมรดกจาก “พายุในบ้าน”


Speaker:
คุณสุธิดา มงคลสุธี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
คุณนิติกานต์ รามนัฏ Partner, Baker & McKenzie
ดร.นิติ เนื่องจำนงค์ ผู้อำนวยการอาวุโส หัวหน้าฝ่ายวางแผนความมั่งคั่งและสำนักงานครอบครัว ธนาคารไทยพาณิชย์

บทเรียนสำคัญเรื่องการส่งต่อธุรกิจ คุณสุธิดา มงคลสุธี จาก Synnex แชร์หัวใจสำคัญของการส่งไม้ต่อว่าต้อง “เชื่อใจด้วยการกระทำ” ยึดเป้าหมายธุรกิจเติบโตยั่งยืนเหนือประโยชน์ส่วนตน และต้องให้สิทธิ์ขาดแก่ทายาทในการตัดสินใจเพื่อสร้างความเชื่อมั่น

ในมุมกฎหมาย คุณนิติกานต์ รามนัฏ เตือนว่า “คำสัญญาปากเปล่า” ไม่เพียงพอในยุคนี้ ครอบครัวต้องมี ธรรมนูญครอบครัว และโครงสร้าง Holding Company ที่ชัดเจนเพื่อป้องกันข้อขัดแย้ง

ขณะที่ ดร.นิติ เนื่องจำนงค์ ขยายความบทบาทของ Family Office ว่าเป็นศูนย์กลางที่ดูแลทั้งคน ทรัพย์สิน และความสัมพันธ์ เพื่อให้การส่งต่อความมั่งคั่งเป็นไปอย่างยุติธรรมและยั่งยืน โดยย้ำว่าควรเริ่มวางแผนตั้งแต่วันที่ครอบครัวยังรักกันดี เพื่อรักษาความมั่งคั่งที่แท้จริง นั่นคือ “ความสามัคคีของครอบครัว”

หมายเหตุ:
(1) การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงรวมถึงควร ขอคำแนะนำเพิ่มเติมจากผู้ประกอบธุรกิจก่อนตัดสินใจลงทุน
(2) ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

#SCBWEALTH #HolisticWealthForum2025 #StormShift #WealthManagement #Your Success. Our Success.

LATEST NEWS

AIS งบ Q1/69 ปัง รายได้รวม 5.8 หมื่นล้าน กำไรสุทธิพุ่ง 1.3 หมื่นล้าน

AIS ประกาศผลประกอบการไตรมาสแรกของปี 2569 โดยยังคงมุ่งมั่นการดำเนินธุรกิจที่สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในฐานะผู้นำโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะและเทคโนโลยีดิจิทัลที่ดีที่สุดเพื่อคนไทย มีรายได้รวม 58,197 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 13,496 ล้านบาท เป็นผลมาจากการให้ความสำคัญกับคุณภาพของสินค้าและประสบการณ์ดิจิทัลที่ตอบโจทย์ทุกการใช้งานของลูกค้าทุกกลุ่ม ท่ามกลางความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวนทั้งในประเทศและต่างประเทศ

TRUE ฟอร์มแกร่ง! ประกาศงบ Q1/69 กำไรสุทธิ 6.6 พันล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติศาสตร์

ทรู คอร์ปอเรชั่น ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 โดยยังคงสามารถสร้างผลกำไรได้อย่างต่อเนื่อง จากแรงหนุนการเติบโตของจำนวนผู้ใช้บริการอย่างต่อเนื่อง การยกระดับประสบการณ์การใช้งานของลูกค้าที่ดีขึ้นภายใต้โครงการปรับปรุงโครงข่ายให้ทันสมัย (Network Modernization) และการบริหารต้นทุนอย่างมีวินัย

TRUE จัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นปี 2569 แบบ Hybrid เคาะปันผล 0.12 บาทต่อหุ้น รวมทั้งปี 2568 ประมาณ 0.31 บาทต่อหุ้น

บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (TRUE) จัดการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 เมื่อ 30 เมษายน 2569 ในรูปแบบ Hybrid Meeting ทั้งการประชุม ณ ทรู ทาวเวอร์ รัชดา และผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-AGM) เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ถือหุ้นเข้าร่วมได้อย่างทั่วถึง โดยที่ประชุมมีมติรับทราบผลการดำเนินงานของบริษัท และอนุมัติงบการเงินประจำปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568

RELATED