สรุปภาพรวมภาวะตลาดหลักทรัพย์เดือนพฤษภาคม 2567

แนวโน้มการดำเนินนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯจะยังคงดอกเบี้ยสูงไปอีกระยะ (Higher for Longer) หลังจาก IMF ประเมินสถานการณ์ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในทะเลแดงทำให้สายการเดินเรือใหญ่ปรับเส้นทางขนส่งซึ่งเป็นการเพิ่มต้นทุนค่าระวางเรือและราคาสินค้าโภคภัณฑ์หลายชนิดจะยังทรงตัวในระดับสูงกระทบอัตราเงินเฟ้อที่ปรับลดลงช้ากว่าคาดแม้ว่าตลาดแรงงานส่งสัญญาณชะลอตัวขณะที่เศรษฐกิจจีนมีสัญญาณฟื้นตัวแต่ยังคงอ่อนแอรัฐบาลจีนประกาศมาตรการรักษาเสถียรภาพและกระตุ้นตลาดหุ้นทำให้ดัชนีตลาดหลักทรัพย์จีนและฮ่องกงเริ่มฟื้นตัว

นายศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า สำหรับเศรษฐกิจไทย สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แถลงตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ไตรมาสที่ 1/2567 ขยายตัว 1.5% สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ที่ 0.8% หลังได้รับแรงส่งจากการบริโภคภาคเอกชนและภาคการท่องเที่ยว ขณะที่อัตราเงินเฟ้อไทยปรับเพิ่มเป็นบวกเดือนแรกหลังหดตัวติดต่อกันหกเดือน และการกลับมาขยายตัวอย่างช้าๆ ของการส่งออก อีกทั้งบริษัทจดทะเบียนรายงานผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/2567 โดยภาพรวมมีรายได้และกำไรสุทธิเติบโตต่อเนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มมากกว่างวดเดียวกันของปีก่อน  เช่น ธุรกิจโรงแรม การบิน พื้นที่เช่า ค้าปลีก และโทรคมนาคม นอกจากนี้ บริษัท  จดทะเบียนเกินครึ่งรายงานกำไรสุทธิสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ ทำให้นักวิเคราะห์ปรับ Forward EPS ของ SET เพิ่มขึ้นจากสิ้นปีก่อนหน้า ขณะที่ valuation ของหุ้นไทยหลาย sector ยังอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในอดีต

ภาวะตลาดหลักทรัพย์ไทย

  • ณ สิ้นเดือนพฤษภาคม 2567 SET Index ปิดที่ 1,345.66 จุด ปรับลดลง 1.6% จากเดือนก่อนหน้า และปรับลดลง 5.0% เมื่อเทียบกับสิ้นปีก่อนหน้า โดยผู้ลงทุนยังรอความชัดเจนเกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการสนับสนุนตลาดทุนหลังมีการปรับคณะรัฐมนตรีที่ดูแลด้านเศรษฐกิจ 
  • ในเดือนพฤษภาคม 2567 กลุ่มอุตสาหกรรมที่ปรับตัวดีกว่า SET Index เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2566 ได้แก่ กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค กลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร และ กลุ่มบริการ
  • ในเดือนพฤษภาคม 2567 มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันใน SET และ mai ปรับเพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 2567 มาอยู่ที่ 45,612 ล้านบาท แม้ว่าลดลง 17.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ดี ผู้ลงทุนต่างประเทศ ขายสุทธิ 16,566 ล้านบาท โดยผู้ลงทุนต่างชาติมีสัดส่วนมูลค่าการซื้อขายสูงสุดต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 25
  • ในเดือนพฤษภาคม 2567 มีบริษัทเข้าจดทะเบียนใหม่ซื้อขายใน SET 1 หลักทรัพย์ ได้แก่ บมจ. สุพรีม ดิสทิบิวชั่น (SPREME) และใน mai 1 หลักทรัพย์ ได้แก่ บมจ. ไลท์อัพ โทเทิล โซลูชั่น (LTS)
  • Forward P/E ของตลาดหลักทรัพย์ไทย ณ สิ้นเดือนพฤษภาคม 2567 อยู่ที่ระดับ 14.4 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ระดับ 12.2 เท่า และ Historical P/E อยู่ที่ระดับ 16.1 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ระดับ 15.5 เท่า
  • อัตราเงินปันผลตอบแทน ณ สิ้นเดือนพฤษภาคม 2567 อยู่ที่ระดับ 3.48% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ 3.18%

ภาวะตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า

  • ในเดือนพฤษภาคม 2567 ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (TFEX) มีปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน 393,053 สัญญา ลดลง 14.5% จากเดือนก่อน ที่สำคัญจากการลดลงของ SET50 Index Futures และ Single Stock Futures และในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2567 มีปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน 429,791 สัญญา ลดลง 21.6% จากช่วงเดียวกัน ของปีก่อน ที่สำคัญจากการลดลงของ Single Stock Futures และ SET50 Index Futures

LATEST NEWS

IP โชว์ผลงาน 2025 กำไรพุ่งทำนิวไฮแตะ 136 ลบ. รายได้ทะลุ 2.2 พันลบ. มุ่งสู่บริษัทนวัตกรรมสุขภาพครบวงจร

บริษัท อินเตอร์ ฟาร์มา จำกัด (มหาชน) โชว์ผลงานปี 2568 ท็อปฟอร์ม กำไรสุทธิแตะ 136 ล้านบาท หลังจากโครงการลงทุนต่างๆ ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา เริ่มเก็บเกี่ยวรายได้และกำไรได้มากขึ้นต่อเนื่อง รายได้รวมโต 16% แตะ 2,214 ล้านบาท อานิสงค์ทุกกลุ่มธุรกิจเติบโตแกร่งต่อเนื่อง บอร์ดเคาะจ่ายปันผล 0.073 บาท/หุ้น กำหนดสิทธิรับปันผล 7 พฤษภาคม 2569 จ่ายเงินปันผล 25 พฤษภาคม 2569 เล็งชงขอมติผู้ถือหุ้น 27 เมษายนนี้ ปักหมุดปี 2569 รายได้รวมแตะ 2.4 – 2.5 พันลบ.

THRE รับชำระคืนหนี้เต็มจำนวนกว่า 220 ลบ.

THRE ปิดดีลข้อพิพาทบริษัทประกันภัยต่อต่างประเทศ รับชำระคืนหนี้เต็มจำนวน พร้อมดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมรวมกว่า 220 ล้านบาท คู่กรณีจ่ายเต็มจำนวนตามคำชี้ขาดอนุญาโตตุลาการ พร้อมบันทึกส่วนต่างมูลหนี้กว่า 80 ล้านบาท เข้าไตรมาส 1/2569 

THREL ปักธงปี 2569 พลิกกำไร กด Combined ต่ำกว่า 95% 

THREL ปักธงผลงานปี 2569 พลิกกำไร กด Combined Ratio เหลือต่ำกว่าระดับ 95% ชูกลยุทธ์ปั้นพอร์ตคุณภาพ เดินหน้าปรับเงื่อนไขประกันภัยต่อรับเกณฑ์ตั้งสำรองตามมาตรฐาน TFRS17 ปิดช่องโหว่ความเสี่ยงทุกมิติ พร้อมขยายฐานผลิตภัณฑ์กลุ่มมาร์จิ้นสูง ควบคู่การมองหาพันธมิตรและธุรกิจใหม่ ต่อจิ๊กซอว์การเติบโตแกร่ง หลังปิดผลงานปี 2568 กวาดเบี้ยประกันภัยต่อรับ 4,041 ล้านบาท คุม Combined Ratio ได้ตามเป้าเหลือ 99.8%

RELATED