ตลท. ผนึก SGX เปิดตัว 3 DR อ้างอิงหุ้นไทย AOT-CPALL-PTTEP เริ่มซื้อขายใน SGX วันนี้

นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ (Singapore Exchange : SGX) ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ภายใต้โครงการ “Thailand-Singapore DR Linkage” เชื่อมโยงการซื้อขายตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ (DR) ระหว่างประเทศไทยและสิงคโปร์ เพื่อขยายโอกาสการลงทุนและเพิ่มความสะดวกให้ผู้ลงทุนเข้าถึงหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ทั้ง 2 ประเทศ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในแผนงานสำคัญของตลาดหลักทรัพย์ฯ

ทั้งนี้ ตลาดทุนไทยมีบริษัทจดทะเบียนที่มีศักยภาพและอยู่ในความสนใจของผู้ลงทุนต่างประเทศเป็นจำนวนมาก การออก DR ในครั้งนี้ อ้างอิงหุ้นไทย 3 หลักทรัพย์ ได้แก่ บมจ. ท่าอากาศยานไทย (AOT) บมจ. ซีพี ออลล์ (CPALL) และ บมจ. ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) ซึ่งอยู่ในธุรกิจที่มีศักยภาพการแข่งขันและเป็นธุรกิจที่มีน้ำหนักต่อการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ โดย DR ทั้ง 3 หลักทรัพย์จะเริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ (SGX) ในวันที่ 30 พ.ค.2566

“เชื่อว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นการมีผลิตภัณฑ์ที่เชื่อมโยงระหว่างกัน และส่งเสริมให้บริษัทจดทะเบียนไทยโดดเด่นยิ่งขึ้นในสายตาผู้ลงทุนอาเซียนและผู้ลงทุนโลก ผ่านสิงคโปร์ซึ่งนับเป็นศูนย์กลางการลงทุนแห่งหนึ่งในภูมิภาค” นายภากร กล่าว

นายหลอ บุญ ไช้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ กล่าวว่า การเปิดการซื้อขาย DR อ้างอิงหลักทรัพย์จดทะเบียนไทยในครั้งนี้ นับเป็นความสำเร็จจากการต่อยอดความร่วมมือ ภายใต้โครงการ DR Linkage ไทย-สิงคโปร์ (Thailand-Singapore DR Linkage) ที่จะช่วยเพิ่มโอกาสการเข้าถึงการลงทุนของผู้ลงทุนและเห็นถึงศักยภาพการเติบโตของตลาดทุนอาเซียน

นับเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการเชื่อมโยงของทั้งสองประเทศให้สามารถเข้าถึงการลงทุนในตลาดภูมิภาคที่โดดเด่นและมีศักยภาพ นำไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์การลงทุนที่หลากหลายเชื่อมโยงต่างประเทศ

ทั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ และตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ (SGX) ได้เปิดตัวโครงการ DR Linkage ไทย-สิงคโปร์ (Thailand-Singapore DR Linkage) ตั้งแต่เดือน ก.ย.2564 โดยเป็นความร่วมมือครั้งแรกระหว่างตลาดหลักทรัพย์อาเซียนที่มีการเชื่อมโยง DR ระหว่างกัน

โดยผู้ลงทุนสามารถซื้อขาย DR ผ่านบริษัทสมาชิกของตลาดหลักทรัพย์ในประเทศ ด้วยเงินสกุลท้องถิ่น ซึ่งการซื้อขายจะเป็นไปตามกฎระเบียบของประเทศที่ DR เข้าจดทะเบียน

สำหรับ DR ที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ปัจจุบันมี 12 DR อ้างอิงหลักทรัพย์จดทะเบียน และกองทุน ETF ของตลาดหลักทรัพย์จีน ตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง และตลาดหลักทรัพย์โฮจิมินห์

นอกจากนี้ ยังมี 2 DRx ที่อ้างอิงหลักทรัพย์ บริษัท แอปเปิ้ล อิงค์ และ บริษัท เทสล่า อิงค์ ที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ Nasdaq ประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อขยายโอกาสการลงทุนที่ใช้เงินลงทุนจำนวนน้อยให้แก่ผู้ลงทุนโดยเฉพาะรายเล็ก

โดยภาพรวมการซื้อขาย DR และ DRx ตั้งแต่ต้นปีจนถึงสิ้นเดือน เม.ย.2566 มีมูลค่าการซื้อขาย 14,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31% จากช่วงเดียวกันปีก่อน

LATEST NEWS

GC เสนอขายหุ้นกู้ต่อประชาชนทั่วไป 2 ชุด อายุ 7 ปีที่อัตราดอกเบี้ย 2.65% ต่อปีและ 10 ปีที่อัตราดอกเบี้ย 3.00% ต่อปี พร้อมเดินหน้าบริหารโครงสร้างเงินทุนเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต

บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ผู้นำในธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากลและแกนนำธุรกิจเคมีภัณฑ์ของกลุ่ม ปตท. เสนอขายหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ซึ่งผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนก่อนครบกำหนด ต่อประชาชนเป็นการทั่วไป (Public Offering) โดยหุ้นกู้แบ่งเป็น 2 ชุด ได้แก่ หุ้นกู้รุ่นอายุ 7 ปี อัตราดอกเบี้ย 2.65% ต่อปี และรุ่นอายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ย 3.00% ต่อปี เปิดจองซื้อ 3 ช่วง ระหว่างวันที่ 14–21 กันยายน 2569 โดยหุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ AA-(tha) จากฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569

WHART ทุ่ม 2.5 พันล้านฮุบ WGCL ล็อกสัญญาเช่า 30 ปี ชูจุดแข็งคลังสินค้า Built-to-Suit เคาะราคาขายสูงสุด 11.10 บาท เปิดจองหน่วยเพิ่มทุน 21 ก.ย.-1 ต.ค.

กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดับบลิวเอชเอ พรีเมี่ยม โกรท (WHART) เดินหน้าขยายพอร์ตต่อเนื่องด้วยการเข้าลงทุนใน WGCL ศูนย์กระจายสินค้าระดับสากลบนทำเลยุทธศาสตร์ EEC มาบตาพุด จ.ระยอง มูลค่ารวมไม่เกิน 2,507.60 ล้านบาท สินทรัพย์คุณภาพสูงแบบ Built-to-Suit พื้นที่รวม 99,390 ตร.ม. พร้อมสัญญาเช่าระยะยาว 30 ปี ดันมูลค่าทรัพย์สินรวมทะลุ 56,000 ล้านบาท เปิดจองซื้อหน่วยทรัสต์เพิ่มทุน ผู้ถือหน่วยเดิมจอง 21 – 25 ก.ย. และประชาชนทั่วไป 28 ก.ย.-1 ต.ค.69 นี้

NER โดดเด่นครึ่งปีหลัง โบรกเกอร์เชียร์ “ซื้อ” เคาะราคาเป้าหมายสูงสุด 6.50 บาท รับอานิสงส์ราคายางฟื้น-Supply ตึงตัว คาดกำไรปี 69 แตะ 1.8 พันลบ. ชูจุดเด่น PE ต่ำกลุ่มสินค้า EUDR

นักวิเคราะห์แนะนำ “ซื้อ” หุ้น บมจ.นอร์ทอีส รับเบอร์ (NER) ให้ราคาเป้าหมายสูงสุด 6.50 บาท/หุ้น มองแนวโน้มผลการดำเนินงานครึ่งหลังปี 69 มีโอกาสฟื้นตัวโดดเด่น ตามทิศทางราคายางที่ปรับตัวสูงขึ้นจากภาวะ Supply ในตลาดที่ตึงตัว พร้อมมอง NER เป็นหนึ่งในผู้ผลิตยางแท่งไทยที่มีโอกาสได้รับประโยชน์จากมาตรการ EUDR ของยุโรป หากเริ่มบังคับใช้ ขณะที่คาดกำไรทั้งปีมีโอกาสแตะ 1.8 พันล้านบาท และราคาหุ้นยังมีจุดเด่นจากค่า PE ที่อยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับกลุ่มผู้ผลิตสินค้า EUDR

RELATED